ศบก.เผยอพยพคนไทยในตะวันออกกลาง กลับประเทศแล้ว 292 คน ยืนยันสต็อกปุ๋ยเคมีในไทยเพียงพอ
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์ในภูมิภาคยังมีความรุนแรงและไม่แน่นอน โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล บาห์เรน คูเวต และเลบานอน
ทั้งนี้ อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าจะมุ่งโจมตีเฉพาะฐานทัพของสหรัฐอเมริกาและไม่มุ่งเป้าประเทศอื่นในภูมิภาค โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการเพื่อป้องกันตนเอง ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าจะดำเนินการโจมตีตอบโต้อิหร่านอย่างหนัก ส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงตึงเครียดและมีความไม่แน่นอนสูง
ด้านการเดินทางทางอากาศ แม้ว่ากาตาร์ยังคงปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ แต่สายการบิน Qatar Airways ได้เริ่มให้บริการเที่ยวบินฉุกเฉินบางส่วนเพื่อขนส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารที่ตกค้าง โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลที่รับผิดชอบ
สำหรับการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจำนวน 62 คน จากกรุงเตหะรานและเมืองกุม ได้เดินทางโดยรถยนต์ถึงประเทศตุรกีอย่างปลอดภัยเมื่อค่ำวันที่ 7 มีนาคม โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อำนวยความสะดวกในการเข้าเมืองที่ด่าน Kapikoy ก่อนเดินทางไปพักที่เมืองวาน เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะถึงประเทศไทยวันที่ 9 มีนาคม และกลุ่มที่สองวันที่ 10 มีนาคม
ขณะเดียวกัน คนไทยในอิรักได้อพยพผ่านชายแดนเข้าสู่ตุรกีแล้ว 3 รอบ รวม 18 คน โดยรอบล่าสุดจำนวน 10 คน เดินทางถึงเมืองมาร์ดินเมื่อคืนวันที่ 7 มีนาคม และจะเดินทางต่อไปยังนครอิสตันบูลเพื่อกลับประเทศไทย ทั้งนี้ ปัจจุบันมีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับความช่วยเหลือเดินทางกลับประเทศไทยแล้วรวม 292 คน
ด้านนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์สต็อกปุ๋ยเคมีในประเทศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปุ๋ยเคมีเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยข้อมูลล่าสุด ณ เดือนมกราคม 2569 พบว่าประเทศไทยมีสต็อกปุ๋ยเคมีประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.8 ล้านตันต่อเดือน ถือว่ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ
สำหรับปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตปุ๋ยสูตรต่าง ๆ ปัจจุบันมีสต็อกประมาณ 0.32 ล้านตัน หรือราว 6.5 ล้านกระสอบ และยังมีการนำเข้าเพิ่มเติมจากซาอุดีอาระเบียและมาเลเซีย ทำให้ปริมาณสต็อกเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 8.9 ล้านกระสอบ เพียงพอต่อการผลิตปุ๋ยเพื่อการเกษตรอย่างต่อเนื่อง
กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าปุ๋ยเคมีที่จำหน่ายในตลาดขณะนี้ยังเป็นสต็อกเดิมที่จัดหามาก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จึงยังไม่มีการปรับขึ้นราคา พร้อมกำชับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศตรวจสอบการจำหน่ายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา โดยหากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมย้ำว่าเกษตรกรไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุน และสามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ