โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศบก.เผยอพยพคนไทยในตะวันออกกลาง กลับประเทศแล้ว 292 คน ยืนยันสต็อกปุ๋ยเคมีในไทยเพียงพอ

The Better

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 00.32 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 00.29 น. • THE BETTER
ศบก.เผยความขัดแย้งตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน โดยเฉพาะอิหร่าน–สหรัฐฯ กต.เร่งช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง ล่าสุดพากลับประเทศแล้ว 292 คน “พาณิชย์“ย้ำสต็อกปุ๋ยเคมีในประเทศยังเพียงพอไม่มีการปรับขึ้นราคา

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์ในภูมิภาคยังมีความรุนแรงและไม่แน่นอน โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล บาห์เรน คูเวต และเลบานอน

ทั้งนี้ อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าจะมุ่งโจมตีเฉพาะฐานทัพของสหรัฐอเมริกาและไม่มุ่งเป้าประเทศอื่นในภูมิภาค โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการเพื่อป้องกันตนเอง ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าจะดำเนินการโจมตีตอบโต้อิหร่านอย่างหนัก ส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงตึงเครียดและมีความไม่แน่นอนสูง

ด้านการเดินทางทางอากาศ แม้ว่ากาตาร์ยังคงปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ แต่สายการบิน Qatar Airways ได้เริ่มให้บริการเที่ยวบินฉุกเฉินบางส่วนเพื่อขนส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารที่ตกค้าง โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลที่รับผิดชอบ

สำหรับการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจำนวน 62 คน จากกรุงเตหะรานและเมืองกุม ได้เดินทางโดยรถยนต์ถึงประเทศตุรกีอย่างปลอดภัยเมื่อค่ำวันที่ 7 มีนาคม โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อำนวยความสะดวกในการเข้าเมืองที่ด่าน Kapikoy ก่อนเดินทางไปพักที่เมืองวาน เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะถึงประเทศไทยวันที่ 9 มีนาคม และกลุ่มที่สองวันที่ 10 มีนาคม

ขณะเดียวกัน คนไทยในอิรักได้อพยพผ่านชายแดนเข้าสู่ตุรกีแล้ว 3 รอบ รวม 18 คน โดยรอบล่าสุดจำนวน 10 คน เดินทางถึงเมืองมาร์ดินเมื่อคืนวันที่ 7 มีนาคม และจะเดินทางต่อไปยังนครอิสตันบูลเพื่อกลับประเทศไทย ทั้งนี้ ปัจจุบันมีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับความช่วยเหลือเดินทางกลับประเทศไทยแล้วรวม 292 คน

ด้านนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์สต็อกปุ๋ยเคมีในประเทศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปุ๋ยเคมีเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยข้อมูลล่าสุด ณ เดือนมกราคม 2569 พบว่าประเทศไทยมีสต็อกปุ๋ยเคมีประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.8 ล้านตันต่อเดือน ถือว่ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ

สำหรับปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตปุ๋ยสูตรต่าง ๆ ปัจจุบันมีสต็อกประมาณ 0.32 ล้านตัน หรือราว 6.5 ล้านกระสอบ และยังมีการนำเข้าเพิ่มเติมจากซาอุดีอาระเบียและมาเลเซีย ทำให้ปริมาณสต็อกเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 8.9 ล้านกระสอบ เพียงพอต่อการผลิตปุ๋ยเพื่อการเกษตรอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าปุ๋ยเคมีที่จำหน่ายในตลาดขณะนี้ยังเป็นสต็อกเดิมที่จัดหามาก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จึงยังไม่มีการปรับขึ้นราคา พร้อมกำชับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศตรวจสอบการจำหน่ายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา โดยหากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมย้ำว่าเกษตรกรไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุน และสามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...