โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดร.เจษฎ์”เตือนรัฐบาลเร่งตรวจสอบเรือติดธงไทย หวั่นถูกสวมรอย

INN News

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 15.21 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 08.08 น. • INN News

"ดร.เจษฎ์" เตือนรัฐบาลเร่งตรวจสอบเรือติดธงไทย หวั่นถูกสวมรอยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ย้ำไทยต้องวางตัวเป็นกลางท่ามกลางความขัดแย้งโลก

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเรือติดธงไทยถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ว่า ประเด็นที่สังคมตั้งคำถามคือ เหตุใดเรือที่ติดธงไทยจึงตกเป็นเป้าหมาย ทั้งที่ไทยกับอิหร่านมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนานกว่า 400-500 ปี

ทั้งนี้ รัฐบาลควรเร่งตรวจสอบสถิติการจดทะเบียนเรือที่ใช้ธงไทยโดยด่วน เนื่องจากเรือที่ชักธงไทยอาจไม่ได้เป็นของคนไทยเสมอไป เพราะการจดทะเบียนเรือสามารถทำได้โดยบุคคลหรือบริษัทต่างชาติ จึงจำเป็นต้องแยกให้ชัดว่าเรือลำใดเป็นของคนไทยจริง และเรือลำใดเป็นเพียงเรือที่มาจดทะเบียนเพื่อใช้ธงไทยเท่านั้น

รัฐบาลควรกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการดูแลและคุ้มครองผู้ประกอบการไทย พร้อมประกาศให้ชัดเจนว่าเรือใดอยู่ในระบบจดทะเบียนของประเทศไทย และเรือใดไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศต้องได้รับผลกระทบจากข้อพิพาทระหว่างประเทศอื่น

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า ในสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก รัฐบาลควรนำข้อมูลเชิงสถิติที่ชัดเจนมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่าเรือที่จดทะเบียนในประเทศไทยมีกี่ประเภท กี่รูปแบบ และมีกี่ลำที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว รวมทั้งต้องสื่อสารกับผู้จดทะเบียนเรือว่า หากเป็นคนไทยรัฐบาลสามารถให้ความช่วยเหลืออย่างไร และหากไม่ใช่คนไทย รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

นอกจากนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ยังเน้นย้ำว่า รัฐบาลต้องวางท่าทีทางการทูตอย่างระมัดระวังและเป็นกลางอย่างที่สุด ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ โดยไม่ควรแสดงจุดยืนเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไปเพราะอาจทำให้ประเทศไทยถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่ไม่ใช่ของตน

พร้อมกันนี้ ภาครัฐควรสื่อสารข้อมูลกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าการอพยพแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยงจะดำเนินการได้ในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม แต่รัฐบาลยังจำเป็นต้องอธิบายสถานการณ์ให้ประชาชนเข้าใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมรับรู้ข้อเท็จจริงและสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

รศ.ดร.เจษฎ์ ยังกล่าวด้วยว่า ในช่วงที่สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มบานปลาย และอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือการบริหารจัดการของรัฐบาลในการรับมือกับวิกฤตดังกล่าว มากกว่าการถกเถียงเรื่องการจัดสรรตำแหน่งทางการเมือง

“สถานการณ์การสู้รบนี้เราไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน รัฐบาลไม่ควรมัวแต่ให้ความสำคัญกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีว่าใครจะได้ตำแหน่งอะไร แต่ควรเร่งบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องพลังงาน ซึ่งต้องชี้แจงให้ชัดว่าประเทศยังมีพลังงานสำรองเพียงพอหรือไม่ และหากเกิดปัญหาขาดแคลนจะมีมาตรการรองรับอย่างไร”

พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างชัดเจนว่า เรือสัญชาติไทยสามารถสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวได้หรือไม่ และมีการประสานงานกับทางการอิหร่านอย่างไร เพื่อให้ผู้ประกอบการภาคธุรกิจและผู้เกี่ยวข้องสามารถวางแผนการดำเนินงานได้อย่างปลอดภัย

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใสจากรัฐบาลจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมทั้งทำให้ประเทศไทยสามารถวางบทบาทของตนเองในเวทีโลกได้อย่างเหมาะสมและหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...