“อภิสิทธิ์” จี้กกต.เข้มงวดคูหาเลือกตั้ง หวั่นแอบถ่ายภาพซื้อเสียง มองกระแส-กระสุนอยู่ที่ประชาชน
“อภิสิทธิ์” จี้กกต.เข้มงวดคูหาเลือกตั้ง หวั่นแอบถ่ายภาพซื้อเสียง มองกระแส-กระสุนอยู่ที่ประชาชน บอกขอเป็นนายกคนที่27 ไม่รับซ้ำหลังประชาชนแซวนายกฯคนที่ 33
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 69 ที่ วัดวชิรธรรมสาธิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากลงพื้นที่หาเสียงช่วยนางสาววีร์ ศรีวราธนบูล ผู้สมัครสส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ว่า วันนี้หาเสียงกระแสตอบรับดีถือว่าเป็นกำลังใจ เพราะว่าเพราะหลายคนมีการทำงานต่อเนื่อง มาในพื้นที่นี้ ช่วงนี้เป็นโอกาสดีที่ได้นางสาววีร์ มาสานต่อหลายสิ่งหลายอย่าง นอกจากนี้ยังมีอดีตทีมสส. สก. มาช่วยเห็นได้ชัดว่า มีความผูกพันกับประชาชนในพื้นที่ ประชาชนได้เสนอความคิดเห็นที่ต้องการให้แก้ไขหลากหลาย อย่างปัญหาที่เกิดขึ้นจากข้อบัญญัติเรื่องหมาแมว รวมถึงเรื่องเศรษฐกิจและเบี้ยยังชีพของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
เมื่อถามว่าเมื่อวานนี้มีการปราศรัยที่จังหวัดสมุทรสาคร มีแต่กระแสดีแต่กลัวจะแพ้กระสุนนั้น รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก็มีการจับตาการทุจริต พรรคประชาธิปัตย์มีข้อมูลหรือมีคนส่งข้อมูลมาให้บ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าก็มีบ้างเป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย ที่จะหาพยานหลักฐานมาอยากให้กกต. มีการทำงานเชิงรุก เพราะในอดีตที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็มาจับเอาหลังเลือกตั้ง แล้วก็ผู้ที่ซื้อเสียงก็เป็นสส.พยานก็ค่อนข้างกลัว อยากสามารถที่จะดำเนินการได้ก่อนการเลือกตั้งจะดีที่สุด ตอนนี้สิ่งที่ได้ยินมาเยอะมาก คือเรื่องของผู้ซื้อเสียงไปขอให้ผู้ที่รับเงินไปถ่ายรูปเวลาลงคะแนน ตนจึงอยากให้กกต. เข้มงวดในเรื่องนี้
เมื่อถามย้ำว่าจะถ่ายอย่างไรนั้นเพราะว่าอยู่ในคูหาเลือกตั้ง หรือว่าให้แอบทำ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ห้ามถ่ายในคูหา แต่ว่าส่วนใหญ่สามารถเอากล้องเข้าไป มันคงไม่ได้ยาก พวกเราคงนึกออก ซึ่งหากมองจากสภาพความเป็นจริงของคูหา เพราะช่วงที่อยู่ในคูหาก็ไม่ให้ใครยืนดูข้างหลังผู้ลงคะแนน อันนี้ก็เป็นปัญหา ส่วนจะให้เจ้าหน้าที่มาคอยดูหรือไม่นั้น ตนมองว่า ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ อยากให้กกต.พิจารณา เพราะเป็นเรื่องที่ได้ยินมาเยอะมาก
เมื่อถามว่าบ้านใหญ่ใช้ยุทธศาสตร์กระสุนนั้น เพื่อที่จะสาดเงินพรรคประชาธิปัตย์มองอย่างไรนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า บ้านสีฟ้าเราก็อาศัยกระแสส่วนกระแสจะสู้กระสุนได้หรือไม่อยู่ที่ประชาชนประชาชนทุกคน ส่วนตัวอยากให้สู้ได้เพราะไม่ใช่แค่การเลือกตั้งที่สุจริตแต่การเริ่มต้นทำให้บ้านเมืองสุจริตจริงๆ เพราะเงินเหล่านี้เข้ามาแล้ว ก็ย้อนกลับมาเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยเฉพาะถ้าเป็นเงินที่ไม่สะอาดก็กลายเป็นเรื่องการใช้อำนาจ ไปคุ้มครองตนเองผ่านกระบวนการยุติธรรม ก็ทำให้เราจัดการกับปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้
เมื่อถามว่าการกลับมาครั้งนี้ตั้งใจทวงเก้าอี้สส.พรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ หัวเราะก่อนพร้อมกล่าวว่าเราอยากขอโอกาสให้คนของเราทุกคนรอบนี้ในกรุงเทพมหานครเราได้คนรุ่นใหม่คนหน้าใหม่เข้ามา ซึ่งคิดว่าเป็นกำลังสำคัญให้กับประชาชนได้ในระยะยาว
เมื่อสักครู่มีคนบอกว่านายกคนที่ 33 หาเสียง นายภิสิทธิ์กล่าวว่าจริงๆถ้ากลับมาเป็นก็จะเป็นคนที่ 27 เค้าไม่นับซ้ำ แต่ขอขอบคุณเพราะเป็นกำลังใจ