โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อเมริกาผวา!สั่งพลเมืองออกจากตอ.กลางทันที หลังอิหร่านชำระแค้นทั่วอ่าวเปอร์เซีย ทรัมป์เตือนปฏิบัติการอาจยื้อเกิน 1 เดือน ขณะรัฐยิวยังเร่งถล่มเตหะรานดุดัน

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ทรัมป์เตือนปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอาจยืดเยื้อนานกว่า 1 เดือน อีกทั้งไม่ตัดความเป็นไปได้ในการส่งทหารภาคพื้นดินบุกอิหร่าน ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องพลเมืองเดินทางออกจากตะวันออกกลางทันที ขณะที่เตหะรานยังคงสางแค้นไล่โจมตีสถานทูตและเป้าหมายด้านอุตสาหกรรมในประเทศพันธมิตรของอเมริกาทั่วอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งรวมถึงสถานเอกอัครราชทูตอเมริกันในซาอุดีอาระเบีย สถานการณ์ที่ทำท่ายืดเยื้อของสงคราม ส่งผลให้ราคาน้ำมันและแก๊สในตลาดโลกพุ่งขึ้นต่อในวันอังคาร (3 มี.ค.)

ราคาน้ำมันโลกยังคงทะยานขึ้นไปอีกกว่า 8% และราคาแก๊สธรรมชาติในยุโรปก็พุ่งพรวดติดจรวดเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลซึ่งรุมกินโต๊ะอิหร่านกำลังทำให้การส่งออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางชะงักงัน

ทั้งนี้ ราคาล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือ ซึ่งเป็นมาตรวัดระดับราคาน้ำมันระหว่างประเทศ ไต่ขึ้นสู่ระดับ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค.2024 ตามรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี ขณะที่รอยเตอร์สรุปว่า สัญญาซื้อขายเบรนต์ในตลาด ICE ขึ้นไปราว 15% ในระยะเวลา 2 วันที่ผ่านมา และราคาขายส่งในยุโรปสำหรับแก๊สธรรมชาติกระโจนพรวดราว 40%

ตลาดพลังงานโลกผันผวนหนัก ขณะที่อเมริกาออกคำแนะนำในวันอังคาร (2) เรียกร้องพลเมืองเดินทางออกจากประเทศทั้งหมดในตะวันออกกลาง แล้วจากนั้นไม่นานในวันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำซาอุดีอาระเบียก็ถูกโดรนสองลำโจมตี ถึงแม้ทางการซาอุดีระบุว่า เกิดไฟไหม้และได้รับความเสียหายไม่มาก กระนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประกาศทันทีว่า จะแก้แค้น “เร็วๆ นี้”

ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นหนึ่งในที่ตั้งโรงกลั่นน้ำมันใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ที่ตอนนี้ได้ถูกระงับการดำเนินการชั่วคราวแล้วหลังจากถูกโจมตีอิหร่านโจมตี ยังเผยว่า ได้สกัดโดรนอีก 8 ลำในสองเมือง ซึ่งเมืองหนึ่งก็คือกรุงริยาด

ไม่เพียงเล่นงานซาอุดีอาระเบีย อิหร่านยังใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีจนบีบให้บริษัทพลังงานของรัฐบาลกาตาร์ต้องระงับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลพีจี) นอกจากนั้น เตหะรานยังประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญที่สุด ซึ่งรวมถึงน้ำมัน 20% จากซัปพลายทั้งหมดที่ขนส่งทางทะเลทั่วโลก

พลเอกซาร์ดาร์ แจ็บบารี จากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ประกาศว่า จะเผาเรือทุกลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามยังแถลงว่า กองกำลังนาวีได้ทำการโจมตีครั้งใหญ่ด้วยโดรนและขีปนาวุธ และสามารถทำลายอาคารบัญชาการหลักและศูนย์บัญชาการของฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนเมื่อเช้าวันอังคาร ซึ่งเป็นการโจมตีระลอกที่ 14 ของปฏิบัติการที่ใช้ชื่อว่า โอเปอเรชัน โพรมิส ออฟ เดอะ ทรูธ 4

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอิสนาของทางการอิหร่านรายงานว่า สมาชิกคนหนึ่งของสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านที่มีหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ เผยว่า การเลือกทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งของอยาตอลลาห์ อาลี คอเมเนอีจะใช้เวลาไม่นาน

สำหรับที่กรุงเตหะราน มีเสียงระเบิดดังกึกก้องตลอดคืนวันจันทร์ (2 มี.ค.) ขณะที่เครื่องบินขับไล่บินว่อนเหนือเมืองหลวงของอิหร่านแห่งนี้ และเพนตากอน (กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ) ประกาศว่า สามารถควบคุมน่านฟ้าอิหร่านสำเร็จ

ต่อมาในวันอังคาร (3) อิสราเอลระบุว่าได้เข้าถล่มโจมตีย่านที่ทำการและถิ่นพำนักอาศัยของพวกผู้นำอิหร่านในกรุงเตหะรานอย่างหนักอีกรอบ โดยเป้าหมายมีทั้งสำนักงานประธานาธิบดี และสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ตลอดจนสถาบันฝึกทหาร และ “โครงสร้างพื้นฐานหลักๆ” ของระบอบปกครองอิหร่าน

ไม่ปิดทางส่งทหารภาคพื้นดินบุกอิหร่าน

ที่วอชิงตัน ทรัมป์ระบุเมื่อวันจันทร์ว่า สงครามกับอิหร่านที่ระเบิดขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ (28 ก.พ.) จากการที่อเมริการวมหัวอิสราเอลถล่มอิหร่านและสังหารคอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของเตหะรานนั้น มีความคืบหน้ากว่าที่วางแผนไว้มาก

ทรัมป์อ้างว่า เบื้องต้นวางแผนว่า ปฏิบัติการนี้จะใช้เวลา 4-5 สัปดาห์ แต่สำทับว่า ตนพร้อมเสมอหากสงครามยืดเยื้อ และหลังจากนั้นยังโพสต์ว่า อเมริกามีกระสุนและอาวุธคุณภาพสูงที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้าในพื้นที่ยุทธศาสตร์เกือบจะไม่จำกัด

นอกจากนั้น ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อนิวยอร์กโพสต์ ทรัมป์ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการส่งทหารภาคพื้นดินบุกเข้าอิหร่าน หากจำเป็น

เขายังเปิดเผยเป้าหมายของปฏิบัติการนี้เป็นครั้งแรกว่า อเมริกาต้องการทำลายขีปนาวุธ กองทัพเรือ และโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมทั้งขัดขวางไม่ให้เตหะรานให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง เช่น ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

อย่างไรก็ดี เห็นได้ชัดว่า เป้าหมายนี้ไม่รวมถึงการโค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน แม้เมื่อวันเสาร์ ทรัมป์กระตุ้นให้คนอิหร่านลุกฮือล้มรัฐบาลก็ตาม

ตะวันออกกลางลุกเป็นไฟ

หลายประเทศที่เคยถูกมองว่า เป็นพื้นที่ปลอดภัยในตะวันออกกลาง เวลานี้กลับตกเป็นเป้าหมายชำระแค้นของอิหร่าน เช่น แอมะซอนแถลงว่า ดาต้าเซนเตอร์ 2 แห่งของตนซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ถูกโจมตี ขณะที่ดาต้าเซนเตอร์อีกแห่งในบาห์เรนก็ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของโดรนในบริเวณใกล้เคียง

ด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในซาอุดีอาระเบียเรียกร้องให้พลเมืองในกรุงริยาดและอีกหลายเมือง เช่น เจดดาห์และดารัน หาที่หลบภัย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจฉุกเฉินพาครอบครัวเดินทางออกจากยูเออี บาห์เรน จอร์แดน กาตาร์ คูเวต และอิรัก และเรียกร้องให้คนอเมริกันเดินทางออกจากตะวันออกกลางทันทีเนื่องจากมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างร้ายแรง แม้หลายประเทศยังปิดน่านฟ้าอยู่ก็ตาม

แม้กระทั่ง กาตาร์ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเตหะรานก่อนเกิดสงคราม ขณะเดียวกันก็เป็นที่ตั้งฐานทัพใหญ่ของสหรัฐฯ เผยว่า ได้ยิงเครื่องบินทิ้งระเบิดของอิหร่าน 2 ลำร่วง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศในอ่าวอาหรับยิงเครื่องบินอิหร่าน

ที่นครเทลอาวีฟ ของอิสราเอล อาคารหลายแห่งสั่นไหวจากแรงระเบิด ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัฐยิวสกัดขีปนาวุธของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน อิสราเอลโจมตีเลบานอนเป็นวันที่ 2 โดยพุ่งเป้าที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน หลังจากที่กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้อ้างว่า โจมตีอิสราเอลด้วยจรวดและโดรน

ท่ามกลางความขัดแย้งที่ลุกลามไปทั่วภูมิภาค นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล ให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ว่า การโจมตีอิหร่านจะดำเนินต่อไป แต่จะไม่ยืดเยื้อเป็นปีและไม่ใช่สงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด

พันโทนาดาฟ โชชานิของกองทัพอิสราเอล เผยว่า ระยะเวลาของปฏิบัติการทางทหารอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ขณะนี้อิสราเอลเตรียมการสำหรับการรบระยะหลายสัปดาห์ นอกจากนั้น เขายังบอกว่า อิสราเอลไม่มีแนวโน้มส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าสู่อิหร่าน

เวลาเดียวกัน กองทัพสหรัฐฯอ้างว่า ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านกว่า 1,250 เป้าหมาย และทำลายเรือรบอิหร่าน 11 ลำนับจากเริ่มต้นปฏิบัติการ

ส่วนกองบัญชาการทหารด้านกลาง (CENTCOM) ของอเมริกายืนยันว่า ทหารอเมริกันเสียชีวิตในสงครามนี้เพิ่มเป็น 6 นาย ทั้งหมดอยู่ในหน่วยส่งกำลังบำรุงที่คูเวต

ด้านสภาเสี้ยวเดือดแดง (กาชาด) อิหร่านระบุเมื่อวันอังคารโดยอ้างทีมปฏิบัติการภาคสนามว่า นับจากที่อเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ มีผู้เสียชีวิตกว่า 780 คน และมีการโจมตีรวมกว่า 1,000 ครั้ง เป้าหมายคือเมือง 153 แห่ง และพื้นที่กว่า 500 แห่ง

รัฐยิวลุยเลบานอน

นอกจากอิหร่านแล้ว เป้าหมายใหญ่ที่อิสราเอลมุ่งเล่นงานในสงครามคราวนี้ก็คือเลบานอน โดยในวันอังคารกองทัพรัฐยิวออกคำสั่งใหม่อีกคำสั่งหนึ่ง ให้ประชาชนอพยพออกจากอีก 12 พื้นที่ในเลบานอน หนึ่งวันหลังส่งเครื่องบินรบถล่มทางใต้ของกรุงเบรุตและทางใต้ของเลบานอน

รัฐบาลเลบานอนเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 52 คนจากการโจมตีดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดและส่งโดรนเข้าไปในอิสราเอลเพื่อแก้แค้นให้คอเมเนอี

วันอังคาร นายกรัฐมนตรีนาวาฟ ซาลามของเลบานอน ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ด้วยการสั่งแบนกิจกรรมทางทหารของฮิซบอลเลาะห์ทันที รวมทั้งเรียกร้องให้วางอาวุธ

การขนส่งโกลาหล

ความขัดแย้งที่ลุกลามทั่วตะวันออกกลางกำลังทำให้การขนส่งทั่วโลกสับสนอลหม่าน ช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ในตลาดโลกถูกปิด ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งขึ้นต่อ ขณะที่ต้นทุนเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ฮับการเดินทางสำคัญในอ่าวเปอร์เซียที่รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ซึ่งเป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดของโลกที่รองรับเที่ยวบินวันละกว่า 1,000 ไฟลต์ ยังคงปิดให้บริการเป็นวันที่ 4 ในวันอังคาร ส่งผลให้ผู้โดยสารตกค้างนับหมื่น ขณะที่บริการการเดินทางทางอากาศเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดนับจากวิกฤตโควิด-19

(ที่มา: เอเอฟพี/รอยเตอร์/เอพี/บีบีซี)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...