"นักวิจัยธรณี" แนะรัฐเร่งสำรวจแหล่งน้ำมันใต้แผ่นดินไทย รับมือวิกฤตพลังงาน
">
นักวิจัยธรณีโครงสร้างเสนอรัฐบาลเร่งสำรวจแอ่งตะกอนยุคมีโซโซอิกใต้ผืนแผ่นดินไทย หลังมีข้อมูลศักยภาพแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ อาจผลิตทดแทนการนำเข้าน้ำมันได้ยาวนานถึง 20 ปี ท่ามกลางความกังวลวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง
วันที่ 4 มี.ค.69 เวลา 09.00 น. นายอารักษ์ แสงสมพงษ์ อดีตนักวิจัยธรณีวิทยาโครงสร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชาว ต.หัวไทร อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวถึงอาการเริ่มแตกตื่นของประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทยที่กำลังเกิดขึ้น และพากันเริ่มออกมาต่อแถวในปั้มเพื่อกักตุนน้ำมันกันอยู่ในขณะนี้ จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางว่า หน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะรัฐบาลต้องเร่งสำรวจหาแหล่งน้ำมันในประเทศไทยของเราอย่างจริงจังได้แล้ว
หลังจากมีข้อมูลที่ไม่ใช่แต่เฉพาะเพียงตนเองที่เคยทำงานด้านการวิจัยธรณีโครงสร้างมากว่า 8 ปี เกี่ยวกับการศึกษาข้อจำกัดทางธรณีวิทยาโครงสร้างของการสำรวจก๊าซในพื้นที่ภาคอีสาน และการศึกษาธรณีวิทยาโครงสร้างพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีการค้นพบโครงสร้างแอ่งตะกอนชั้นหินมีโซโซอิก ที่มีอายุในช่วง 100 - 200 ล้านปี ซึ่งเป็นยุคเดียวกันกับแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ทั่วโลกพบมากสุด และเป็นแอ่งชั้นหินตะกอนรูปแบบให้ปริมาณปิโตรเลียมมากและมีศักยภาพสูง เช่น เวเนซุเอลาและไนจีเรีย โดยกลุ่มจังหวัดที่พบร่องรอยแอ่งชั้นหินตะกอนนั้นอยู่ในแถบ จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ จ.นครสวรรค์ และ จ.ลพบุรี นอกจากนั้นยังมีการขุดเจาะพบน้ำมันดิบในชั้นหิน มีโซโซอิก ใต้แอ่ง ซีโนโซอิก มาแล้ว แต่ยังไม่มีการตามหาโครงสร้างหลักของแอ่งมีโซโซอิก กันต่อ
จากหลักฐานทางธรณีวิทยาโครงสร้าง ที่เราค้นพบว่ามีโครงสร้างของแอ่งตะกอนที่เป็นแอ่งตะกอนอยู่ในยุคมีโซโซอิกอยู่จริง ด้วยข้อมูลธรณีฟิสิกส์ที่เป็นความเข้มสนามแม่เหล็กที่บ่งชี้ว่าแอ่งตะก่อนนี้มีโอกาสที่จะเป็นแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ประมาณ 6 ล้านไร่ให้กับประเทศไทยได้ การสำรวจธรณีโครงสร้างนั้น จึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการสำรวจทรัพยากรใต้ดิน แต่ในประเทศไทยยังสำรวจทางธรณีวิทยาไม่ครบทุกโครงสร้าง โดยที่ผ่านมามีการยึดติดอยู่กับการสำรวจปิโตรเลียมแค่เพียง 2 ยุคโครงสร้างเท่านั้น
โดยโครงสร้างหลักในการสำรวจปิโตรเลียมเป็นแอ่งซีโซโซอิกในพื้นที่ภาคกลางและทะเลอ่าวไทย และโครงสร้างรอง คือ ในแอ่งพาลีโอโซอิก ในพื้นที่ภาคอีสาน แต่ในทางวิชาการประเทศไทยยังอาจมีแอ่งตะกอนอีก 1 ยุคโครงสร้างที่ซ่อนตัวอยู่และยังไม่เคยถูกสำรวจอย่างจริงจัง คือ แอ่งตะกอนยุคมีโซโซอิก ทั้งที่มีหลักฐานการขุดเจาะพบน้ำมันดิบในชั้นหินยุคนี้ใต้แอ่งซีโนโซอิกมาแล้ว ทั้งในอ่าวไทยและพื้นที่ภาคกลางของไทย
แต่จากการสำรวจกลับไม่ได้เดินหน้า เพื่อตามหาโครงสร้างหลักของแอ่งมีโซโซอิก ทั้งที่พบว่ามีหลักฐานสำคัญแล้วว่ามีการค้นพบปิโตรเลียมจริง ในขณะที่หลักฐานทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจยังชี้ว่า แอ่งมีโซโซอิกอาจเป็นแหล่งปิโตรเลียมรูปแบบขนาดใหญ่ เพราะเป็นยุคที่ทั่วโลกสำรวจพบแหล่งปิโตรเลียมแหล่งใหญ่จำนวนมาก ซึ่งเป็นแหล่งที่เกิดจากการสะสมของตะกอนทะเลตามที่ปิโตรเลียมแหล่งใหญ่ทั่วโลกเกิดจากการสะสมของตะกอนทะเลเช่นกัน จึงหมายความว่าประเทศไทยอาจยังไม่เคยรู้ศักยภาพที่แท้จริงของทรัพยากรพลังงานใต้ผืนแผ่นดินไทยของเรา
คำถามคือเราสำรวจครบทุกโครงสร้างแล้วหรือยัง และเรายังจะปล่อยให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าพลังงาน ที่อาจเกิดจากความไม่รู้ของเราอยู่หรือไม่ หากประเทศเราหันกลับมาใช้หลักในทางธรณีวิทยาโครงสร้างอย่างเป็นระบบในการสำรวจ เช่น เดียวกันกับที่ในหลายประเทศทั่วโลกที่มีการสำรวจแล้วค้นพบแหล่งปิโตรเลียม หรือแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ในอดีต เราก็อาจมีโอกาสค้นพบแหล่งทรัพยากรที่มีศักยภาพมากขึ้น
ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องในทางวิชาการ แต่เป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายของประชาชน ค่าน้ำมัน ค่าพลังงาน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว “ประเทศเราอาจจะไม่ได้จนทรัพยากร แต่อยู่ที่ว่าเราจะกล้าใช้ความรู้ในทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสำรวจและบริหารทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจังหรือไม่” เพราะความหวังของ ปชช.ทั้งประเทศ อาจยังอยู่ที่ใต้ผืนแผ่นดินของเราที่กำลังรอการสำรวจอย่างจริงจังและเป็นระบบ ตามหลักวิชาการ