NFL วางแผนหารือพันธมิตรนอกกลุ่มสื่อหลัก ขายสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขัน
NFL ลีกอเมริกันฟุตบอล เตรียมเจรจากับบริษัทสื่อรูปแบบใหม่ หลังความนิยมสตรีมมิ่งพุ่งสูง ชี้แพลตฟอร์มดิจิทัลเริ่มเข้าถึงผู้ชมในระดับเดียวกับทีวี พร้อมเดินหน้าขยายเกมต่างประเทศและอาจเปิดแพ็กเกจลิขสิทธิ์ใหม่เร็วที่สุดปีหน้า
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 04.41 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า National Football League (NFL) เตรียมเปิดการเจรจากับบริษัทสื่อนอกกรอบดั้งเดิม (non-traditional media) เพื่อพิจารณาขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันบางเกมให้กับแพลตฟอร์มเหล่านี้ ตามการเปิดเผยของ Hans Schroeder ประธานฝ่ายสื่อของ NFL ต่อ CNBC Sport เมื่อวันศุกร์
Schroeder กล่าวให้สัมภาษณ์จาก Radio Row ก่อนการแข่งขัน Super Bowl LX ที่ซานฟรานซิสโกว่า ปัจจุบันมีทั้งพันธมิตรขนาดเล็ก และบริษัทในอุตสาหกรรมสื่อที่สนใจเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ถ่ายทอดสดเกม NFLแม้อาจไม่ใช่ในรูปแบบแพ็กเกจใหญ่ทั้งหมดก็ตาม
“เราจะมีการพูดคุยเหล่านั้น เราต้องการทำความเข้าใจทุกทางเลือก และมองหารูปแบบที่ดีที่สุดสำหรับลีก แฟน ๆ และทีมต่าง ๆ ในระยะยาว” Schroeder กล่าว พร้อมเสริมว่า NFL พร้อมรับฟังจากหลายฝ่ายที่ต้องการเข้ามาเจรจา
แม้ยังไม่เปิดเผยว่าบริษัทใดบ้างที่อาจสนใจซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเกม แต่ฤดูกาลที่แล้ว NFLเคยขายสิทธิ์ถ่ายทอดสดเกมสัปดาห์แรกให้กับ YouTube ด้วยมูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ ในลักษณะดีลครั้งเดียว (one-off) ซึ่งเป็นแนวทางที่อาจนำไปใช้กับแพลตฟอร์มดิจิทัลรายอื่นในอนาคต
กระแสการเปลี่ยนผ่านของผู้ชมจากโทรทัศน์ไปสู่สตรีมมิ่ง ทำให้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลายเป็นคู่แข่งที่ทัดเทียมกับทีวีแบบดั้งเดิม ซึ่งเคยเป็นช่องทางหลักของNFL มาโดยตลอด
“ตอนนี้คุณเห็นแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ที่สามารถเข้าถึงผู้ชมในระดับเดียวกับทีวี นั่นทำให้เรามีตัวเลือกมากขึ้น” Schroeder กล่าว
แหล่งข่าวระบุว่าNFLและพันธมิตรสื่อดั้งเดิมอย่าง Disney, Paramount Global, NBCUniversal ในเครือ Comcast และ Amazon มีแนวโน้มจะเริ่มหารือเรื่องสัญญาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดรอบใหม่ภายในปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาประมาณ 4 ปีก่อนที่สัญญาปัจจุบันจะมีเงื่อนไขเปิดให้ยกเลิก (opt-out)
Schroeder ยังสอดคล้องกับความเห็นของ Roger Goodell ที่เคยระบุว่า NFLเปิดกว้างสำหรับการพูดคุยเรื่องสิทธิ์ถ่ายทอดสดในอนาคต
นอกจากนี้ NFLยังมีแผนเพิ่มจำนวนเกมแข่งขันในต่างประเทศเป็น 9 เกมในฤดูกาลหน้า ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด และอาจนำบางส่วนของเกมเหล่านี้ไปจัดเป็นแพ็กเกจลิขสิทธิ์ใหม่เพื่อขายให้พันธมิตรสื่อเร็วที่สุดในปีหน้า
อ้างอิง : www.cnbc.com