โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” ขู่โจมตี “อิหร่าน” รอบใหม่ หลังเจรจานิวเคลียร์ชะงัก อิหร่านขู่ตอบโต้ทันที

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 14.49 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 07.49 น.

"ทรัมป์" เพิ่มแรงกดดันทางทหาร เคลื่อนกองเรือเข้าใกล้อิหร่าน หลังเจรจานิวเคลียร์ชะงัก ขณะอิหร่านเตือนอาจโจมตีอิสราเอล หากสหรัฐเปิดฉากใช้กำลัง

วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 12.36 น. สำนักข่าว CNN รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กำลังพิจารณาทางเลือกในการเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ หลังความพยายามหารือเบื้องต้นระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน เพื่อจำกัดโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน ไม่สามารถคืบหน้าได้

ท่าทีล่าสุดของทรัมป์จุดกระแสตอบโต้จากอิหร่านอย่างรุนแรง โดยเตหะรานประกาศว่าจะตอบโต้ทันทีหากสหรัฐใช้กำลังทางทหาร ขณะที่ที่ปรึกษาคนสำคัญของผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถึงขั้นขู่ว่าจะโจมตีอิสราเอล หากการโจมตีเกิดขึ้นจริง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนการปรับจุดสนใจของรัฐบาลสหรัฐอย่างรวดเร็ว หลังจากเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อน ทรัมป์ยังพิจารณาความเป็นไปได้ของปฏิบัติการทางทหาร โดยอ้างว่าอาจเป็นการช่วยเหลือการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านทั่วประเทศ ซึ่งถูกปราบปรามอย่างรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อวันพุธ เรียกร้องให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อทำข้อตกลงที่ยุติธรรมและเท่าเทียม – ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมเตือนว่าการโจมตีครั้งต่อไปของสหรัฐจะรุนแรงยิ่งกว่าการโจมตีเมื่อช่วงฤดูร้อนปีก่อน ซึ่งกองทัพสหรัฐถล่มสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง

แหล่งข่าวระบุว่า ทางเลือกที่ทรัมป์กำลังพิจารณา รวมถึงการโจมตีทางอากาศที่มุ่งเป้าไปยังผู้นำระดับสูงและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของอิหร่านที่ถูกมองว่าอยู่เบื้องหลังการสังหารผู้ประท้วง ตลอดจนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์และสถาบันของรัฐ อย่างไรก็ดีทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ปัจจัยสำคัญ คือ การที่กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln Carrier Strike Group ได้เคลื่อนเข้าสู่มหาสมุทรอินเดียและขยับเข้าใกล้อิหร่าน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนทั้งการโจมตีและการป้องกันพันธมิตรในภูมิภาคจากการตอบโต้ของอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ สหรัฐและอิหร่านเคยติดต่อกันผ่านตัวกลางอย่างโอมาน รวมถึงการสื่อสารระหว่างผู้แทนพิเศษของทรัมป์ สตีฟ วิตคอฟฟ์ กับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะทางทหาร แต่การหารือโดยตรงไม่เคยเกิดขึ้นจริง และขณะนี้การเจรจาได้ชะงักลงโดยสิ้นเชิง

สหรัฐเรียกร้องเงื่อนไขเข้มงวดสำหรับการพบปะกับอิหร่าน ได้แก่ การยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างถาวร การจำกัดโครงการขีปนาวุธ และการยุติการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค อย่างไรก็ตามประเด็นที่ติดขัดมากที่สุดคือข้อเรียกร้องให้จำกัดพิสัยขีปนาวุธ ซึ่งอิหร่านปฏิเสธและยืนยันจะหารือเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น

ท่ามกลางความตึงเครียด สหรัฐได้เสริมกำลังป้องกันในภูมิภาค โดยเคลื่อนย้ายระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot เพิ่มเติม และเตรียมส่งระบบ THAAD เข้าประจำการ ขณะเดียวกัน กองทัพอากาศสหรัฐเตรียมจัดการฝึกทางอากาศหลายวันในตะวันออกกลาง เพื่อทดสอบขีดความสามารถในการปฏิบัติการภายใต้สถานการณ์กดดันสูง

ด้านอิหร่าน รัฐมนตรีต่างประเทศอารักชี ประกาศว่า กองทัพพร้อมตอบโต้อย่างฉับไวและรุนแรงต่อการรุกรานใด ๆ ขณะที่ อาลี ชัมคานี ที่ปรึกษาคนสำคัญของคาเมเนอี เตือนว่า การโจมตีจะถูกมองว่าเป็นการเปิดฉากสงคราม และขู่ว่าจะโจมตีเป้าหมายอย่างเทลอาวีฟ

รายงานข่าวกรองสหรัฐ ระบุว่า ระบอบการปกครองอิหร่านอยู่ในจุดอ่อนแอที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังถูกโจมตีโครงสร้างนิวเคลียร์และเครือข่ายพันธมิตร รวมถึงแรงกดดันจากการประท้วงภายในประเทศ อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเตือนว่า การโค่นผู้นำสูงสุดอาจไม่ได้นำไปสู่การล่มสลายของระบอบโดยอัตโนมัติ เนื่องจากผู้สืบทอดอำนาจยังคงเป็นกลุ่มสายแข็ง

ขณะเดียวกันพันธมิตรสำคัญของสหรัฐในตะวันออกกลางอย่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ประกาศไม่อนุญาตให้ใช้ดินแดนหรือห้วงอากาศของตนในการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน สะท้อนความกังวลต่อความเสี่ยงของการลุกลามเป็นสงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบ

อ้างอิง : edition.cnn.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...