เบื้องหลังความมั่นใจ LOPIA JAPAN ค้าปลีกญี่ปุ่นบุกไทย-อาเซียน
ค้าปลีกไทยนับเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง จากการอุดมไปด้วยผู้เล่นทั้งไทย-เทศ แต่ท่ามกลางความท้าทายนี้ “โลเปีย เจแปน” (LOPIA JAPAN) เชนซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติญี่ปุ่น ที่มี 139 สาขาในบ้านเกิดและ 9 สาขาในไต้หวัน กลับมองว่าปี 2569 นี้เป็นจังหวะเหมาะสมที่จะข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามาปักธงสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศไทย แม้เคยปฏิเสธคำชวนของยักษ์ค้าปลีกไทยรายหนึ่งเมื่อกว่า 10 ปีก่อนมาแล้วก็ตาม
โดยการมาทำธุรกิจในไทยครั้งนี้ LOPIA JAPAN ไม่เพียงมีแผนขยายสาขาซูเปอร์มาร์เก็ต แต่จะลงทุนปั้นไทยเป็นศูนย์กลางต่อยอดรุกไปยังประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนด้วย
ประชาชาติธุรกิจ ได้พูดคุยกับ“ฮิโตชิ มิซึโมโตะ” กรรมการบริษัท LOPIA และหัวหน้าสำนักงานใหญ่ฝ่ายดูแลภูมิภาคเอเชีย ผู้บริหารเชนซูเปอร์มาร์เก็ต LOPIA JAPAN ถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจเข้ามาลงทุนเปิดสาขาในไทย รวมถึงยุทธศาสตร์เด็ดที่จะใช้ชิงความได้เปรียบท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดในไทย
ไทยเหมาะแหล่งเรียนรู้-ผลิตสินค้า
“ฮิโตชิ มิซึโมโตะ” กล่าวว่า สาเหตุที่บริษัทตอบรับคำชวนของเครือเซ็นทรัล ในการเข้ามาเปิดสาขาแรกในอาเซียนที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ด้วยร้านขนาด 1,000 ตารางเมตร เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 แม้จะเคยปฏิเสธคำชวนเมื่อ 10 ปีก่อนนั้น เนื่องจากขณะนี้ไทยมีความเหมาะสมที่จะเข้ามาทำธุรกิจ และต่อยอดเป็นศูนย์กลางสำหรับขยายธุรกิจนอกญี่ปุ่น
โดยนอกจากความชื่นชอบทานอาหารญี่ปุ่นของผู้บริโภคไทยยังคงแข็งแกร่งและเติบโตขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะหนุนให้สินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่ง 90% นำเข้าโดยตรงจากญี่ปุ่นได้รับการตอบรับที่ดีแล้ว ไทยยังมีความหลากหลายของผู้บริโภคสูง หลังผู้คนจากหลายชาติอาเซียนมาจับจ่าย เป็นโอกาสที่บริษัทจะใช้เรียนรู้อินไซต์ผู้บริโภคจากแต่ละประเทศเพื่อนำไปต่อยอดขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่น ๆ ได้
รวมถึงการที่ไทยมีโรงงานผลิต-แปรรูปอาหารจำนวนมากและหลากหลายแนว เหมาะสำหรับการตั้งฐานผลิตสินค้าไพรเวตแบรนด์เพื่อป้อนสาขาทั้งในไทย, ญี่ปุ่น และประเทศอาเซียนที่จะเข้าไปทำธุรกิจในอนาคต
นอกจากนี้ ภูมิภาคอาเซียนมีศักยภาพทางธุรกิจสูงจากจำนวนประชากรรวมทั้งภูมิภาคที่มากกว่าญี่ปุ่นหลายเท่าตัว จึงเป็นโอกาสดีที่จะขยายธุรกิจเข้ามาเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
โดยขณะนี้บริษัทมีโรงงานผลิตอาหารในไทยแล้ว 1 แห่ง โดยอาศัยการเข้าซื้อกิจการโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ เพื่อผลิตไก่แปรรูป อาทิ ไก่คาราอาเกะ สำหรับจำหน่ายในไทยและส่งออกไปยังญี่ปุ่น
ต่อยอดโพซิชั่นยักษ์อุตสาหกรรม
สำหรับจุดเด่นของโลเปีย เจแปน ที่จะชิงความได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งนั้น “ฮิโตชิ” อธิบายว่า ไลน์อัพสินค้าอาหารโดยเฉพาะวัตถุดิบสดคุณภาพสูงอย่าง เนื้อวากิวพันธุ์ขนดำ, แอปเปิลจากจังหวัดโทชิกิ, ซีฟู้ด ซึ่งคัดมาจากแหล่งต่าง ๆ ในญี่ปุ่น และนำเข้ามาจำหน่ายในราคาจับต้องได้ง่ายกว่าคู่แข่ง เป็นจุดเด่นสำคัญ
โดยความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพสูง และการทำราคานี้เป็นผลจากการที่ โลเปีย (Lopia) บริษัทแม่ อยู่ในเครือโอไอซี กรุ๊ป (OIC Group) ซึ่งมีธุรกิจด้านอาหารครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หรือตั้งแต่เกษตรกรรม-ประมง-ปศุสัตว์, ผลิต-แปรรูปอาหาร, ร้านอาหาร ไปจนถึงนำเข้า-ส่งออกและโลจิสติกส์
ในรอบปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เครือโอไอซี กรุ๊ป สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 521,000 ล้านเยน หรือมากกว่า 1 แสนล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 100 เยน เท่ากับ 20.23 บาท)
ความครบวงจรนี้ทำให้สามารถจัดหา แปรรูปและนำสินค้ามาจำหน่ายทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศรวมถึงในไทยได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง ช่วยคุมต้นทุนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถตั้งราคาจำหน่ายในระดับที่แข่งขันกับคู่แข่งรายอื่นได้แน่นอน
ตัวอย่างเช่น เนื้อวัววากิวพันธุ์ขนดำราคา 99 บาท/100 กรัม หรือกิโลกรัมละ 990 บาท, สันนอกหมูชาบูราคา 39 บาท/100 กรัม หรือกิโลกรัมละ 390 บาท ซูชิที่น้ำหนักต่อชิ้นมากกว่าปกติ เป็นต้น
“เรามีระบบบริหารจัดการรับซื้อและแปรรูปเนื้อวัวด้วยตนเอง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพจนพร้อมที่จะสร้างปรากฏการณ์ ‘การปฏิวัติวงการเนื้อวากิว’ ครั้งแรกในประเทศไทย ให้ชาวไทยได้ลิ้มชิมรสชาติเนื้อวากิวได้ในราคาเอื้อมถึง”
มุ่งสร้างสวนสนุกแห่งอาหาร
นอกจากคุณภาพสินค้าและราคาแล้ว แนวคิดการออกแบบประสบการณ์ในร้าน อย่างการจัดโซนต่าง ๆ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ ซึ่ง “ฮิโตชิ” กล่าวว่าในโลเปีย เจแปน สาขาเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ จะแบ่งเป็น 5 แผนก ได้แก่ แผนกเนื้อสัตว์, แผนกผักผลไม้, แผนกอาหารทะเล, แผนกอาหารปรุงสำเร็จ และแผนกผลิตภัณฑ์แปรรูป
โดยมีพื้นที่ครัวสำหรับทำอาหารสด ๆ ในสาขา อย่าง พิซซ่า ซึ่งใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงจากญี่ปุ่น ส่วนเตาอบนำเข้าจากยุโรป และมุมย่างแฮมเบอร์เกอร์เนื้อวากิวด้วย
เพื่อสร้างประสบการณ์แตกต่างในการช็อป และเป็นแม็กเนตดึงดูดลูกค้ากลุ่มเด็กและครอบครัว
ทั้งนี้ เป็นไปตามแนวคิดหลักของแบรนด์ที่ต้องการ “เผยแพร่อาหารญี่ปุ่นไปทั่วโลก” และสร้างร้านที่ให้ทุกคนสามารถ “สัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงญี่ปุ่น” มาพร้อมกับบรรยากาศ “สวนสนุกแห่งอาหาร” หรือ Food Theme Park ที่จะมอบความสุข ความสนุก ความรัก และความสัมพันธ์จากใจถึงใจที่ทำให้ลูกค้าต้องกลับมาช็อปอีกครั้ง
ไม่หวั่น ศก.-กำลังซื้อ-การแข่งขัน
“ฮิโตชิ” ย้ำว่า ไม่กังวลกับปัจจัยท้าทายต่าง ๆ ในไทย ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ รวมถึงการแข่งขันดุเดือดในวงการค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ต แม้จะมีคู่แข่งทั้งไทยและญี่ปุ่นที่ครองตลาดในทำเลต่าง ๆ อยู่แล้วก็ตาม
เนื่องจากบริษัทมีโนว์ฮาวจากการรุกเปิดตลาดไต้หวันเมื่อเดือนมกราคม 2566 และสามารถขยายสาขาได้ถึง 9 สาขาในเวลาไม่ถึง 3 ปี รวมถึงได้รับความนิยมสูงจนต้องจำกัดจำนวนคนเข้าร้านต่อรอบ จึงเชื่อว่าจะสามารถต่อยอดประสบการณ์ในไต้หวันมาปรับใช้กับสาขาในไทยได้ รวมถึงเชื่อว่าด้วยจำนวนประชากรไทยที่มากกว่าไต้หวัน บริษัทมีโอกาสขยายสาขาได้มากกว่าด้วย
โดยเบื้องต้นในปี 2569 นี้ มีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก 4 สาขา โฟกัสในศูนย์การค้าเซ็นทรัลซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก ก่อนจะประเมินผลตอบรับของแต่ละสาขาและวางยุทธศาสตร์ระยะกลาง-ยาวอย่างชัดเจนอีกครั้ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เบื้องหลังความมั่นใจ LOPIA JAPAN ค้าปลีกญี่ปุ่นบุกไทย-อาเซียน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net