โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบื้องหลังความมั่นใจ LOPIA JAPAN ค้าปลีกญี่ปุ่นบุกไทย-อาเซียน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.พ. เวลา 08.55 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. เวลา 08.55 น.
ฮิโตชิ มิซึโมโตะ

ค้าปลีกไทยนับเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง จากการอุดมไปด้วยผู้เล่นทั้งไทย-เทศ แต่ท่ามกลางความท้าทายนี้ “โลเปีย เจแปน” (LOPIA JAPAN) เชนซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติญี่ปุ่น ที่มี 139 สาขาในบ้านเกิดและ 9 สาขาในไต้หวัน กลับมองว่าปี 2569 นี้เป็นจังหวะเหมาะสมที่จะข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามาปักธงสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศไทย แม้เคยปฏิเสธคำชวนของยักษ์ค้าปลีกไทยรายหนึ่งเมื่อกว่า 10 ปีก่อนมาแล้วก็ตาม

โดยการมาทำธุรกิจในไทยครั้งนี้ LOPIA JAPAN ไม่เพียงมีแผนขยายสาขาซูเปอร์มาร์เก็ต แต่จะลงทุนปั้นไทยเป็นศูนย์กลางต่อยอดรุกไปยังประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนด้วย

ประชาชาติธุรกิจ ได้พูดคุยกับ“ฮิโตชิ มิซึโมโตะ” กรรมการบริษัท LOPIA และหัวหน้าสำนักงานใหญ่ฝ่ายดูแลภูมิภาคเอเชีย ผู้บริหารเชนซูเปอร์มาร์เก็ต LOPIA JAPAN ถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจเข้ามาลงทุนเปิดสาขาในไทย รวมถึงยุทธศาสตร์เด็ดที่จะใช้ชิงความได้เปรียบท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดในไทย

ไทยเหมาะแหล่งเรียนรู้-ผลิตสินค้า

“ฮิโตชิ มิซึโมโตะ” กล่าวว่า สาเหตุที่บริษัทตอบรับคำชวนของเครือเซ็นทรัล ในการเข้ามาเปิดสาขาแรกในอาเซียนที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ด้วยร้านขนาด 1,000 ตารางเมตร เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 แม้จะเคยปฏิเสธคำชวนเมื่อ 10 ปีก่อนนั้น เนื่องจากขณะนี้ไทยมีความเหมาะสมที่จะเข้ามาทำธุรกิจ และต่อยอดเป็นศูนย์กลางสำหรับขยายธุรกิจนอกญี่ปุ่น

โดยนอกจากความชื่นชอบทานอาหารญี่ปุ่นของผู้บริโภคไทยยังคงแข็งแกร่งและเติบโตขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะหนุนให้สินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่ง 90% นำเข้าโดยตรงจากญี่ปุ่นได้รับการตอบรับที่ดีแล้ว ไทยยังมีความหลากหลายของผู้บริโภคสูง หลังผู้คนจากหลายชาติอาเซียนมาจับจ่าย เป็นโอกาสที่บริษัทจะใช้เรียนรู้อินไซต์ผู้บริโภคจากแต่ละประเทศเพื่อนำไปต่อยอดขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่น ๆ ได้

รวมถึงการที่ไทยมีโรงงานผลิต-แปรรูปอาหารจำนวนมากและหลากหลายแนว เหมาะสำหรับการตั้งฐานผลิตสินค้าไพรเวตแบรนด์เพื่อป้อนสาขาทั้งในไทย, ญี่ปุ่น และประเทศอาเซียนที่จะเข้าไปทำธุรกิจในอนาคต

นอกจากนี้ ภูมิภาคอาเซียนมีศักยภาพทางธุรกิจสูงจากจำนวนประชากรรวมทั้งภูมิภาคที่มากกว่าญี่ปุ่นหลายเท่าตัว จึงเป็นโอกาสดีที่จะขยายธุรกิจเข้ามาเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

โดยขณะนี้บริษัทมีโรงงานผลิตอาหารในไทยแล้ว 1 แห่ง โดยอาศัยการเข้าซื้อกิจการโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ เพื่อผลิตไก่แปรรูป อาทิ ไก่คาราอาเกะ สำหรับจำหน่ายในไทยและส่งออกไปยังญี่ปุ่น

ต่อยอดโพซิชั่นยักษ์อุตสาหกรรม

สำหรับจุดเด่นของโลเปีย เจแปน ที่จะชิงความได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งนั้น “ฮิโตชิ” อธิบายว่า ไลน์อัพสินค้าอาหารโดยเฉพาะวัตถุดิบสดคุณภาพสูงอย่าง เนื้อวากิวพันธุ์ขนดำ, แอปเปิลจากจังหวัดโทชิกิ, ซีฟู้ด ซึ่งคัดมาจากแหล่งต่าง ๆ ในญี่ปุ่น และนำเข้ามาจำหน่ายในราคาจับต้องได้ง่ายกว่าคู่แข่ง เป็นจุดเด่นสำคัญ

โดยความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพสูง และการทำราคานี้เป็นผลจากการที่ โลเปีย (Lopia) บริษัทแม่ อยู่ในเครือโอไอซี กรุ๊ป (OIC Group) ซึ่งมีธุรกิจด้านอาหารครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หรือตั้งแต่เกษตรกรรม-ประมง-ปศุสัตว์, ผลิต-แปรรูปอาหาร, ร้านอาหาร ไปจนถึงนำเข้า-ส่งออกและโลจิสติกส์

ในรอบปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เครือโอไอซี กรุ๊ป สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 521,000 ล้านเยน หรือมากกว่า 1 แสนล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 100 เยน เท่ากับ 20.23 บาท)

ความครบวงจรนี้ทำให้สามารถจัดหา แปรรูปและนำสินค้ามาจำหน่ายทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศรวมถึงในไทยได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง ช่วยคุมต้นทุนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถตั้งราคาจำหน่ายในระดับที่แข่งขันกับคู่แข่งรายอื่นได้แน่นอน

ตัวอย่างเช่น เนื้อวัววากิวพันธุ์ขนดำราคา 99 บาท/100 กรัม หรือกิโลกรัมละ 990 บาท, สันนอกหมูชาบูราคา 39 บาท/100 กรัม หรือกิโลกรัมละ 390 บาท ซูชิที่น้ำหนักต่อชิ้นมากกว่าปกติ เป็นต้น

“เรามีระบบบริหารจัดการรับซื้อและแปรรูปเนื้อวัวด้วยตนเอง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพจนพร้อมที่จะสร้างปรากฏการณ์ ‘การปฏิวัติวงการเนื้อวากิว’ ครั้งแรกในประเทศไทย ให้ชาวไทยได้ลิ้มชิมรสชาติเนื้อวากิวได้ในราคาเอื้อมถึง”

มุ่งสร้างสวนสนุกแห่งอาหาร

นอกจากคุณภาพสินค้าและราคาแล้ว แนวคิดการออกแบบประสบการณ์ในร้าน อย่างการจัดโซนต่าง ๆ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ ซึ่ง “ฮิโตชิ” กล่าวว่าในโลเปีย เจแปน สาขาเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ จะแบ่งเป็น 5 แผนก ได้แก่ แผนกเนื้อสัตว์, แผนกผักผลไม้, แผนกอาหารทะเล, แผนกอาหารปรุงสำเร็จ และแผนกผลิตภัณฑ์แปรรูป

โดยมีพื้นที่ครัวสำหรับทำอาหารสด ๆ ในสาขา อย่าง พิซซ่า ซึ่งใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงจากญี่ปุ่น ส่วนเตาอบนำเข้าจากยุโรป และมุมย่างแฮมเบอร์เกอร์เนื้อวากิวด้วย

เพื่อสร้างประสบการณ์แตกต่างในการช็อป และเป็นแม็กเนตดึงดูดลูกค้ากลุ่มเด็กและครอบครัว

ทั้งนี้ เป็นไปตามแนวคิดหลักของแบรนด์ที่ต้องการ “เผยแพร่อาหารญี่ปุ่นไปทั่วโลก” และสร้างร้านที่ให้ทุกคนสามารถ “สัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงญี่ปุ่น” มาพร้อมกับบรรยากาศ “สวนสนุกแห่งอาหาร” หรือ Food Theme Park ที่จะมอบความสุข ความสนุก ความรัก และความสัมพันธ์จากใจถึงใจที่ทำให้ลูกค้าต้องกลับมาช็อปอีกครั้ง

ไม่หวั่น ศก.-กำลังซื้อ-การแข่งขัน

“ฮิโตชิ” ย้ำว่า ไม่กังวลกับปัจจัยท้าทายต่าง ๆ ในไทย ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ รวมถึงการแข่งขันดุเดือดในวงการค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ต แม้จะมีคู่แข่งทั้งไทยและญี่ปุ่นที่ครองตลาดในทำเลต่าง ๆ อยู่แล้วก็ตาม

เนื่องจากบริษัทมีโนว์ฮาวจากการรุกเปิดตลาดไต้หวันเมื่อเดือนมกราคม 2566 และสามารถขยายสาขาได้ถึง 9 สาขาในเวลาไม่ถึง 3 ปี รวมถึงได้รับความนิยมสูงจนต้องจำกัดจำนวนคนเข้าร้านต่อรอบ จึงเชื่อว่าจะสามารถต่อยอดประสบการณ์ในไต้หวันมาปรับใช้กับสาขาในไทยได้ รวมถึงเชื่อว่าด้วยจำนวนประชากรไทยที่มากกว่าไต้หวัน บริษัทมีโอกาสขยายสาขาได้มากกว่าด้วย

โดยเบื้องต้นในปี 2569 นี้ มีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก 4 สาขา โฟกัสในศูนย์การค้าเซ็นทรัลซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก ก่อนจะประเมินผลตอบรับของแต่ละสาขาและวางยุทธศาสตร์ระยะกลาง-ยาวอย่างชัดเจนอีกครั้ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เบื้องหลังความมั่นใจ LOPIA JAPAN ค้าปลีกญี่ปุ่นบุกไทย-อาเซียน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...