โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MEA ย้ำความพร้อมระบบไฟฟ้าอัจฉริยะรับมือพีคหน้าร้อน 2569 ชูระบบจำหน่ายมั่นคง ปลอดภัย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
MEA ย้ำความพร้อมระบบไฟฟ้าอัจฉริยะรับมือพีคหน้าร้อน 2569 ช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดในรอบปี ชูระบบจำหน่ายมั่นคง ปลอดภัย

วันนี้ (10 มีนาคม 2569) นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมระบบจำหน่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดในรอบปี โดยข้อมูลล่าสุด ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 MEA มีจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ให้บริการรวมทั้งสิ้น 4,418,726 ราย ทั้งนี้ MEA คาดการณ์ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Maximum Demand) ในปี 2569 ไว้ที่ 9,572 เมกะวัตต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากค่าสูงสุดของปี 2568 เท่ากับ 224 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.39 โดยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสภาพอากาศที่ร้อนจัด

ในด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้านั้น MEA ได้เตรียมพร้อมนวัตกรรมระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ MEA Smart Metro Grid เพื่อรับมือทุกการใช้ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนอย่างเต็มที่ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการระบบจำหน่ายให้มั่นคงและจ่ายไฟได้อย่างต่อเนื่อง รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น พร้อมทั้งประเมินและเฝ้าระวังการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อแจ้งเตือนและป้องกันเหตุไฟฟ้าขัดข้องล่วงหน้า ควบคู่ไปกับการบำรุงรักษาเชิงป้องกันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โดยดำเนินการตรวจสอบและเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าในระบบจำหน่ายที่ครบอายุการใช้งานหรือเสื่อมสภาพ เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบให้พร้อมจ่ายไฟอย่างเต็มกำลัง

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูร้อนที่มักเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง MEA ได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความมั่นคงของระบบโครงข่ายและการกู้ระบบที่รวดเร็วเพื่อลดผลกระทบไฟดับ หากเกิดเหตุขัดข้องจากพายุฤดูร้อน ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะจะช่วยส่งข้อมูลและวิเคราะห์จุดเกิดเหตุได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถลงพื้นที่แก้ไขและจ่ายไฟกลับคืนสู่ปกติได้อย่างรวดเร็ว

พร้อมกันนี้ยังได้ยกระดับความสะดวกให้ประชาชนจัดการเรื่องไฟฟ้าครบจบในแอปเดียว ผ่าน MEA Smart Life Application ทั้งการตรวจสอบ เช็กยอด และชำระค่าไฟฟ้า รวมถึงเป็นช่องทางสำคัญในการแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง หากประชาชนพบเหตุไฟตก ไฟดับ หรือสายไฟชำรุดอันเกิดจากพายุฤดูร้อน ก็สามารถแจ้งผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการแก้ไขอย่างทันท่วงที สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าตลอดช่วงฤดูร้อนนี้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูร้อนที่มีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น MEA ขอแนะนำให้ประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงานผ่านหลัก “ปิด - ปรับ - ปลด - เปลี่ยน - ปลูก” ได้แก่ การปิดไฟที่ไม่ใช้ ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียสพร้อมเปิดพัดลมควบคู่ ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน

เปลี่ยนมาใช้เครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูงและหลอดไฟ LED รวมถึงการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างร่มเงา ตลอดจนขอให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ หรือสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง และหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานและปลอดภัยอยู่เสมอ

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในช่วงฤดูร้อน MEA ได้ดำเนินโครงการ "ประชาสุขใจ ค่าไฟยืดชำระ" ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนเมษายน 2569 โดยได้กำหนดคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิคือ ประชาชนที่มียอดค่าไฟฟ้าไม่เกิน 300 บาทต่อเดือน จะได้รับการขยายระยะเวลาชำระค่าไฟฟ้าเป็น 3 เดือน ซึ่งจากผลการดำเนินงานล่าสุด ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่ามีประชาชนได้รับการขยายระยะเวลาชำระค่าไฟเฉลี่ยถึงเดือนละ 914,854 ราย คิดเป็นจำนวนเงินค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละ 105.47 ล้านบาท โดยหากรวมยอดผู้ได้รับสิทธิ์ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 และมกราคม 2569 จะมีจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์รวมทั้งสิ้น 1,829,708 ราย

คิดเป็นมูลค่าที่ MEA ได้ช่วยเหลือเพื่อเสริมสภาพคล่องไปแล้วรวมกว่า 210.93 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการดำเนินการตามมติภาครัฐในการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าเรียกเก็บสำหรับงวดเดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 ลงมาอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ MEA ได้ที่ Line: MEA Connect (@MEAthailand) สัญลักษณ์โล่สีเขียวนำหน้าชื่อบัญชีทางการ เลือกเมนู ติดต่อ MEA Call Center Online 1130 ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง และติดตามข่าวสารงานบริการของ MEA ผ่านทางเว็บไซต์ www.mea.or.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...