ธรรมนัสไม่ใช่ฝ่ายแค้น ‘พีระพันธุ์’ไขก๊อกสส.
ผู้ตรวจการฯ เผยยอดคำร้องเลือกตั้งพุ่ง 40 เรื่อง รวมทั้งปมฉาวคิวอาร์โค้ด ยันทำหน้าที่ในกรอบ 60 วัน พร้อมส่งศาลรัฐธรรมนูญหากเข้าเงื่อนไข ขณะที่ "เลขาฯ สภา" พร้อมจัดรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 14 มี.ค. นัดประชุมโหวตเลือก ปธ.-รอง ปธ.สภาฯ วันถัดไป ขณะที่ "นายกฯ หนู” รูดซิปปากคุยการเมืองบอกยังป่วย “ศุภจี” อ้าแขนรับทำงานร่วมทุกพรรคหาก ปชช.ได้ประโยชน์ “ธรรมนัส” เปิดใจไม่ได้คุยอนุทิน ลั่นไม่ใช่ฝ่ายแค้น มีคุณธรรมพอ “มาร์ค” ยันคดีลูกพรรคให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ขณะที่ "พีระพันธุ์” ไขก๊อก สส. ดัน “อรรถวิชช์” ทำหน้าที่ในสภาแทน
เมื่อวันพุธ เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคำร้องเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนในการเลือกตั้งปี 2569 ว่า อยู่ในขั้นตอนวิเคราะห์ข้อมูลและรอคำชี้แจงจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อนำมาประกอบการวินิจฉัยเป็นการภายใน มั่นใจว่าเราทำเรื่องนี้อย่างรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตรวจการแผ่นดินทำเรื่องนี้จนเต็มระยะเวลา 60 วัน แล้วค่อยเปิดโอกาสให้ประชาชนไปฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายทรงศักกล่าวว่า ต้องไปถามคนที่ตั้งข้อสังเกต ตนไม่สามารถตอบแทนได้ ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีก 30 กว่าวัน ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น แต่อยู่ในกรอบเวลา 60 วัน
“สำหรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ล่าสุดมีทั้งหมด 40 คำร้อง โดยมีกรณีการละเมิดสิทธิเสรีภาพประมาณ 20 เรื่อง เรื่องความเดือดร้อนอีก 10 กว่าเรื่อง และอื่นๆ รวมถึงประเด็นทีโออาร์และการจัดพิมพ์บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งนับตั้งแต่รับเรื่องร้องเรียนในวันแรก เมื่อข้อมูลเข้ามาเราก็นำมาวิเคราะห์เลย” นายทรงศักระบุ
เมื่อถามย้ำว่า การพิจารณาให้เป็นโมฆะหรือไม่เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายทรงศักกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่เราพิจารณาเฉพาะเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามาและอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเราเท่านั้น ก็เหมือนเป็นการกลั่นกรองให้ศาลรัฐธรรมนูญอีกชั้นหนึ่ง
เมื่อถามต่อว่า การพิจารณาว่าการเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยลับหรือไม่ อยู่ในอำนาจพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดินหรือไม่นั้น นายทรงศักกล่าวว่า ต้องดูว่าเป็นไปตามระเบียบและรัฐธรรมนูญหรือไม่
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2569 ในวันที่ 14 มี.ค.เป็นต้นไปว่า ทางรัฐสภามีความพร้อมต่อการจัดรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันดังกล่าว โดยสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะเชิญ สส. สว. รวมถึงนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ทูตานุทูต ประธานองค์กรอิสระ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมรัฐพิธี ซึ่งจะจัดที่ห้องโถงพิธี ชั้น 11 อาคารรัฐสภา ในเวลา 17.00 น. โดยขณะนี้ทางสำนักงานได้จัดสถานที่ให้มีความพร้อมต่อการจัดรัฐพิธีแล้ว
นายศิโรจน์กล่าวต่อว่า ขณะที่การเปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ ได้รับการประสานมาจากพรรคการเมืองที่รวบรวมเสียงข้างมากว่ามีความพร้อมในวันที่ 15 มี.ค. ดังนั้น ทางสำนักงานจะจัดประชุมสภาฯ ในวันดังกล่าวตั้งแต่เวลา 09.00 น. เพื่อให้ สส.กล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุมก่อนปฏิบัติหน้าที่ และเลือกประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ สำหรับจำนวนรองประธานสภาฯ จะมีกี่คน ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมสภาฯ จะพิจารณาและมีมติ
นายศิโรจน์กล่าวด้วยว่า ส่วนการประชุมนัดถัดไปเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะเป็นเมื่อใดนั้น ต้องรอให้ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งก่อน จึงจะกำหนดได้ว่าจะนัดประชุมสภาฯ เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้เมื่อใด
นายกฯ ปิดปาก
นายศิโรจน์กล่าวอีกว่า สำหรับการรับรายงานตัว สส. จากข้อมูลเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา มียอด สส.เข้ารายงานตัวแล้ว 498 คน ยังเหลือ สส.ที่รอการเข้ารายงานตัว 1 คน จึงจะครบ 499 คน ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ สส. 1 คนที่ยังไม่เข้ารายงานตัวคือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประสานมายังสำนักงานเลขาธิการสภาฯ อย่างเป็นทางการว่าจะเข้ารายงานตัวเมื่อใด
ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงสินค้า THAIFEX - HOREC ASIA 2026 ณ ห้องจูปีเตอร์ 4-6 อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รอให้การต้อนรับ
เมื่อเดินทางถึงสื่อมวลชนสอบถามถึงอาการป่วยของนายกรัฐมนตรีว่าหายดีแล้วหรือยัง นายกรัฐมนตรีทำท่าเบ่งกล้ามแข็งแรงและยิ้มให้กับสื่อโดยไม่ได้พูดอะไร ก่อนเดินเข้าร่วมงาน
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการจัดแสดงสินค้า ซึ่งระหว่างเดินชมสินค้าผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำนายกรัฐมนตรีว่าหายป่วยแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งนายอนุทินนำมือมาจับที่คอแสดงอาการว่าเจ็บคอ พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า หายแล้ว ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าสามารถตอบคำถามผู้สื่อข่าวได้แล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีหัวเราะก่อนกล่าวว่า ยัง ป่วยอยู่
ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า นายกฯ จะป่วยอีกกี่วัน หรือต้องรอหลังโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรนายกฯ จึงจะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนได้ นายกฯ หัวเราะในลำคอและยิ้มก่อนกล่าวว่า ชอบแกล้งอยู่เรื่อย พร้อมชี้แจงว่า เมื่อวานท้องเสียเพราะทานอาหารญี่ปุ่นซึ่งเป็นของดิบ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการเข้ามาทำงานการเมืองเต็มตัวทำให้ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษว่า ตัวเองไม่ได้เป็นคนเก่งอะไร แต่คิดว่าเป็นคนที่มีความตั้งใจมากกว่า ซึ่งส่วนตัวไม่ได้ห่วงอะไร ตั้งใจว่าจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด ดังนั้นอะไรที่ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์กับประชาชนก็ไม่ต้องไปสนใจ
เมื่อถามว่า จะต้องเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยหรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่เราดูแลในเรื่องของการค้าขายอยู่แล้ว ก็ต้องเกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรฯ จึงต้องทำงานบูรณาการร่วมกัน ส่วนจะต้องเข้าไปดูแลรับผิดชอบหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ทุกวันนี้ดูแลกระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว ซึ่งต้องทำงานเชื่อมโยงกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่า ถ้าทำงานต่างพรรคการเมืองก็ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า ทุกคนทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนเป็นหลัก ตนเองก็ทำเช่นนั้น ดังนั้น พรรคไหนก็ได้ ขอแค่เป็นพรรคที่มีเป้าหมายเดียวกัน ก็แค่นั้นเอง ไม่ได้มองว่าพรรคไหน มองที่งานเป็นหลัก
ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กทม. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคกล้าธรรมว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน ต้องมีการคุยกันเพื่อเป็นมติพรรค ซึ่งจะมีการประชุมกันในเช้าวันที่ 15 มี.ค.นี้
ธรรมนัสไม่แค้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งแต่มีข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยปิดดีลตั้งรัฐบาลแล้ว ได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยัง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน
เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้พร้อมเป็นฝ่ายค้านแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การเป็นนักการเมืองต้องทำได้ทุกหน้าที่ ทุกบทบาท ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องทำให้ดีในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย
เมื่อถามว่า จะทำงานร่วมกับพรรคประชาชนได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ถูกเขาโจมตีมาตลอด ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เป็นนักการเมืองต้องอยู่ได้ทุกสถานะ มิตรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง คนที่ร่วมทางทางการเมือง วันหนึ่งต้องแยกทาง ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นศัตรูกัน คนเคยไม่ถูกกันหรือทัศนะไม่ตรงกัน เมื่อมาทำงานร่วมกันก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน เราไม่เอาเรื่องส่วนตัวเข้ามา สิ่งสำคัญคือแม้เราจะเป็นฝ่ายค้าน แต่ต้องมีหลักการของเรา ไม่ใช่โวยวายหรือค้านทุกเรื่อง หากเรื่องไหนมีประโยชน์เราก็ไม่ควรค้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการพูดคุยกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้คุย เพราะไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคหรือหัวหน้าพรรค แต่การตัดสินใจอยู่ที่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งขณะนี้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้พูดคุยกับกรรมการบริหารพรรคหลายคนแล้ว ดังนั้นต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ว่าเราไปออกหน้าทุกเรื่อง
เมื่อถามว่า วางแนวทางการตรวจสอบรัฐบาลอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสร้องโอ๊ย หัวเราะก่อนจะกล่าวว่า “ยังไม่ได้เป็นเลย ใจเย็นๆ” เมื่อถามอีกว่า กังวลว่านโยบาย ส.ป.ก.4-01 จะไม่ได้รับการสานต่อหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน มั่นใจว่าใครก็ตามที่มานั่งตำแหน่งนี้จะสานต่อ แต่ถ้าไม่สานต่อ จะใช้ สส.ของตนทั้ง 58 คนขับเคลื่อนผ่านสภา เมื่อถามอีกว่ามีนักวิชาการระบุว่า ที่พรรคกล้าธรรมไม่ได้ร่วมรัฐบาลเพราะมีนักการเมืองอีกคนฝากให้ฝัง ร.อ.ธรรมนัสย้อนถามว่า “นักวิชาการใช่มั้ยครับ อันนั้นไม่รู้จริง”
เมื่อถามว่า ได้มีการหารือถอดบทเรียนกันในพรรคหรือไม่ว่าทำไมถึงไม่ได้ร่วมรัฐบาลทั้งที่มี 58 เสียง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า บางครั้งความสำเร็จในการได้มาซึ่งชัยชนะเลือกตั้ง ไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าเราจะสามารถเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อใดก็ตามที่ไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่งก็ไม่สามารถควบคุมได้
เมื่อถามถึงกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรคกล้าธรรม ระบุว่าสาเหตุที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล เพราะเป็นการสกัดไม่ให้พรรคกล้าธรรมเติบโต ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เป็นความเห็นของนายไผ่ ต้องไปถามท่าน เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายมองว่าสาเหตุที่สายสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยขาดกัน เพราะมีปัญหาเรื่องลง สส.แข่งกันเองในเขตเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ถ้าไม่แข่งกันเองก็ฮั้วกันสิครับ”
ถามถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัสพูดเปรยบนเวทีงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าจะไปไม่นาน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ความไม่แน่นอนของการเมือง ตนเห็นอะไรมาเยอะ บางครั้งพรรคที่ได้อันดับหนึ่งไม่ได้หมายความว่าจะเป็นรัฐบาลเสมอไป หรือพรรคอันดับหนึ่งที่จัดตั้งรัฐบาลจะอยู่เสมอไป อยู่ที่ผลงานและการบริหารบ้านเมือง
เมื่อถามยํ้าว่า ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณอะไรใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่มี มันเป็นธรรมชาติของการเมือง
ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า พรรคประชาชนหวังว่าพรรคกล้าธรรมจะมีข้อมูลลับ เป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ไม่มีครับ ผมไม่ใช่ฝ่ายแค้น ผมมีคุณธรรมพอ”
ไฟเขียวโสภณ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลว่า ไม่ได้รับการทาบทามในการเข้าร่วมรัฐบาล และคิดว่ารัฐบาลและนายอนุทินก็ชัดเจนว่าเสียงที่มีอยู่ก็เพียงพอ และตนเองก็เคยพูดเรื่องนี้ไปแล้ว
เมื่อถามถึงการทำงานในฐานะฝ่ายค้านร่วมกับพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาชนจะมีปัญหาหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีปัญหา เพราะการเป็นฝ่ายค้านไม่เหมือนกับการเป็นฝ่ายบริหาร แต่ละพรรคสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ ไม่น่ามีปัญหาอะไร ทราบว่าจะมีการเปิดประชุมสภาฯ ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ จึงต้องเตรียมความพร้อมในการประชุม สส.
ถามถึงแนวทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาฯ จะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะรอฟังว่าขณะนี้แต่ละพรรคมีท่าทีอย่างไร ซึ่งตนได้บอกโจทย์นี้กับ สส.ของพรรคแล้ว
เมื่อถามว่า อาจมีการเสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาฯ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายรัฐบาลที่ปกติจะเสนอชื่อคนในพรรคแกนนำอยู่แล้ว และนายโสภณก็ต้องถือว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์พอสมควร
นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ออกหมายเรียกนายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีหลบเลี่ยงภาษีว่า เรื่องนี้เข้าใจว่าทางเจ้าหน้าที่จะเรียกนายกฤตย์อิชย์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 16 มี.ค.นี้ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือ โดยให้ว่าไปตามข้อเท็จจริง ตนเพียงทราบคร่าวๆ ว่าเป็นเรื่องธุรกิจครอบครัว ซึ่งเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นมานับสิบปีแล้ว โดยทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และตนได้กำชับไปแล้วว่าให้ปฏิบัติตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า อาจจะส่งผลให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในเขต 3 จ.ตรัง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น ต้องรับทราบข้อเท็จจริงให้ครบก่อน แล้วให้ว่าไปตามกระบวนการ
วันเดียวกัน เวลา 15.38 น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุช่วงหนึ่งว่า ภายหลังจากที่ได้มีการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างรอบด้าน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามแนวทางนี้ ผมจึงได้แจ้งขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ท่านอรรถวิชช์เลื่อนขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ และทำงานในสภาผู้แทนราษฎรแทนผมต่อไป
"สำหรับตัวผมเองนั้น ผมยังคงทำหน้าที่หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างเต็มกำลัง และจะยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อพรรค เพื่อประชาชน และเพื่อประเทศชาติต่อไปอย่างไม่เปลี่ยนแปลง” นายพีระพันธุ์ระบุ.