โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากกรณี Gentle Monster ฟ้อง Blue Elephant ฐานก๊อบปี้สินค้าและดีไซน์ร้าน

Capital

อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 11.40 น. • Insight

เรื่องราวที่สะเทือนวงการแฟชั่นในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นกรณีที่ Gentle Monster แบรนด์ที่จุดประกายกระแสแว่นกันแดดและแว่นสายตาสไตล์เกาหลีให้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ฟ้องร้อง Blue Elephant แบรนด์แว่นตาที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลีใต้เช่นเดียวกัน ว่ามีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและลอกเลียนแบบสินค้ากว่า 33 รายการ และพบว่ามีสินค้าถึง 13 รายการที่มีความคล้ายกว่า 99%

แม้แต่อุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ซองใส่แว่น และการตกแต่งร้านที่สาขาเซี่ยงไฮ้และเมียงดง ก็มีความละม้ายคล้ายคลึงกับการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ Gentle Monster ทำให้ลูกค้าจำนวนมากสับสนระหว่างสองแบรนด์นี้และกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างมาก ถึงขนาดมีกระแสในโซเชียลมีเดียว่าเป็น ‘แบรนด์พี่น้อง’ ที่ผลิตจากโรงงานเดียวกัน โดย Gentle Monster ออกมาบอกแล้วว่าไม่เป็นความจริง

แล้วสาเหตุอะไรที่ทำให้ Blue Elephant เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และส่งผลกระทบต่อ Gentle Monster ยังไง รวมถึงกรณีนี้ให้บทเรียนอะไรเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่คนทำธุรกิจบ้าง ตามมาหาคำตอบผ่าน Recap ตอนนี้กันได้เลย

ทำไม Blue Elephant ถึงถูกเรียกว่าเป็น Gentle Monster ในราคาประหยัด

เท้าความก่อนว่า Gentle Monster เป็นแบรนด์ที่เปิดตัวในปี 2011 เป็นที่รู้จักในฐานะแว่นที่เข้าใจ ‘โครงหน้าคนเอเชีย’ ได้ดีที่สุด ก่อนจะได้เจนนี่ BLACKPINK มาร่วมออกแบบแว่นกันแดดในคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า ‘JENTLE HOME’ จน sold out ทันทีที่เปิดขาย

นอกจากนี้ยังมีสไตล์การตกแต่งร้านอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะร้านในย่านซองซู-ดง กรุงโซล ที่ชื่อ 'Gentle Monster House Nowhere' โดดเด่นด้วยคอนเซปต์การจัดวางพื้นที่และการตกแต่งร้าน (spatial design) ที่เหมือนหลุดไปอยู่ในแกลเลอรีศิลปะล้ำสมัย รวมถึงมีรูปปั้นสุนัขดัชชุนขนาดใหญ่ ทำให้ร้านนี้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งใน 'สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเยือนในเกาหลี' และทำให้แบรนด์เติบโตอย่างต่อเนื่องมีหน้าร้านทั้งหมด 86 แห่งใน 16 ประเทศ รวมถึง 35 สาขาในประเทศเกาหลี และสาขาในสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส

ในขณะที่ Blue Elephant เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่ก่อตั้งในปี 2019 เป็นที่รู้จักในฐานะ ‘แบรนด์พี่น้อง Gentle Monster’ 'Gentle Monster รุ่นที่สอง' ไปจนถึง 'Gentle Monster ราคาประหยัด' เพราะแว่นหลายรุ่นมีดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานคล้ายกัน ถึงขนาดที่ใช้เลนส์ของทั้งสองแบรนด์มาถอดเปลี่ยนใส่แทนกันได้ แต่ขายในราคาถูกกว่าประมาณ 4-6 เท่า โดยแว่นตา Blue Elephant มีราคาอยู่ในช่วงหลักพันต้นๆ ในขณะที่แว่นตา Gentle Monster มีราคาอยู่ในหลักหมื่นบาทขึ้นไป

ก่อนที่ประเด็นดราม่าจะรุนแรงขึ้นเมื่อมีการเปิดร้านขนาดใหญ่ในชื่อ 'Blue Elephant Space Seongsu' ที่ย่านซองซู-ดง กรุงโซล ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางวา แต่มีคอนเซปต์การจัดวางพื้นที่และการตกแต่งร้านคล้ายกับแบรนด์รุ่นพี่อย่าง Gentle Monster แทบทุกกระเบียดนิ้ว ตัวอย่างที่เห็นชัดสุดคือ Blue Elephant สาขาเมียงดง ที่เปิดในปี 2024 มีการใช้วัสดุหินและการจัดวางประติมากรรมที่คล้ายคลึงกับร้าน Gentle Monster สาขาเซี่ยงไฮ้ที่เปิดในปี 2021 เป็นอย่างมาก

Gentle Monster จึงตัดสินใจให้ผู้เชี่ยวชาญทำการวิเคราะห์สแกน 3 มิติ และพบว่าแว่นตารุ่น ‘JEFF’ ที่เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2021 มีความคล้ายคลึงกับสินค้าของ Blue Elephant ถึง 99.9441% นอกจากนี้ยังมีสินค้าอย่างน้อย 33 รายการ ที่มีความคล้ายคลึงกันมากกว่า 90% โดยมีสินค้าถึง 13 รายการที่มีความคล้ายกว่า 99%

Gentle Monster ออกมาบอกว่านี่ไม่ใช่แค่แรงบันดาลใจ แต่เป็นการก๊อบปี้สินค้าให้เหมือนกันแทบจะทั้งหมด แม้แต่ซองใส่แว่นที่ออกแบบในปี 2021 ก็ถูก CEO ของ Blue Elephant ไปจดทะเบียนซ้ำกันในดีไซน์ที่เหมือนกันในปี 2023 ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการยื่นคำร้องขอให้การจดทะเบียนนั้นเป็นโมฆะ

ด้าน Blue Elephant ออกมาโต้แย้งว่า ‘นี่เป็นเพียงข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญาตามปกติ’ และเชื่อว่าสินค้าที่มีปัญหาไม่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมของเกาหลี เพราะรูปทรงแว่นและการตกแต่งร้าน เป็นรูปแบบมาตรฐานที่นิยมใช้ทั่วไป ไม่มีแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งสามารถเป็นเจ้าของได้ อย่างแว่นกันแดดทรงสี่เหลี่ยม ก็คือแว่นกันแดดทรงสี่เหลี่ยมทั่วไปที่ใครก็เอาไปใช้ทำสินค้าได้

การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาส่งผลกระทบอะไรกับ Gentle Monster

แน่นอนว่าประเด็นหลักคือผลกระทบเรื่องภาพลักษณ์ของแบรนด์ และเกิดการแข่งขันในโลกธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม และยังทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าเป็น ‘แบรนด์พี่น้อง’ ด้วยการที่ Blue Elephant อ้างว่าผลิตจากโรงงานเดียวกัน แม้ภายหลัง Gentle Monster จะยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองอยู่ในจีนและเวียดนาม

ส่วนเรื่องดีไซน์แว่น Gentle Monster ออกมาบอกว่าตัวเองต้องใช้ทีมงานกว่า 50 คนในการพัฒนาแว่นตาแต่ละรุ่น แต่ Blue Elephant ได้ขโมยผลงานไปโดยไม่ต้องลงทุนทำ R&D หรือวิจัยและพัฒนาสินค้าเองด้วยซ้ำ ถึงแม้สามปีที่ผ่านมา รายได้ของ Gentle Monster จะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจาก 410,000 ล้านวอนเป็น 790,000 ล้านวอน แต่ Blue Elephant กลับมีอัตราการเติบโตสูงกว่า โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 30 เท่า จาก 1,000 ล้านวอนเป็น 30,000 ล้านวอนเลยทีเดียว

ทาง IICOMBINED ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Gentle Monster จึงได้ยื่นฟ้องทั้งทางแพ่งและอาญาในข้อหาละเมิดกฎหมายป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ทำให้มีการอายัดทรัพย์สินของ Blue Elephant กว่า 7 พันล้านวอน และล่าสุดในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 ศาลได้ออกหมายจับ CEO ของ Blue Elephant มาควบคุมตัว เพราะคดีมีความร้ายแรงและอาจจะมีการทำลายหลักฐานได้

กรณี Gentle Monster ฟ้อง Blue Elephant ให้บทเรียนอะไรกับคนทำธุรกิจ

ประเด็นหลักของเคสนี้คือ ‘เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา’ โดย Gentle Monster ชนะคดีนี้ได้จากใช้ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่แสดงผลการวิเคราะห์ความคล้ายคลึงกันของแว่นตาสูงถึง 99% จากการสแกน 3 มิติ ซึ่งถือเป็นวิธีการพิสูจน์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในคดีทรัพย์สินทางปัญญาด้านแฟชั่นของเกาหลี ธุรกิจอื่นที่สงสัยว่าสินค้าตัวเองถูกแบรนด์คู่แข่งละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาก็สามารถนำวิธีนี้ไปใช้ตรวจสอบได้เช่นกัน

แม้แต่เรื่องการตกแต่งร้านก็ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ภายใต้แนวคิดทางกฎหมายที่เรียกว่า ‘รูปลักษณ์ทางการค้า’ หรือ ‘trade dress’ ซึ่งเป็นการคุ้มครองภายใต้กฎหมายป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ยิ่งการตกแต่งร้านของ Gentle Monster มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง แตกต่างจากร้านอื่นอย่างชัดเจน และดีไซน์ร้านก็มีส่วนช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าสามารถขายในราคาที่สูงและกระตุ้นยอดขายได้

การที่อีกแบรนด์ลอกเลียนการตกแต่งร้าน ที่ไม่ได้เหมือนแค่สีร้าน การจัดวาง หรือเฟอร์นิเจอร์ แต่ภาพรวมคล้ายคลึงจนให้ความรู้สึกถึงร้านต้นฉบับ ก็เข้าข่ายผิดกฎหมายรูปลักษณ์ทางการค้าได้แล้ว แบรนด์ไหนที่อยากมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง การออกแบบร้านให้มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ก็ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ และป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเรื่องการออกแบบร้านได้อีกทางหนึ่ง

ข้อพิพาทระหว่าง Gentle Monster และ Blue Elephant ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานสำคัญ ที่มองเรื่องการลอกเลียนแบบหรือก๊อบปี้สินค้าและดีไซน์ได้กว้างขึ้นมากกว่า ‘เรื่องสิทธิบัตร’ แต่ขยายขอบเขตของไปสู่ ‘เรื่องรูปลักษณ์ทางการค้า’ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ใครก็มาลอกเลียนแบบไม่ได้

ที่มา

koreajoongangdaily.joins.com/news/2025-12-23/business/industry/Korean-eyewear-giant-Gentle-Monster-goes-after-Blue-Elephant-for-allegedly-copying-products-shop-interiors/2484775

koreaexperience.com/blog/gentle-monster-vs-blue-elephant-eyewear-2026

chosun.com/english/industry-en/2025/12/23/OWDGW3MERNEOXCJCQL4ABWCMYU

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...