เลือกตั้ง 2569 : ย้อนไทม์ไลน์ "ชลบุรี เขต 1" ประชาชนร้องนับคะแนนใหม่
ย้อนดูไทม์ไลน์ “ชลบุรี เขต 1” มวลชนกดดัน กกต. นับคะแนนใหม่ ตลอด 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้น แล้วมีความผิดปกติอะไรที่น่าจับตา
แม้การเลือกตั้ง 2569 ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ จะเป็นที่แน่ชัดว่า พรรคภูมิใจไทย ครองเสียงเป็นอันดับ 1 และจะเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว
แต่การเลือกตั้งในครั้งนี้ มีการปรากฏความผิดปกติหลายประเด็น ทั้งในช่วงลงคะแนน จนถึงการนับคะแนนหลังปิดหีบ แต่หนึ่งในเคสที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชน คือ กรณีการเลือกตั้งพื้นที่ชลบุรี เขต 1 ซึ่งมีกลุ่มประชาชนที่ติดตามการนับคะแนนผลการเลือกตั้ง กดดันให้มีการนับคะแนนใหม่
“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปเหตุการณ์สำคัญ และหลากหลายความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในครั้งนี้
เหตุการณ์สำคัญ รอบ 20 ชั่วโมง
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569
เวลา 16.00 น. มีรายงานข่าวจากเพจต่าง ๆ ในจังหวัดชลบุรีที่รายงานว่า จะมีการนับคะแนนใหม่ของเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี แต่เมื่อประชาชนไปติดตามการนับคะแนนดังกล่าว กลับได้รับแจ้งว่า ไม่มีการนับคะแนนใหม่แต่อย่างใด จากนั้น จึงมีการติดตามเรื่องหีบบัตรจนพบว่า หีบบัตรเลือกตั้งได้ถูกนำมารวมไว้ที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี
เวลา 17.00 น. ประชาชนได้ทยอยกับมารวมตัวที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี พร้อมกับข้อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ทันที โดยพบความผิดปกติว่า กองที่รวมบัตรในหน่วยต่าง ๆ มีการปิดผนึกที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบของ กกต. ซึ่งระบุว่า ต้องปิดหีบด้วยสายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัดพร้อมลงลายมือชื่อไว้ แต่ปรากฏว่า หลายหีบมีการปิดผนึกด้วยเทปกาวและไม่มีสายรัดที่ลงลายมือชื่อ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ กกต.จังหวัด ได้เข้ามาพูดคุยกับประชาชนที่มาติดตามเรื่องการนับคะแนนใหม่ โดยแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีสายรัดเคเบิลไท เพราะหมด แต่ต่อมาประชาชนกลับพบว่า ด้านในสนามแบดมินตันยังมีเคเบิลไทจำนวนหนึ่งอยู่ และทำให้ประชาชนรู้สึกไม่พอใจ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์ที่ขนหีบบัตรเลือกตั้งจำนวนสองคันพบว่า หีบบัตรเลือกตั้งจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนน้อยมีการใส่สายรัดสีฟ้าพร้อมทั้งมีการลงลายมือชื่อกำกับเอาไว้ ในขณะที่หีบบัตรเลือกตั้งส่วนมากไม่มีการใส่สายรัดเอาไว้ มีการแปะเทปกาว แต่ไม่ได้มีการใช้วัสดุอื่นใดแทนสายรัด และไม่มีการลงนามกำกับไว้แต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ในหีบบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ มีการบรรจุถุงใส่บัตรเลือกตั้ง จำนวนหลายใบไว้ในหีบเดียว
ต่อมาเวลา 21.00 น. นายวรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี ได้ลงมาพบประชาชนที่มารวมตัวกัน และทางตัวแทนประชาชนได้แสดงความประสงค์ว่า ขอให้นับคะแนนใหม่ตอนนี้เลย รวมถึงได้สะท้อนปัญหาที่ได้เจอระบุว่า หีบถูกเปิดไปแล้ว และเปิดนานแล้วและไม่มีคำชี้แจง เราจึงไม่สบายใจว่าจะเอาหีบไปเก็บที่เดิม หรือต้องนับคะแนนใหม่ จึงขอให้นับคะแนนใหม่ตอนนี้เลย ความประสงค์ของประชาชนคืออยากให้นับคะแนนใหม่
เวลาประมาณ 21.30 น. นายอำเภอเมืองชลบุรี ได้แจ้งกับประชาชนว่า กรณีนี้การส่งมอบหีบคะแนนทุกอย่าง เมื่อเสร็จแล้ว เมื่อจะให้นับคะแนนใหม่ เนื่องจากมีผู้สงสัย ต้องรายงานไปที่ กกต.ส่วนกลาง ว่ามีคำร้องเรื่องนี้ และให้กกต.ได้สั่งมาว่าจะให้เปิดหรือไม่เปิด สมมุติว่านับวันนี้ไม่ได้ ก็กลัวว่าสิ่งที่รวมหีบไหม จะมีคนเปิดไหม ก็อยากให้เก็บไว้ที่ไหน ให้ปลอดภัย พร้อมยืนยันว่านับตอนนี้ไม่ได้
เวลา 22.00 น. นางสาวมนัสนันท์ วิทนา ผอ.กกต. จังหวัดชลบุรี ได้ออกมาแจ้งกับประชาชนที่มาติดตามเรื่องการนับคะแนนใหม่ว่า ไม่สามารถทำได้ หลังมีการพูดคุยกับรองเลขาธิการ กกต. และทำได้เพียงรับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ ประชาชนได้สอบถามว่า ทำไมกรณีที่จังหวัดปทุมธานีสามารถขอนับคะแนนใหม่ได้ทันที ทางนายอำเภอจึงตอบกลับว่า เนื่องจากปทุมธานีมีการนับคะแนนอยู่ และมีการทักท้วงก่อนปิดหีบจึงสามารถนับคะแนนใหม่ได้ทันที
เวลา 23.00 น. ผอ.กกต. ชลบุรี แจ้งว่าจะมีผู้ใหญ่ที่มีอำนาจตัดสินใจเข้ามาหารือกับประชาชนเรื่องการนับคะแนนใหม่
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
เวลา 01.30 น. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เดินทางมายังสนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี โดยย้ำว่าต้องการมาดูแลความถูกต้อง ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย
เมื่อตัวแทนประชาชน ได้สอบถามกับทางรองเลขาธิการ กกต. ว่า สามารถดำเนินการนับคะแนนใหม่ได้เลยหรือไม่ ทางรองเลขาฯ กกต. ตอบว่า ไม่สามารถนับคะแนนได้ทันทีต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ และทาง กกต.ชุดใหญ่ จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ประชาชนที่ต้องการนับคะแนนทันทีเกิดความไม่พอใจและมีการตะโกนโห่ร้อง
เวลา 02.30 น. มีการพบแบบขีดคะแนน สส.5/11 และ สส.5/11 (บช) ในสนามแบดมินตัน หลังจากการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก ประชาชนส่วนหนึ่งได้เข้าไปในสนามแบดมินตัน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งอยู่ในสนาม
เวลา 05.00 น. มีการเจรจาและตกลง ย้ายหีบบัตรทั้งหมดเข้าเก็บในโรงยิม เพื่อความโปร่งใส โดยมีตัวแทนประชาชนร่วมตรวจสอบทุกขั้นตอน
ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ ประชาชนยังปักหลักเฝ้าหีบบัตร รอผลการประชุม กกต.กลาง เวลา 10.00 น. ซึ่งจะชี้ขาดว่าจะมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่
ขณะที่ คณะกรรมการ กกต.กลาง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจว่าจะสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือไม่ ได้เริ่มการประชุมตั้งแต่เมื่อช่วงสายวันนี้ และขณะนี้ ยังคงอยู่ในระหว่างการประชุม ยังไม่มีความคืบหน้าอื่นใดเพิ่มเติม
พบความผิดปกติ หีบบัตรเลือกตั้ง-แบบขีดคะแนน
iLaw มีการเปิดเผยข้อสังเกตที่ตัวแทนพบ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหีบบัตรเลือกตั้งที่ได้รับมาจากแต่ละหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงมีการเปิดผนึกและตัดสายเคเบิลไทที่มีการลงลายมือชื่อ หลายหีบมีการปิดผนึกด้วยเทปกาวและไม่มีสายรัดที่ลงลายมือชื่อ
โดยตัวแทน iLaw ได้สอบถามกับทางรองเลขาธิการ กกต. ว่า กรณีที่เจ้าหน้าที่ทำการยุบรวมหีบตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ปี 2566 ข้อที่ 183 ระบุชัดว่า จะต้องมีการปิดหีบด้วยสายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัดพร้อมลงลายมือชื่อไว้ แต่ปรากฏว่า หลายหีบมีการปิดผนึกด้วยเทปกาวและไม่มีสายรัดที่ลงลายมือชื่อ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อหน้ากลับไม่เป็นไปตามระเบียบ สิ่งนี้จะเป็นความผิด และสมควรจะต้องมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่ ทางรองเลขาฯ กกต. ตอบกลับแต่ว่า ให้รวบรวมหลักฐานแล้วเสนอเรื่องเข้ามา จนทำให้ประชาชนที่มารอนับคะแนนใหม่เกิดความไม่พอใจขึ้นอีกครั้ง
iLaw ยังระบุเพิ่มเติม เกี่ยวกับกรณีการพบ สส.5/11 และ สส.5/11 (บช) แบ่งเป็น 2 กรณี
ในกรณีแรก ประชาชนคนหนึ่งเล่าว่าตนจะนำขยะไปทิ้ง และสังเกตเห็นว่ามีกระดาษที่ถูกพับจำนวนหนึ่งถูกวางไว้บนตระกร้าสีเขียวขนาดเล็กซึ่งมีขยะอยู่ในนั้น จึงได้คลี่ออกและพบว่าเป็นใบขีดคะแนนตามแบบ สส.5/11 และ สส.5/11 (บช) จำนวนหนึ่ง
กรณีถัดมา ประชาชนอีกคนหนึ่งได้พบว่ามีการนำหีบบัตรเลือกตั้งจำนวนมากวางซ้อนทับกันอยู่ข้างสนาม เมื่อเข้าไปตรวจสอบถึงพบกระดาษถูกพับอยู่ เมื่อคลี่ออกก็พบว่าเป็นแบบขีดคะแนนอีกหนึ่งใบ
นอกจากนี้ผู้สังเกตการณ์ยังพบว่าบางจุดในสนามแบดมินตันเป็นพื้นที่รวม “ขยะ” ที่เป็นวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวนั้นพบเอกสารและวัสดุต่าง ๆ เช่น สายรัดสีฟ้าพร้อมลายมือชื่อที่ถูกตัดทิ้งไว้ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องแสดงตนลงลายมือชื่อก่อนรับบัตรลงคะแนน ตามแบบ สส.1/3
กฎหมายให้อำนาจ กกต. สั่งนับใหม่ได้
นอกจากนี้ iLaw ยังมีการเปิดข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขอนับคะแนนใหม่ โดยเกี่ยวข้องกับ 2 กฎหมาย ทั้งระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 233 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 (กฎหมายเลือกตั้ง)
iLaw ระบุว่า ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 233 ระบุว่า ให้คณะกรรมการ (ซึ่งหมายถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ชุดใหญ่ ซึ่งมีที่มาตามรัฐธรรมนูญ) มีอำนาจสั่งให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วยเลือกตั้ง หรือเขตเลือกตั้ง เมื่อมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่
1) จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรที่ใช้ หรือที่ กกต. เคยตั้งชื่อเล่นใช้เรียกปรากฏการณ์นี้เมื่อปี 2562 ไว้ว่า “บัตรเขย่ง”
2) ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
3) การนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 หรือกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 122 กำหนดว่า ในกรณีที่ผลการนับคะแนนปรากฏว่าจํานวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจํานวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน ให้คณะกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้งดําเนินการตรวจสอบความถูกต้อง หากยังไม่ตรงกันอีกให้รายงานพร้อมเหตุผลต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้น พร้อมทั้งแจ้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งทราบ และนําส่งหีบบัตรเลือกตั้งพร้อมวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งมอบหมาย
เปิดข้อสังเกต จากอดีต กกต.
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตั้งข้อสังเกตต่อกรณีการนับคะแนนเลือกตั้ง 2569 พื้นที่ชลบุรี เขต 1 โดยระบุว่า “การเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 มีหลายปรากฏการณ์ที่สะท้อนว่า กกต. ยังจัดการเลือกตั้งไม่เป็นมืออาชีพ
การทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ขาดความเป็นมาตรฐานเดียวกัน นับแต่ การติดป้ายประกาศที่สับสน ไม่ครบถ้วน การตรวจบัตรประชาชน บางแห่งไม่ให้ประชาชนเซ็นชื่อ การฉีกบัตรที่เสียหาย การทุจริตโดยกรรมการด้วยการแอบใส่บัตร ไปจนถึงการนับคะแนนที่ขาดความโปร่งใส
เหตุการณ์ที่เขต 1 ชลบุรี ที่ตลอดคืนวันที่ 9 ถึงเช้าวันที่ 10 มีมวลชนเข้าล้อมศูนย์การเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้ขนย้ายหีบบัตรที่ส่อมีการทุจริต และเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ และยังพบใบขีดคะแนน (สส.11) และเอกสารอื่น ๆ รวมถึง สายรัด Cable Tie ที่มีลายเซ็นกรรมการประจำหน่วย จำนวนมาก ทิ้งในถังขยะ เป็นการบ่งบอกว่า มีการทุจริตการเลือกตั้งขนานใหญ่ในพื้นที่นี้ เนื่องจากไม่มีการดำเนินการตามระเบียบ ดังนี้
- เอกสารต่าง ๆ ที่ใช้ในการเลือกตั้ง อาทิ แบบขีดคะแนน (สส.11) รายงานผลการนับคะแนน (สส.5/18) แบบข้อมูลจำนวนบัตรเลือกตั้ง (สส.5/12) ต้องใส่ถุงพลาสติก และใส่คืนในหีบเลือกตั้ง
- หีบเลือกตั้งที่ใส่เอกสารต่าง ๆ ต้องปิดเทปกาวโดยรอบ พร้อมใส่สายรัด Cable Tie ของ กกต. และให้กรรมการลงชื่อในป้ายสายรัด
เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องใหญ่ ที่ กกต. ต้องมีคำตอบและหาทางแก้ไข ถ้าผลการตรวจสอบพบว่า ไม่ใช่หน่วยเดียว แต่เกิดหลายหน่วย หรือไม่ใช่เขตเดียว แต่เป็นหลายเขต
นอกจากเอาผิดทางอาญาแก่ผู้เกี่ยวข้องให้หลาบจำแล้ว
เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ อาจไม่พอ เพราะหีบบัตรไม่มี Cable Tie รัด บัตรในหีบอาจถูกเปลี่ยนใหม่แล้วก็ได้
ต้องใบเหลือง เลือกตั้งใหม่ หรือใบส้ม เลือกตั้งใหม่ พร้อมให้ผู้สมัครที่เกี่ยวข้องออกจากสนาม
อยากเห็น กกต.จัดการเลือกตั้งแบบมืออาชีพ ไม่ใช่ส่งเสริมให้เกิดการโกงเลือกตั้งแบบมืออาชีพ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลือกตั้ง 2569 : ย้อนไทม์ไลน์ “ชลบุรี เขต 1” ประชาชนร้องนับคะแนนใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net