นายกฯ สายมู ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’
เป็นที่ทราบกันดี ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หรือ “เสี่ยหนู” เป็นนายกฯ สายมูตัวจริง
เพราะชอบเดินสายไหว้พระ ทำบุญ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อชีวิตและครอบครัวอันเป็นที่รัก
ส่วนตัวนายกฯ ท่านนี้มีความศรัทธาในพระพุทธคุณและชื่นชอบการสะสม “พระเครื่อง” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในวงการ เป็นอีกไลฟ์สไตล์หนึ่ง นอกเหนือจากการเล่นกล้อง (ถ่ายรูป) ขับขี่เครื่องบิน และชอบควงตะหลิวทำกับข้าวบ้าน ๆ กินเอง
นายกฯ อนุทิน เคยแจ้งบัญชีทรัพย์สินว่า มีพระเครื่องจำนวน 24 องค์ รวมมูลค่า 91,950,000 บาท
ที่มักจะขึ้นคอบูชาใส่ประจำ เป็นพระหลายองค์ต่างกันไป ในแต่ละวาระและโอกาส อาทิ พระผงของขวัญ รุ่นแรก วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ, เหรียญเจ้าสัวรุ่นแรกวัดกลางบางแก้ว, พระยอดธงเนื้อทองคำ กรุวัดมหาธาตุ, สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่, เหรียญพังพระกาฬรุ่นแรก ปี 2532 และอื่น ๆ อีกมากมาย
เจ้าตัวเคยเปิดเผยด้วยว่า บางองค์นั้นมีผู้ให้ราคาสูงถึง 100 กว่าล้านบาท แต่ตัวเองไม่เคยมีความคิดที่จะขายหรือให้เช่า
เนื่องจากความรักที่มีต่อพระเครื่องนั้น ถือเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ถึงขั้นที่ว่า “พกที่ส่องพระติดตัวตลอดเวลา” ว่างยามใดก็หยิบขึ้นมาส่อง
ไม่เพียงแต่มีพระเครื่องเป็นที่พึ่งทางใจเท่านั้น เสี่ยหนูคนนี้ ยังชอบเข้าวัดทำบุญสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยขาด เช่น พิธีทำบุญตักบาตร โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ 10 รูป จากวัดต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร และนิมนต์ เจ้าคุณธงชัย (สมเด็จธงชัย) ธมฺมธโช หรือสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง และกรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ย่านเยาวราช มาทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกในชีวิต เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา
ทั้งยังได้เดินทางไปสักการะและปิดทอง “องค์กิ๋วอ๋องไต่เต๋” ที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ และมีอายุยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอพรให้มีอำนาจวาสนา และแคล้วคลาดปลอดภัย
พร้อมเข้าสักการะอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร แลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดภูเก็ต เมื่อครั้งเดินทางไปหาเสียงในพื้นที่ภาคใต้
รวมถึงการเดินทางไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ณ ตำบลอิสาน อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เมืองบ้านเกิดของเพื่อนรักนักการเมือง “เนวิน ชิดชอบ” ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของพรรคสีน้ำเงิน หรือพรรคภูมิใจไทยในปัจจุบัน เพื่อเป็นประธานในพิธี “ปิดทองเบิกฟ้า สักการะบูชามหาราชรัชกาลที่ 1” สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พร้อมปิดทองที่ยอดพุ่มเงินพุ่มทองทั้ง 4 ทิศของพระบรมราชานุสาวรีย์
เมื่อผลคะแนนของการเลือกตั้งครั้งล่าสุดประกาศออกมาอย่างไม่เป็นทางการและจนเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” จะสามารถรั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้ง ท่ามกลางคะแนนเสียงท่วมท้นเหนือความคาดหมาย
ที่สำคัญ ก่อนหน้านี้ สิ่งที่นายกฯ สายมูท่านนี้ปฏิบัติทำทันที หลังเข้ารับตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ต่อจาก “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 คือ การทำพิธีอันเชิญ “องค์นรสิงห์” มาไว้ยังระเบียงตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลด้วยตัวเอง โดยได้ตั้งชิดกับกำแพง และหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศที่ตั้งของ “บ้านพิษณุโลก”
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 “เศรษฐา ทวีสิน” ได้ย้ายองค์นรสิงห์ไปไว้ตึกแสงอาทิตย์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566
ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ ศิลปวัฒนธรรม ระบุไว้ว่า “องค์นรสิงห์” หรือ “นรสิงห์” แปลตรงตัวได้ว่า “คนสิงห์” คือมีตัวเป็นคน มีหัวเป็นสิงห์ มาจากเทวตำนานฮินดู “นรสิงหาวตาร” อวตารปางที่ 4 ของพระวิษณุ (พระนารายณ์) เพื่อมาปราบ “หิรัณยกษิปุ” อสูรผู้สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทั้ง 3 โลก
แก่นสำคัญของเทวตำนานฮินดู คือ ตัวร้ายมักคิดว่าตนฉลาด อย่างหิรัณยกษิปุเองเคยขอพรจากพระเป็นเจ้า โดยมีเจตนาคือ ไม่ให้มีใครโค่นตนได้ คือ ไม่ตายด้วยเทพ มนุษย์ และสัตว์
ทั้งไม่ตายด้วยอาวุธ (ขอพรให้เป็นอมตะไม่ได้) แต่พระเจ้าหรือฝ่ายดีย่อมชนะเสมอ จากปัญญาและอุบาย
พระนรสิงห์จึงเป็นที่เคารพอย่างแพร่หลาย เพราะมีครบทั้งบู๊และบุ๋น โดยเฉพาะในไวษณพนิกายที่นับถือพระวิษณุเป็นใหญ่ ถือเป็นปางอวตารที่รองลงมาจากพระราม (รามาวตาร) และพระกฤษณะ (กฤษณาวตาร) เท่านั้น
ผศ.คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง ผู้เชี่ยวชาญศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ระบุว่า “การบูชาปางดุร้ายของพระนรสิงห์ในบ้านเรือนจึงไม่เป็นที่นิยมนัก เพราะหากปรนนิบัติไม่ดี ประพฤติตนไม่เหมาะ ก็จะทนความร้อนแรงของท่านไม่ได้ เทวตำนานนรสิงหาวตารยังมีเนื้อหาเป็นเครื่องเตือนใจแก่ผู้ประพฤติทุจริตและเบียดเบียนผู้อื่น คือเตือนว่า อย่าคิดว่าตนจะอยู่ค้ำฟ้า แม้จะมีอำนาจขนาดไหนก็ต้องพ่ายแพ้ให้ความถูกต้องหรือความดีงาม เป็นกฎของจักรวาลตามคติฮินดู”
ซึ่งองค์นรสิงห์ที่ตั้งอยู่ในทำเนียบรัฐบาลนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ให้โรงหล่อจัดทำขึ้น และนำมามอบให้เพื่อสักการะบูชา ตั้งแต่ต้นปี 2564 สมัยยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ ล่าสุด ท่านนายกฯ สายมูอนุทิน ยังได้เดินทางไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ ก่อนจะบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ปกติผมมาไหว้เป็นประจำอยู่แล้ว เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในช่วงเทศกาลตรุษจีน”
ทั้งได้ขอพรให้ประเทศไทยเป็นที่ยำเกรง ส่วนคนที่คิดไม่ดีกับประเทศไทย ต้องพังพินาศ
พร้อมขอให้ประชาชนคนไทยมีความสุข มีความเข้มแข็ง มีความมั่นคง มีความร่ำรวย และมีความสามัคคี
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯ สายมู ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net