ส่องอนาคตหุ้นKBANK คงเด่นปันผลสูงเกิน6%
#KBANK #ทันหุ้น – KBANK รับจิตวิทยาบวก หลัง GULF ซื้อหุ้นเพิ่ม ดันหุ้นพุ่งแรง เกินราคาเป้าหมายไปแล้ว นักวิเคราะห์ ส่องอนาคตยังคงจ่ายปันผลสูงเกิน 6% แม้ปีนี้กำไรส่อปรับตัวลง พร้อมแนะนำถือเพื่อรอปันผล หรือเก็งกำไรระยะสั้นเมื่อหุ้นย่อต่อ
นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากประเด็นที่ GULF เข้าถือหุ้น KBANK เพิ่มขึ้น จนขึ้นแท่นเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ซึ่งทาง บล.หยวนต้า มองว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงและเป็นการบริหารเงินเพื่อหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลเป็นหลัก เนื่องจาก KBANK เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลในระดับสูง เมื่อเทียบกับอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ของ GULF ในช่วงปกติที่ไม่มีกำไรพิเศษจะอยู่ที่ประมาณ 6-7% ซึ่งต่ำกว่า ROE ของฝั่งธนาคาร
สำหรับโอกาสที่ GULF จะถือหุ้นเพิ่มเกินกว่า 10% ทำได้ยาก เนื่องจากเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้ถือหุ้นธนาคารได้ไม่เกิน 10% หากจะถือมากกว่านั้นต้องผ่านการพิจารณาหรือปรึกษากับทาง ธปท. ก่อน ซึ่งจากกระแสข่าวดูเหมือนว่า ธปท. จะไม่สนับสนุนให้มีการถือครองเกินเกณฑ์ดังกล่าว
@ปีนี้กำไรชะลอตัว
ทั้งนี้ภาพรวมของ KBANK ประเมินว่าคล้ายคลึงกับอุตสาหกรรมธนาคาร คือ อยู่ในช่วงกำไรชะลอตัวลง เนื่องจากธนาคารขนาดใหญ่ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้เพียง 0-2% ซึ่งต่ำกว่าปกติ โดยส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) คาดว่าจะปรับตัวลดลงประมาณ 0.3-0.4% ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย
อีกทั้งรายได้จากเงินลงทุนลดลง ซึ่งในปีที่ผ่านมามีกำไรจากการขายเงินลงทุนสูงผิดปกติ ทำให้ปีนี้คาดจะไม่มีกำไรในส่วนนี้มากเท่าเดิม ถึงแม้รายได้จะลดลง แต่จะถูกชดเชยด้วยการตั้งสำรองที่ลดลง เนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารสามารถควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ได้ดี
โดยกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อของธนาคาร จะเน้นปล่อยสินเชื่อให้แก่บริษัทขนาดใหญ่ (Corporate Loan) และกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น สินเชื่อบ้านในกลุ่มรายได้ระดับกลางถึงสูง แต่เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง ขณะที่สินเชื่อรายย่อย สินเชื่อ SME และสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันยังคงซบเซา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้ถึงแม้ว่าสภาพัฒน์ จะปรับประมาณการ GDP ไทยปี 2569 ขึ้นเป็น 1.5-2.5% จากเดิม 1.2-2.2% ซึ่งอาจช่วยหนุนการลงทุนในภาคเอกชนและการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ได้บ้าง แต่ภาพรวมของสินเชื่อรายย่อยยังคงถูกกดดันจากภาระหนี้
@คงจ่ายปันผลสูง
สำหรับแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลของ KBANK นั้น เชื่อว่าอัตราการจ่าย (Payout Ratio)ยังคงเท่าเดิมที่ 60% แม้กำไรปีนี้มีแนวโน้มชะลอลง หรือ GULF เข้ามาถือหุ้นเพิ่ม โดยคาดว่าผลตอบแทนเงินปันผล (ดิวิเดนด์ยิลด์) อยู่ที่ระดับ 6.3% ขณะที่ปัจจุบันราคาหุ้น KBANK อยู่ที่ประมาณ 199 บาท ซึ่งเกินกว่าราคาเป้าหมาย (Target Price/Fair Value) ที่ตั้งไว้ที่ 190 บาท แนะนำเป็นการ Trading หรือเก็งกำไรระยะสั้น เมื่อราคาหุ้นย่อตัวลงมา ส่วนระยะยาวมองว่าการปรับตัวขึ้นของราคาเริ่มจำกัด
โดยเป็นผลจากแนวโน้ม ROE ในปี 2569 มีทิศทางชะลอตัวลง คาดการณ์ ROE ปีนี้อยู่ที่ 8.6% ทำให้ Consensus อาจไม่มีการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นไปอีกมากนัก แต่ KBANK ยังมีจุดเด่นเรื่องการจ่ายปันผลสูง จึงมักจะมีแรงซื้อคืนกลับมาเสมอเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลดลง
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการและนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า GULF เข้ามาถือ KBANK เพิ่มโดยจะไม่ถือหุ้นเกิน 10% และไม่ต้องการที่นั่งในคณะกรรมการ (บอร์ด) ดังนั้นจึงเป็นการเข้าลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลเป็นหลัก โดยการลงทุนนี้ส่งผลบวกต่อแรงซื้อในภาพใหญ่ของ KBANK แต่เชื่อว่าจะไม่ใช่ปัจจัยเร่งให้ราคาหุ้น KBANK ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในระยะสั้น
@สำรองลดหนุนกำไรปกติดีขึ้น
อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่ากำไรของ KBANK และกลุ่มธนาคารโดยรวมในปีนี้อาจชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10% เนื่องจากปีที่แล้วมีกำไรพิเศษจากการลงทุนสูงถึงประมาณ 20% ของกำไรทั้งหมด แต่ในปีนี้ทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มขยับขึ้น ทำให้กำไรจากการลงทุนคาดว่าจะมีมากเท่าปีที่ผ่านมา
แม้กำไรจากการลงทุนจะหายไป แต่ธนาคารต่างๆ ได้ตั้งสำรองไว้ค่อนข้างเยอะแล้ว หากเศรษฐกิจไม่แย่ลงอย่างรุนแรง ธนาคารมีโอกาสปรับลดการตั้งสำรองลงได้ในปีนี้ ซึ่งจะช่วยหนุนให้กำไรจากการดำเนินงานปกติปรับตัวดีขึ้น ซึ่งกำไรที่ชะลอตัวลง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10% เป็นระดับที่ตลาดเข้าใจได้ โดยกลยุทธ์การลงทุน KBANK ราคาหุ้นที่ระดับประมาณ 199 บาท ถือว่าเต็มมูลค่า (Full Value) แล้ว ซึ่งรับรู้ประเด็นการจ่ายปันผลไปหมดแล้ว จึงไม่แนะนำให้เร่งรีบเข้าซื้อหรือไล่ราคาในระดับนี้ มองแนวรับ อยู่ที่ประมาณ 185 – 190 บาท