โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องอนาคตหุ้นKBANK คงเด่นปันผลสูงเกิน6%

ทันหุ้น

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 01.00 น.

#KBANK #ทันหุ้น – KBANK รับจิตวิทยาบวก หลัง GULF ซื้อหุ้นเพิ่ม ดันหุ้นพุ่งแรง เกินราคาเป้าหมายไปแล้ว นักวิเคราะห์ ส่องอนาคตยังคงจ่ายปันผลสูงเกิน 6% แม้ปีนี้กำไรส่อปรับตัวลง พร้อมแนะนำถือเพื่อรอปันผล หรือเก็งกำไรระยะสั้นเมื่อหุ้นย่อต่อ

นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากประเด็นที่ GULF เข้าถือหุ้น KBANK เพิ่มขึ้น จนขึ้นแท่นเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ซึ่งทาง บล.หยวนต้า มองว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงและเป็นการบริหารเงินเพื่อหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลเป็นหลัก เนื่องจาก KBANK เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลในระดับสูง เมื่อเทียบกับอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ของ GULF ในช่วงปกติที่ไม่มีกำไรพิเศษจะอยู่ที่ประมาณ 6-7% ซึ่งต่ำกว่า ROE ของฝั่งธนาคาร

สำหรับโอกาสที่ GULF จะถือหุ้นเพิ่มเกินกว่า 10% ทำได้ยาก เนื่องจากเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้ถือหุ้นธนาคารได้ไม่เกิน 10% หากจะถือมากกว่านั้นต้องผ่านการพิจารณาหรือปรึกษากับทาง ธปท. ก่อน ซึ่งจากกระแสข่าวดูเหมือนว่า ธปท. จะไม่สนับสนุนให้มีการถือครองเกินเกณฑ์ดังกล่าว

@ปีนี้กำไรชะลอตัว

ทั้งนี้ภาพรวมของ KBANK ประเมินว่าคล้ายคลึงกับอุตสาหกรรมธนาคาร คือ อยู่ในช่วงกำไรชะลอตัวลง เนื่องจากธนาคารขนาดใหญ่ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้เพียง 0-2% ซึ่งต่ำกว่าปกติ โดยส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) คาดว่าจะปรับตัวลดลงประมาณ 0.3-0.4% ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย

อีกทั้งรายได้จากเงินลงทุนลดลง ซึ่งในปีที่ผ่านมามีกำไรจากการขายเงินลงทุนสูงผิดปกติ ทำให้ปีนี้คาดจะไม่มีกำไรในส่วนนี้มากเท่าเดิม ถึงแม้รายได้จะลดลง แต่จะถูกชดเชยด้วยการตั้งสำรองที่ลดลง เนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารสามารถควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ได้ดี

โดยกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อของธนาคาร จะเน้นปล่อยสินเชื่อให้แก่บริษัทขนาดใหญ่ (Corporate Loan) และกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น สินเชื่อบ้านในกลุ่มรายได้ระดับกลางถึงสูง แต่เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง ขณะที่สินเชื่อรายย่อย สินเชื่อ SME และสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันยังคงซบเซา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ถึงแม้ว่าสภาพัฒน์ จะปรับประมาณการ GDP ไทยปี 2569 ขึ้นเป็น 1.5-2.5% จากเดิม 1.2-2.2% ซึ่งอาจช่วยหนุนการลงทุนในภาคเอกชนและการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ได้บ้าง แต่ภาพรวมของสินเชื่อรายย่อยยังคงถูกกดดันจากภาระหนี้

@คงจ่ายปันผลสูง

สำหรับแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลของ KBANK นั้น เชื่อว่าอัตราการจ่าย (Payout Ratio)ยังคงเท่าเดิมที่ 60% แม้กำไรปีนี้มีแนวโน้มชะลอลง หรือ GULF เข้ามาถือหุ้นเพิ่ม โดยคาดว่าผลตอบแทนเงินปันผล (ดิวิเดนด์ยิลด์) อยู่ที่ระดับ 6.3% ขณะที่ปัจจุบันราคาหุ้น KBANK อยู่ที่ประมาณ 199 บาท ซึ่งเกินกว่าราคาเป้าหมาย (Target Price/Fair Value) ที่ตั้งไว้ที่ 190 บาท แนะนำเป็นการ Trading หรือเก็งกำไรระยะสั้น เมื่อราคาหุ้นย่อตัวลงมา ส่วนระยะยาวมองว่าการปรับตัวขึ้นของราคาเริ่มจำกัด

โดยเป็นผลจากแนวโน้ม ROE ในปี 2569 มีทิศทางชะลอตัวลง คาดการณ์ ROE ปีนี้อยู่ที่ 8.6% ทำให้ Consensus อาจไม่มีการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นไปอีกมากนัก แต่ KBANK ยังมีจุดเด่นเรื่องการจ่ายปันผลสูง จึงมักจะมีแรงซื้อคืนกลับมาเสมอเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลดลง

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการและนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า GULF เข้ามาถือ KBANK เพิ่มโดยจะไม่ถือหุ้นเกิน 10% และไม่ต้องการที่นั่งในคณะกรรมการ (บอร์ด) ดังนั้นจึงเป็นการเข้าลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลเป็นหลัก โดยการลงทุนนี้ส่งผลบวกต่อแรงซื้อในภาพใหญ่ของ KBANK แต่เชื่อว่าจะไม่ใช่ปัจจัยเร่งให้ราคาหุ้น KBANK ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในระยะสั้น

@สำรองลดหนุนกำไรปกติดีขึ้น

อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่ากำไรของ KBANK และกลุ่มธนาคารโดยรวมในปีนี้อาจชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10% เนื่องจากปีที่แล้วมีกำไรพิเศษจากการลงทุนสูงถึงประมาณ 20% ของกำไรทั้งหมด แต่ในปีนี้ทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มขยับขึ้น ทำให้กำไรจากการลงทุนคาดว่าจะมีมากเท่าปีที่ผ่านมา

แม้กำไรจากการลงทุนจะหายไป แต่ธนาคารต่างๆ ได้ตั้งสำรองไว้ค่อนข้างเยอะแล้ว หากเศรษฐกิจไม่แย่ลงอย่างรุนแรง ธนาคารมีโอกาสปรับลดการตั้งสำรองลงได้ในปีนี้ ซึ่งจะช่วยหนุนให้กำไรจากการดำเนินงานปกติปรับตัวดีขึ้น ซึ่งกำไรที่ชะลอตัวลง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10% เป็นระดับที่ตลาดเข้าใจได้ โดยกลยุทธ์การลงทุน KBANK ราคาหุ้นที่ระดับประมาณ 199 บาท ถือว่าเต็มมูลค่า (Full Value) แล้ว ซึ่งรับรู้ประเด็นการจ่ายปันผลไปหมดแล้ว จึงไม่แนะนำให้เร่งรีบเข้าซื้อหรือไล่ราคาในระดับนี้ มองแนวรับ อยู่ที่ประมาณ 185 – 190 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...