โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เจ้าพ่อเสือ” ณ ศาลเจ้าพ่อเสือ เสาชิงช้า เทพเจ้าผู้ประทานอำนาจและบารมี

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 15.38 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 17.05 น.
ศาลเจ้าพ่อเสือ ภาพจาก มติชน

เจ้าพ่อเสือ ณ ศาลเจ้าพ่อเสือ เสาชิงช้า เทพเจ้าผู้ประทานอำนาจและบารมี

“ศาลเจ้าพ่อเสือ”เป็นศาลเก่าแก่ที่เดิมตั้งอยู่ริมถนนบำรุงเมือง ทว่า ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ก็ได้ย้ายไปอยู่ที่ริมถนนตะนาว ในย่านเสาชิงช้า ปัจจุบันก็ยังตั้งอยู่ที่นั่น

ที่นี่มีเทพเจ้าให้ขอพรมากมาย หนึ่งในนั้นที่เป็นที่กล่าวขานกันของศาลแห่งนี้ก็คือ “เจ้าพ่อเสือ” ซึ่งเป็นเทพลำดับรองของที่นี่ มีลักษณะเป็นรูปปั้นเสือลายพาดกลอน และเชื่อกันว่า มีเถ้ากระดูกของเสือรวมอยู่ด้วย

ไม่มีประวัติที่มาที่ไปของเจ้าพ่อเสือ ณ บริเวณถนนตะนาวอย่างชัดเจน แต่ชาวบ้านก็เชื่อว่า ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ย่านวัดมหรรณพารามยังเป็นป่า มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ทั่วไป

ขณะเดียวกัน บริเวณนั้นก็มีหมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่ด้วย ในหมู่บ้านนั้นมีแม่ลูกฐานะยากจนอาศัยอยู่ ก็คือนางผ่องและนายสอน

นายสอนเป็นลูกชายที่กตัญญูมาก วันหนึ่งนายสอนได้เข้าป่าหาอาหาร ก็พบกวางตัวหนึ่งนอนตาย มีร่องรอยของเสือกัดแทะ แต่ยังกินไม่หมด

เขาจึงรู้ทันทีว่า ต้องมีเสือซ่อนอยู่แถวนี้แน่นอน แต่ด้วยรักแม่ กลัวแม่ไม่มีอาหารกิน ก็จำเป็นต้องเฉือนเนื้อกวางกลับบ้าน ได้มาสองก้อน

แต่โชคกลับไม่เข้าข้างเขา เพราะเดินออกมาไม่ไกล เขาก็เจอเสือเจ้าของเนื้อกวาง มันรีบกระโจนเข้ามากัดเขาทันที ทั้งสองจึงต่อสู้กัน

ทั้งคู่สู้กันอย่างดุเดือด นายสอนแทงเสือ ส่วนเสือก็กัดแขนนายสอนจนขาด ก่อนจะกัดกินเป็นอาหารอันโอชะ

เมื่อเป็นเช่นนั้น นายสอนจึงกลั้นใจกระโดดลงน้ำหนีเสือ ทำให้เสือจากไป เขาพยายามทำทุกวิถีทางให้ได้กลับมาหาแม่

จนในที่สุดเขาก็ถึงบ้าน แต่ก็หมดสติไปทันที เวลาผ่านไปน้องสาวของแม่นายสอนก็มาเห็น เนื่องจากแวะมาเยี่ยมพี่สาวตนเอง ก็พาเข้าบ้าน ปฐมพยาบาลให้

กระทั่งเขาฟื้น ได้เจอหน้าแม่ เขาก็ยื่นก้อนเนื้อกวางให้ ก่อนจะสิ้นใจในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

เรื่องนี้ลุกลามใหญ่โต เพราะนางผ่องไปขอร้องนายอำเภอให้ช่วยตามจับเสือตัวนี้ นายอำเภอจึงให้ปลัดโตมาเป็นหัวหน้านำจับ แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ จึงต้องไปขอให้หลวงพ่อร่วงและหลวงพ่อบุญฤทธิ์ช่วย ในที่สุดก็พบ และเสือก็สารภาพผิด

ตอนแรกเสือตัวนี้ได้โทษประหารชีวิต แต่ผ่านไปสักพัก ชาวบ้านกลับสงสาร เพราะเห็นท่าทางสำนึกผิดของเสือ นางผ่องจึงอภัย ขอให้ไว้ชีวิตมัน และรับไปเป็นลูก

หลังจากนั้นเสือก็ดูแลนางผ่องอย่างดีมาตลอด รวมถึงทำให้หมู่บ้านร่มเย็นจากการป้องกันโจรผู้ร้าย ผ่านไป 7 ปี นางผ่องก็เสียชีวิต เสือตัวนี้เสียใจมาก จนพิธีฌาปนกิจมันก็วิ่งเข้ากองไฟไปพร้อมกับนางผ่อง

นายอำเภอและชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างศาลนี้ขึ้น และนำเอาเถ้ากระดูกของมันมาบรรจุไว้ในรูปปั้นเสือที่นี่ และเรียกว่า ศาลเจ้าพ่อเสือ

เป็นตำนานที่เล่าขานกันผ่านชาวบ้าน

อย่างไรก็ดี ยังมีความเชื่อของคนจีนว่า เสือเป็นสัตว์ป้องกันภัย ป้องกันโรค เหมือนกับคนไทยที่ก็เชื่อว่า เสือก็เป็นสัตว์คุ้มภัย ลามไปถึงเรื่องอำนาจและบารมี

ด้วยเหตุนี้เอง คนที่แวะเวียนมาที่นี่จึงมาขอพรเรื่องการป้องกันสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่อยากมีอำนาจบารมีในการปกครองก็มักจะแวะเวียนมาขอพรกับท่านอยู่เสมอ ซึ่งจะจริงหรือไม่ ใครที่อยากประสบความสำเร็จก็ต้องลองมาขอพรท่านสักครั้งหนึ่ง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กุลศิริ อรุณภาคย์. ศาลเจ้า ศาลจีน ในกรุงเทพฯ. กรุงเทพฯ: มิวเซียมเพรส, 2553.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจ้าพ่อเสือ” ณ ศาลเจ้าพ่อเสือ เสาชิงช้า เทพเจ้าผู้ประทานอำนาจและบารมี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...