โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา สหรัฐฯ เสริมกำลังรบครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง กดดันอิหร่าน ก่อนเจรจารอบสองที่เจนีวา

THE STANDARD

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 03.51 น. • thestandard.co
จับตา สหรัฐฯ เสริมกำลังรบครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง กดดันอิหร่าน ก่อนเจรจารอบสองที่เจนีวา

สหรัฐอเมริกาได้เสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง โดยได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln พร้อมกองเรือโจมตี (Carrier Strike Group) เข้าไปยังภูมิภาคนี้ โดยประจำการอยู่นอกชายฝั่งโอมาน อีกทั้งยังมีการส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R Ford ซึ่งเป็นเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามมาสมทบ รวมแล้วมีการติดตามพบเรือรบสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางมากถึง 12 ลำ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การวางกำลังครั้งนี้มีความแข็งแกร่งและต่อเนื่อง มากกว่าปฏิบัติการครั้งก่อนๆ เช่น ปฏิบัติการ Midnight Hammer หรือกรณีเวเนซุเอลา โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องปรามอิหร่านและปกป้องอิสราเอล รวมถึงเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีทางอากาศที่ต่อเนื่องหากจำเป็น

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองถูกส่งมา ‘เผื่อในกรณีที่ไม่สามารถตกลงกันได้’ และยังเปิดเผยถึงแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของอิหร่าน ซึ่งทรัมป์มองว่า ‘นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่สามารถจะเกิดขึ้นได้’

แต่ในขณะเดียวกันทรัมป์ก็ส่งสัญญาณพร้อมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งทางตรงและทางอ้อมต่ออิหร่าน แต่ต้องแลกกับสิ่งที่เขาเรียกว่า ‘Great Deal’ ซึ่งเข้มงวดกว่าข้อตกลงปี 2015 อย่างมาก นั่นคือ นิวเคลียร์ต้องจบจริง ต้องตรวจค้นได้ทุกที่ รวมถึงขยายขอบเขตไปถึงเรื่องขีปนาวุธพิสัยไกลและการสนับสนุนกลุ่มตัวแทน (Proxies) ต่างๆ ในภูมิภาค

การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านที่เจนีวา

การเสริมกำลังรบดังกล่าวเกิดขึ้น ก่อนที่ผู้แทนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดจะพบกันที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ในวันนี้ (17 กุมภาพันธ์) ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเจรจารอบที่สอง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดและเลี่ยงสงครามใหญ่

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า อิหร่านพร้อมสำหรับ ‘ข้อตกลงที่ยุติธรรม’ และยินดีที่จะ ‘ลดระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม’ รวมถึงเปิดให้มีการตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ แต่อิหร่านยืนยันว่า โครงการขีปนาวุธเป็น ‘เส้นแดง’ ที่จะไม่ยอมเจรจา

ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการขยายขอบเขตการเจรจาให้ครอบคลุมเรื่องขีปนาวุธและการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค ซึ่งนอกเหนือไปจากเรื่องนิวเคลียร์ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยอมรับว่า การบรรลุข้อตกลง ‘เป็นเรื่องยาก’

การตอบโต้และสถานการณ์ภายในของอิหร่าน

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้จัดการซ้อมรบทางทะเลและการยิงขีปนาวุธในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เพื่อแสดงกำลังและความพร้อมที่จะตอบโต้สหรัฐฯ หากจำเป็น

โดยอิหร่านกำลังประสบกับแรงกดดันภายในประเทศ หลังเพิ่งผ่านเหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงครั้งใหญ่ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเมื่อเดือนมกราคม 2026 ในขณะเดียวกันกลุ่มสายเหยี่ยวในสภาอิหร่านก็คัดค้านการให้สัมปทานหรือยอมให้ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เข้าตรวจสอบพื้นที่โครงการนิวเคลียร์ ในช่วงเวลาที่ประเทศยังคงถูกคุกคามทางทหาร

เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 สหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านภายใต้ปฏิบัติการชื่อ ‘Midnight Hammer’ โดย IAEA ต้องการเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ถูกระเบิด เพื่อจัดการกับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงที่อาจฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง แต่ต้องมีการเจรจาเรื่องความปลอดภัยและระเบียบการเข้าถึงพื้นที่เพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และอิหร่าน เคย ‘เจรจาทางอ้อม’ (Indirect Talks) ที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีโอมานทำหน้าที่เป็นคนกลางคอยส่งข้อความระหว่างทั้งสองฝ่าย แม้จะไม่มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการเจรจารอบแรกที่กรุงมัสกัต แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดจากการเจรจารอบที่ผ่านมาคือทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะ ‘กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา’ อีกครั้งอย่างเป็นทางการ หลังจากหยุดชะงักไปนานถึง 8 เดือน

สถานการณ์ปัจจุบันจึงเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่าง ‘การทูต’ ที่กำลังดำเนินไปอย่างยากลำบาก ควบคู่ไปกับ ‘การขยายกำลังทางทหาร’ ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบปีของสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือ ‘เพิ่มอำนาจต่อรอง’ และเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม หากการเจรจาล้มเหลว

แฟ้มภาพ: US CENTCOM / Handout / Anadolu via Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...