โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สาวเชียงราย หนีตายแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา! เผยตึกคอลเซ็นเตอร์พบคนไทยกว่า 30 ชีวิต ก่อนก่อหวอดเผาตึกหนีกลับไทย

สวพ.FM91

อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 08.46 น.

จากกรณีหญิงสาวชาวจังหวัดเชียงราย วัย 23 ปี ฝ่าประสบการณ์เลวร้ายจากการถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ ก่อนตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา ล่าสุดสามารถหลบหนีกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย พร้อมเปิดเผยเบื้องหลังชีวิตใน “ตึกสแกมเมอร์” ที่มีคนไทยถูกกักขังกว่า 30-40 คน และเกิดเหตุลุกฮือเผาตึกเพื่อหนีเอาชีวิตรอด

วันนี้ (24 ก.พ.) ที่ห้องรับรองกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ได้ให้การต้อนรับและแสดงความยินดีกับครอบครัวของ น.ส.นอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ชาวตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานช่วยเหลือจนสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้สำเร็จ

น.ส.นอ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานแอดมินในกรุงเทพฯ แต่เมื่อตกงานจึงหางานผ่านเฟซบุ๊ก พบประกาศรับสมัครแอดมินทำงานที่จังหวัดสระแก้ว เงินเดือน 20,000 บาท ไม่ต้องใช้ทักษะพิเศษ ทำให้ตัดสินใจสมัคร และนัดขึ้นรถที่ห้างสรรพสินค้าในเขตลาดพร้าว เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีผู้สมัครรายอื่นร่วมเดินทางอีก 5-6 คน แต่เมื่อถึงจังหวัดสระแก้ว กลับถูกพาไปยังไร่อ้อยแห่งหนึ่ง ก่อนถูกบังคับให้วิ่งผ่านไร่อ้อยข้ามแดนไปยังกัมพูชา ทั้งที่ตนเป็นผู้พิการประเภท 3 ต้องเดินเขย่งอย่างทุลักทุเล กระทั่งมีชาวกัมพูชามารับตัวไปยังเมืองปอยเปต และถูกควบคุมตัวในอาคารที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการแก๊งสแกมเมอร์ ภายในอาคารดังกล่าว มีคนไทยประมาณ 30-40 คน ถูกยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์มือถือ พร้อมถูกบังคับให้สแกนใบหน้าผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร เพื่อทำธุรกรรมโอนเงินเข้า-ออกหลายครั้ง ผู้ที่ขัดขืนหรือพยายามหลบหนีจะถูกข่มขู่ บางส่วนรวมตัวกันก่อเหตุเผาตึกหวังสร้างความชุลมุนเพื่อหลบหนี ซึ่งมีหลายคนสามารถวิ่งกลับฝั่งไทยได้สำเร็จ

ต่อมา วันที่ 16 กุมภาพันธ์ แก๊งสแกมเมอร์ได้ย้าย น.ส.นอ ไปยัง เมืองไพลิน ใกล้ปอยเปต และคืนโทรศัพท์มือถือกับเอกสารประจำตัวให้ ทำให้เธอสามารถใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตของโรงแรมติดต่อบิดา และประสานขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อสบโอกาส น.ส.นอ พร้อมคนไทยอีก 5 คน จากหลายจังหวัด อาศัยรถรับจ้างเดินทางไปยังแนวป่าไผ่ริมชายแดน ก่อนวิ่งฝ่าพื้นที่กลับเข้าสู่ประเทศไทยทางจังหวัดสระแก้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารไทยให้การช่วยเหลือ จากนั้นทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง แม้ต้องเสียค่าปรับฐานเข้า-ออกประเทศผิดกฎหมาย ก่อนแยกย้ายกลับภูมิลำเนา ภายหลังเดินทางถึงเชียงราย น.ส.นอ ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน เพื่อดำเนินคดีกับขบวนการดังกล่าวในฐานความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์

ด้าน พล.ต.ต.มานพ เสนากุล กล่าวว่า กรณีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญ ขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการสมัครงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะงานที่อ้างว่าได้เงินจริงสูง 20,000-40,000 บาท ไม่ต้องใช้ทักษะหรือประสบการณ์ เพราะมักเป็นข้อเสนอที่ผิดปกติ และมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกหลอกลวงหรือค้ามนุษย์

เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐาน และเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...