”โอ๊ต ปราโมทย์“ แฮปปี้ชีวิตโสด จ่อผ่าตัดหัวไหล่หลังเอ็นฉีก
นักร้องหนุ่ม ”โอ๊ต ปราโมทย์“ แฮปปี้ชีวิตโสดแย้มมีคอนเสิร์ตคู่ “ป๊อบ ปองกูล“ จ่อผ่าตัดหัวไหล่ หลังเอ็นฉีก ทนเจ็บมา3ปี
เรียกว่าหันหน้าลุยธุรกิจแบบจริงจัง สำหรับนักร้อง “โอ๊ต ปราโมทย์” ที่ทุ่มเทให้กับการทำงาน จนทำเอาหลายคนแซวเรื่องความรัก ล่าสุดได้มี โอกาสเจอหนุ่ม“โอ๊ต”เลยไม่พลาดที่จะจ่อไมค์ไถ่ถาม
ประมาณกันยาปีนี้ โอ๊ต-ป๊อบจะมีคอนเสิร์ตคู่ ทำเอง จัดเอง วาไรตี้ รอบนี้สนุกเหมือนเดิม จริงๆแล้ววตอนทำบริษัทด้วยกันอย่างแรกที่เราทำด้วยกันคือกีฬาหลีสูที่เราเริ่มอีเวนต์
เผยไม่เคยมีปัญหากับพาทเนอร์เลยที่ทำธุรกิจอะไร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจบาร์ที่ผ่านมาหรือว่าพี่ๆ เวิร์คพ้อยท์ ก็ไม่เคยมีปัญหา เราทำงานโดยความบริสุทธิ์ใจ พยายามทำให้มันโปร่งใสมากที่สุด ตนว่าที่มีปัญหากันส่วนใหญ่คือเรื่องเงิน ฉะนั้นบริษัทที่เปิดมาอย่างเช่น โครตคูล มันก็การันตีว่าเราไม่เคยจ่ายช้า จ่ายไม่ตรงหรือเอาเปรียบคนอื่นทุกคนก็ให้ความเชื่อมั่นในการมาเป็นพาร์ทเนอร์เรา
ทางด้านทริค ก็อย่าให้เพื่อนทำบัญชี อย่าให้ใครคนใดคนนึงถือเงิน คนที่ถือเงินควรเป็นบริษัทบัญชีหรือคนที่ตรวจสอบได้ อย่าไว้ใจใครเพราะว่าเรื่องเงินเรื่องทองมันไม่เข้าใครออกใคร เราไปให้ใครจับคนอื่นดีกว่าจะได้ปลอดภัยสุด ก็ให้บัญชีดูแลไปน่าจะดีที่สุด
ส่วนตัวไม่เคยโดน เพราะว่าบัญชีของตนจะใช้บัญชีการเป็นเอ้าท์ซอร์ส ค่อนข้างที่จะเป็นเติกปาร์ตี้หน่อยจะค่อนข้างที่จะตรวจสอบได้ คือเวลามียอดที่น่าสงสัย จะได้ช่วยกันตรวจสอบ ถ้าเพื่อนดูแลบัญชีและเราไปตรวจสอบเงินเดี๋ยวมันจะมองหน้ากันไม่ติด เดี๋ยวมันจะลำบาก
ยอมรับว่าไว้ใจ แต่ว่าตนก็ไม่รู้ว่าเพื่อนไว้ใจตนไหมแต่ก็ไม่เคยโกงเพื่อนไงยอดทุกอย่างผมก็จะดีแคร์หมด ไม่ว่าจะเปิดบริษัทเกมกับอาร์ต ยอดทุกเดือนก็ให้บัญชีตรวจสอบแล้วก็ดีแคร์ แต่ละเดือนมันตรงไหมออกเท่าไหร่ สรุปแต่ละเดือนก็ต้องตรงกับยอดที่เข้าออกด้วย
ทางด้านเวลาพักผ่อน คือเราไปตรวจสุขภาพมาทุกอย่างแข็งแรงหมดแต่สิ่งที่เป็นข่าวร้ายก็คือเจอ “เอ็นหัวไหล่ฉีก” เป็นมา3ปีแล้วเรายังรู้ตัว คือมันรู้สึกว่าทำไมไหล่เราเจ็บรู้สึกแบบขัดๆ แต่ว่าไม่เคยไปตรวจ ไปฝังเข็มก็ไม่หายสักที ก็เลยไปตรวจสุขภาพมาคุณหมอก็เลยบอกว่าเป็น “เอ็นหัวไหล่ฉีก” ต้องผ่าตัด เป็นข้างขวา แต่ก็ยังใช้ชีวิตต่อได้ เพราะว่ามันยังไม่ขาดแต่ฉีก แต่ถ้าไม่ผ่า มีโอกาสที่จะขาดได้ เลยวางแผนที่จะผ่าอยู่ ส่วนตัวไม่ตกใจเลยเพราะว่ามันเจ็บมาสักพักแล้ว คือสงสัยว่าทำไมมันเจ็บจัง บางมุมที่เราจะออกแรงแล้วเรารู้สึกเจ็บ ที่นี่ตนก็เลยบอกคุณหมอว่าเวลา เราตรวจร่างกายถึงจะตรวจสมองหรือหัวใจ ก็ให้ตรวจหัวไหล่ด้วย สรุปก็จะเจอจริงๆว่ามันขาด พวกเอ็นขาดเนี่ยเวลาเรารู้สึกเจ็บมันจะรู้สึกเจ็บแบบเหมือนเราเจ็บอยู่ในรองเท้า มันรู้สึกรำคาญแต่ก็ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานขนาดนั้น
คุณหมอบอกว่าให้เอาคิวมาเลย เพราะว่าต้องใส่แขนประมาณหนึ่งเดือนหรือหนึ่งเดือนครึ่ง พอเอาออกก็ค่อยกายภาพ แต่ไม่เป็นไร เพราะว่าตอนนี้ก็ยังใช้ชีวิตได้ปกติ คือตอนนี้ถึงปลายปีคิวฃเต็มหมด เพราะว่ามันจะมีคอนเสิร์ต มีงานต่างๆที่รับผิดชอบอีก กลายเป็นว่าปีนี้น่าจะไม่มีเวลา ถ้าเล็งเอาไว้ปีนี้คิดว่าถ้ามีเวลาก็จะประมาณเดือนหก หรืออาจต้นปีหน้า
ทางด้านความรัก แฮปปี้แล้วอยู่กับหมาก็โอเค ยังไม่อยากมีภาระ ไม่อยากที่จะทะเลาะกับใคร พี่เคยทะเลาะกับแฟนเวลามาทำงานไหม รู้สึกว่าไม่อยากเป็นภาระของใครก็เลยเลือกที่จะอยู่คนเดียวดีกว่า ตนก็ยังไม่รู้เลยจะอยู่คนเดียวกี่ปี รอรวยมากๆก่อนแล้วตนจะได้เลิกทำงานแล้วค่อยมีครอบครัว เพราะว่าอายุเราก็ 42 แล้ว แต่ว่าก็ยังไม่ได้มีแพลนอะไรแบบนั้น ไม่ได้รู้สึกเหงา เพราะว่าทำงานหนักอยู่แล้วเวลากลับมาบ้าน ก็รู้สึกเหนื่อยและตาลอย“
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews