โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราคาน้ำมันโลกดีดแรง สู้รบตะวันออกกลางฉุดขนส่งพลังงานชะงัก

efinanceThai

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันโลกดีดแรง สู้รบตะวันออกกลางฉุดขนส่งพลังงานชะงัก

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 มี.ค. 69 8:27: น.

ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง เหตุสู้รบตะวันออกกลางฉุดขนส่งพลังงานชะงักราคาน้ำมันพุ่งแรงในวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) ท่ามกลางความปั่นป่วนของอุปทานน้ำมันจากสงครามระหว่างสหรัฐฯอิสราเอลกับอิหร่าน โดยราคาน้ำมันล่วงหน้า WTI ของสหรัฐฯ ขึ้นแซงราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงราคาน้ำมันโลก หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่าอาจเข้าแทรกแซงตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 81.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 6.35 ดอลลาร์ หรือ 8.51% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2024

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 85.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.01 ดอลลาร์ หรือ 4.93% โดยยังคงปิดเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ห้า

โดยปกติสัญญาน้ำมันทั้งสองชนิดมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน แต่ราคาน้ำมันทั้งสองสัญญาแตกต่างกันอย่างชัดเจน ณ เวลา 15.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หลังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวเผยว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ อาจดำเนินมาตรการในตลาดสัญญาน้ำมันล่วงหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมือราคาพลังงานที่พุ่งสูง และอาจประกาศได้เร็วที่สุดภายในวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ไม่ได้กังวลต่อราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งกับอิหร่านที่ขยายวงกว้าง โดยปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ตนเองให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก พร้อมระบุด้วยว่าสหรัฐฯ ต้องการมีบทบาทในการเลือกผู้นำคนต่อไปของอิหร่าน

ด้านอิรักและกาตาร์ได้ระงับการผลิตน้ำมันและก๊าซแล้ว เนื่องจากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นอัมพาต โดยอิรักต้องหยุดการผลิตน้ำมันดิบเกือบ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพราะคลังเก็บน้ำมันเต็มและเรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถเดินทางมารับได้ ขณะที่กาตาร์ระงับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ด้วยเหตุผลเดียวกัน เนื่องจากเรือบรรทุก LNG ไม่สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

นักวิเคราะห์ เทรดเดอร์ และแหล่งข่าวระบุว่า คูเวตและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาจเป็นประเทศถัดไปที่ต้องลดกำลังการผลิต หากคลังเก็บน้ำมันเต็ม

จอห์น คิลดัฟฟ์ จาก Again Capital กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีการเคลื่อนตัวของเรือในช่องแคบฮอร์มุซเลย ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อไป และเมื่อหลายประเทศต้องหยุดการผลิต การกลับมาผลิตอีกครั้งจะล่าช้า เพราะไม่ใช่ว่าจะสามารถกลับมาผลิตได้เต็มกำลังทันที ปัญหานี้อาจยืดเยื้อไปอีกระยะหนึ่ง

เดนนิส คิสส์เลอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการซื้อขายของ BOK Financial กล่าวว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อไปจนถึงสัปดาห์หน้า ต่อให้ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดอีกครั้ง แต่การกลับมาผลิตและการขนส่งยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว

ขณะเดียวที่การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันพฤหัสบดี โดยเรือบรรทุกน้ำมันดิบ Sonangol Namibe ติดธงบาฮามาส รายงานว่าลำเรือได้รับความเสียหายหลังเกิดระเบิดใกล้ท่าเรือ Khor al Zubair ของอิรัก

นักวิเคราะห์ของ UBS ระบุว่า การโจมตีดังกล่าว รวมถึงมาตรการของจีนที่ลดการส่งออกเชื้อเพลิง เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ตลาดน้ำมันสำเร็จรูปเริ่มเผชิญความตึงตัวจากการส่งออกจากตะวันออกกลางที่หายไป

โรงกลั่นน้ำมันบางแห่งในตะวันออกกลาง จีน และอินเดีย ได้ปิดหน่วยกลั่นน้ำมันดิบบางส่วน เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ ข้อมูลติดตามเรือจาก Vortexa และ Kpler ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันราว 300 ลำยังคงติดค้างอยู่ภายในช่องแคบฮอร์มุซ หลังการสัญจรผ่านจุดยุทธศาสตร์ดังกล่าวแทบหยุดชะงักนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น โดยตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมเรือบรรทุกขนาดเล็กบางส่วน

ที่มา Reuters

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...