ตำรวจคุมตัว ‘ผู้บงการใหญ่-หญิงสาวคนสนิท’ คดีจ้างอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม
The Bangkok Insight
อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 03.48 น. • The Bangkok Insightตำรวจคุมตัว ‘ผู้บงการใหญ่-หญิงสาวคนสนิท’ คดีจ้างอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม ก่อนนำร่างไปเผาในห้องน้ำบ้านร้าง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
จากกรณีกลุ่มคนร้ายอุ้มฆ่า นายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ “ท๊อป” ผู้จัดการบริษัทนำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังมารดาเข้าแจ้งความคนหายเอาไว้ที่ สน.สุทธิสาร เพราะไม่สามารถติดต่อนายรุทธ์ได้
โดยมีภาพหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด บริเวณลานจอดรถบ่อตกกุ้ง ซอยรัชดา 18 ในช่วงเช้าเวลา 06.24 น. ของวันที่ 18 ก.พ. 2569 ปรากฎภาพชัดว่ามีการจัดฉากอุ้มนายรุทธ์ออกไปจากบ่อตกกุ้ง มุ่งหน้า จังหวัดสมุทรปราการ กระทั่งเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ติดตามไปจนพบศพนายรุทธ์ สภาพถูกเผาเหลือแต่โครงกระดูก อยู่ภายในห้องน้ำ บ้านร้างไร่ไบคาน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี กระทั่งวันที่ 5 มี.ค. 2569
ทางพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวน การสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบ ผล ตรวจเปรียบเทียบ DNA ศพชายปริศนาในบ้านร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี จากสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจที่ระบุว่าศพดังกล่าว เป็นศพ ผู้จัดการบริษัทอุปกรณ์ เครื่องมือการแพทย์ ซึ่งถูกอุ้มหาย ไปตั้งแต่ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไปขออำนาจศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกพิจารณา ออกหมายจับผู้ต้องหา จ้างวานฆ่า รวม 2 ราย ล่าสุดศาลเห็นชอบตามคำร้องขอของพนักงานสอบสวน
จึงได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา รวม 2 ราย เป็นชาย 1 ราย และหญิงอีก 1 ราย ในความผิดฐาน "ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย,ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือ โดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจ ต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, ปล้นทรัพย์และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย รื้อทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย
ล่าสุด วันนี้ (5 มี.ค.) เมื่อเวลา 23.51 น. ที่ สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.สส.บชน.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนนครบาล 2 ชุดสืบสวนติดตามคดี ได้นำผู้ต้องหา 2 คน ตามหมายจับศาลอาญา เข้าห้องสืบสวนทันที หลังถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่า นายรุทธ์ หรือท็อป ผู้จัดการบริษัทจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ย่านสุทธิสาร นำไปอำพรางศพที่บ้านหลังหลังหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
โดยมี พลตำรวจตรีโชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล , พลตำรวจตรีเกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นผู้สอบปากคำด้วยตัวเอง
พลตำรวจตรีโชติวัฒน์ เปิดเผยว่า ตำรวจเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาคนได้ ขณะกำลังเดินทางออกจากที่พักช่วงเวลา 23:00 น. จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตามหมายจับ และเมื่อตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาชาย พบว่าได้ทำการจองตั๋วเครื่องบิน เดินทางออกนอกประเทศผ่านระบบออนไลน์แต่เมื่อไร่เรียงเวลาแล้ว คาดว่าผู้ต้องหาเปลี่ยนใจ เนื่องจากต้องการต่อสู้คดี โดยมีทนายความเดินทางมาด้วย
ส่วนการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงบางส่วน ซึ่งรายละเอียดในการสอบปากคำยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่พบความเชื่อมโยงถึงมูลเหตุ บางส่วนเชื่อว่าเป็นปัญหาภายครอบครัว
นอกจากตัวผู้ต้องหาแล้ว กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบรถส่วนบุคคลของผู้ต้องหาเอาไว้จำนวน 2 คัน ที่ชุดจับกุมอายัดเอาไว้เป็นรถเก๋ง 1 คันและรถกระบะ 1 คัน หลังพบว่า ภายในรถเก๋งมีชุดเครื่องแบบทหาร และชุดสูท ถูกแขวนอยู่ภายในรถ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พกเครื่องแบบข้าราชการทหาร บัตรวิทยาลัยทนายความ ซองใส่บัตรข้าราชการ และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบสำนวนคดี
จากแนวทางสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาชายถูกเชื่อว่าเป็น ผู้บงการ หรือบอสใหญ่ อยู่เบื้องหลังการว่าจ้างทีมอุ้มก่อเหตุ ที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ทั้งหมด 8 คน ส่วนหญิงสาวคนสนิท ถูกระบุว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องหาชาย และต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการวางแผนก่อเหตุ
สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาในทีมอุ้มค่ะฆ่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้รวม 8 คน ในข้อหาร่วมกันข่มขืนใจและกักขังหน่วงเหนี่ยว
โดยสามารถจับกุมได้แล้ว 7 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็น ทีมปฏิบัติการอุ้มตัวผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ต้องหาอีก1 คน คือ ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ หรืออาร์ท เงินศรีชัย อายุ48 ปี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ว่าจ้างทีมอุ้ม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี โดยมีข้อมูลว่าอาจหลบหนีข้ามชายแดนไปประเทศลาว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- จ่อออกหมายจับ ‘ผู้บงการ’ คดีอุ้มหาย ‘ผู้จัดการ’ ข้อมูลพบหนีกบดานชายแดน
- สรรพสามิตโคราช โชว์ผลงานกวาดล้างบุหรี่เถื่อน 226 คดี สั่งทำลายกว่า 1.7 หมื่นซอง
- เช็กด่วน!! เพิ่มเงินเยียวยา ผู้เสียหาย-จำเลย คดีอาญาที่ยกฟ้อง สูงสุด 3 แสน
ติดตามเราได้ที่