โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุยกับ Gen 2 ทายาท ‘สุริยาหีบศพ’ ปั้นธุรกิจ ‘ชีวิตสุดท้าย’

TODAY

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 03.32 น. • TODAY

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้คนเริ่มเปิดพื้นที่พูดคุยเกี่ยวกับ “ช่วงปลายของชีวิต” กันมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเรื่องอัปมงคลหรือควรหลีกเลี่ยงเหมือนในอดีต หลายคนเริ่มหันมาทบทวนว่าอยากให้ช่วงเวลาสุดท้ายของตัวเองเป็นอย่างไร รวมไปถึงการเตรียมการล่วงหน้าสำหรับพิธีกรรมหรือรูปแบบการอำลาในแบบที่สะท้อนตัวตนของตนเองด้วย

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของทัศนคติผู้คนเช่นนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมและการอำลาก็ต้องปรับตัวตามยุคสมัยเช่นกัน ไม่ใช่เพียงการให้บริการตามแบบแผนเดิม แต่ต้องเข้าใจความต้องการที่หลากหลายมากขึ้นของครอบครัวและผู้ล่วงลับ

TODAY Bizview ได้พูดคุยกับ ‘หนุ่ม – วิโรจน์ สุริยเสนีย์’ ประธานกรรมการ บริษัทสุริยา ฟิวเนอรัล จำกัด ถึงแนวคิดและทิศทางการปรับตัวของธุรกิจ “สุริยาหีบศพ” ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนไป และเรื่องราวเหล่านั้นจะถูกเล่าผ่านบทความนี้

[ คนเราวางแผนวันสุดท้ายของชีวิตมากขึ้น ]

‘วิโรจน์’ เล่าให้ฟังว่า จากอดีตจนถึงปัจจุบันคนพูดถึงเรื่องความตายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้น ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องอัปมงคลเหมือนแต่ก่อน มีการพูดคุยกันถึงการ “ตายดี” หรือการเตรียมตัวตายที่ถูกต้อง บางรายผู้ที่ใกล้จะเสียชีวิตมักมีการจดบันทึกความต้องการของตนเองไว้ในสมุดหรือหนังสือ เพื่อส่งต่อให้ลูกหลานทราบว่าต้องการงานศพแบบไหน บางคนถึงขั้นเลือกหีบศพ สีที่ชอบ หรือกำหนดจำนวนคืนในการสวดไว้ล่วงหน้าด้วยตัวเอง

และมีแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่หรือแม้แต่เด็กจะดีไซน์งานศพให้เป็นไปตามความชอบส่วนตัว เช่น การใช้สีส้มแทนสีดำ การใช้ลูกโป่งแทนดอกไม้ และมองว่าการจากลาเป็นเรื่องธรรมชาติ ด้าน “สุริยาหีบศพ” ก็ปรับตัวให้เข้ากับความต้องการสุดท้ายของคน ‘วิโรจน์’บอกว่ามีเด็กเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งนาทีสุดท้ายน้องอยากให้งานธีมสีส้ม ไม่เอาดอกไม้ แต่เอาลูกโป่งแทน เขาก็ทำตามความต้องการให้อย่างเต็มที่เพื่อให้พิธีออกมาดีที่สุด

[ ธุรกิจที่ทำการตลาดยาก สร้างความเชื่อมั่นเป็นสิ่งสำคัญ ]

แม้ชีวิตสุดท้ายจะเป็นเรื่องสัจธรรม แต่วันเวลาผ่านไปธุรกิจนี้ต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง ?

‘วิโรจน์’ เล่าให้ฟังว่า ความพร้อมเราต้องเปลี่ยนจากเดิมที่ลูกค้าส่วนใหญ่ติดต่อผ่านการ Walk-in หรือโทรศัพท์ ปัจจุบันสุริยาหีบศพปรับตัวสู่การให้บริการผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ทั้งเว็บไซต์และ Line Official

โดยมีแอดมินคอยให้ข้อมูลและให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ครอบครัวที่กำลังเผชิญสถานการณ์สูญเสียสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ในด้านการตลาด ธุรกิจประเภทนี้ไม่สามารถทำโฆษณาได้อย่างหวือหวาเหมือนธุรกิจทั่วไป จึงเน้นการสร้าง “ภาพจำ” ผ่านคุณภาพการให้บริการในงานจริง เพื่อให้แขกที่มาร่วมงานเกิดความประทับใจและจดจำแบรนด์ได้เมื่อถึงคราวจำเป็น

“เพราะการทำตลาดธุรกิจหีบศพทำได้ยากเพราะถูกมองว่าเป็นเรื่องอัปมงคล ธุรกิจจึงเน้นการสร้าง “ภาพจำที่ดี” และความประทับใจจากการให้บริการจริงในงานศพ เพื่อให้แขกที่มาร่วมงานเกิดความเชื่อมั่นและบอกต่อกันเอง”

อีกหนึ่งการปรับตัวสำคัญคือการจัดทำแพ็กเกจบริการที่ชัดเจน โดยแบ่งเป็นระดับประหยัด ปานกลาง และสูง พร้อมระบุรายละเอียดสินค้าและบริการไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นประเภทหีบศพ ดอกไม้ รถรับร่าง หรืออุปกรณ์ดูแลร่างผู้เสียชีวิต และค่อยๆ ใช้คำพูดกับผู้ที่กำลังเสียใจวิธีนี้ช่วยลดความกังวลของครอบครัวผู้สูญเสียและป้องกันการฉวยโอกาสในช่วงเวลาที่ญาติกำลังโศกเศร้า

และตัวอย่างงานที่เคยจัดแพงที่สุดมีมูลค่าสูงถึง 49 ล้านบาท และบางงานที่มีรายละเอียดการจัดการซับซ้อน เช่น การเปลี่ยนดอกไม้ทุกวันหรือการปิดศาลาวัด อาจมีค่าใช้จ่ายรวมสูงถึงกว่า 200 ล้านบาท อย่างงานระดับชนชั้นกลาง ค่าใช้จ่ายโดยรวมทั้งงานจะอยู่ที่ประมาณ 100,000 – 120,000 บาท ส่วนงานระดับประหยัดสำหรับการจัดงานแบบเรียบง่ายและเน้นความจำเป็น จะมีค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 40,000 – 50,000 บาท ซึ่งจะได้หีบศพและดอกไม้ประดับหน้าศพแบบธรรมดา

นอกจากนี้ สุริยาหีบศพยังมีบริการให้คำปรึกษาล่วงหน้าเกี่ยวกับการวางแผนชีวิตช่วงสุดท้าย หรือ Living Will โดยร่วมมือกับทีมพยาบาลประคับประคอง (Palliative Care) เพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถกำหนดรูปแบบพิธีหรือสิ่งที่ต้องการไว้ล่วงหน้าได้ด้วยตัวเอง

ในด้านการปฏิบัติงาน สุริยาหีบศพมีมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน ตั้งแต่ขั้นตอนรับแจ้งเหตุซึ่งต้องรออย่างน้อย 2 ชั่วโมงหลังการสิ้นลม เพื่อยืนยันการเสียชีวิตและจัดการเอกสารตามกฎหมาย ก่อนเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต พนักงานทุกคนยังได้รับการฝึกให้ใช้ “ไดอะล็อก” หรือรูปแบบคำพูดและพิธีกรรมเดียวกัน เช่น ขั้นตอนการจุดธูปเชิญดวงวิญญาณหรือการแนะนำบริการ เพื่อให้ทุกงานมีมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ในด้านการผลิต โรงงานยังมีการบริหารสต็อกแบบ Overstock ประมาณ 25% เพื่อรองรับความต้องการของแต่ละสาขา โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มักมีสถิติผู้เสียชีวิตสูงขึ้น และพัฒนาหีบศพที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เช่น “หีบศพจากเห็ด” ที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศจากการเผา

ขณะที่โลกธุรกิจหนีไม่พ้นที่ต้องพูดถึงนวัตกรรม สุริยาหีบศพให้ความสำคัญกับการสร้าง “ภาพจำสุดท้ายที่สวยงาม” ผ่านบริการแต่งหน้าศพ (Funeral Makeup) ซึ่งใช้เทคนิคเฉพาะทางในการปรับแต่งใบหน้า รวมถึงการใช้ซิลิโคนเพื่อแก้ไขร่องรอยจากอุบัติเหตุ เพื่อให้ร่างผู้เสียชีวิตดูสงบที่สุดก่อนการอำลา

อีกหนึ่งพัฒนาการคือการคิดค้นน้ำยาฉีดศพสูตรพิเศษชื่อ “Well Still” ซึ่งเป็นสูตร Low-formaldehyde ที่ลดผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่และสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็ช่วยรักษาสภาพร่างโดยไม่ทำให้ผิวคล้ำหรือแข็งจนเกินไป

ในเชิงโครงสร้างธุรกิจ ปัจจุบันสุริยามีสาขาหลักประมาณ 5–7 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ขยายการให้บริการผ่านเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ โดยคู่ค้าจะรับสินค้าไปจำหน่ายพร้อมทั้งได้รับการฝึกอบรมมาตรฐานการบริการจากทางบริษัท ในอนาคตยังมีแผนรวมธุรกิจสาขาที่บริหารแยกกันในรุ่นลูกให้กลายเป็น “สุริยากรุ๊ป” เพื่อสร้างเอกภาพของแบรนด์และลดความสับสนของลูกค้า

ขณะเดียวกัน ธุรกิจยังเริ่มขยายไปสู่ตลาดใหม่อย่างบริการงานศพสำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Funeral) ด้วยการผลิตหีบศพสำหรับสัตว์และมีแนวคิดจัดสถานที่สำหรับพิธีอำลาสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์เจ้าของที่มองว่าสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว

และยังคงพัฒนาระบบบริจาคหีบศพออนไลน์สำหรับผู้ยากไร้หรือศพไร้ญาติ โดยผู้บริจาคจะได้รับอีเมลแจ้งว่าหีบศพถูกนำไปช่วยเหลือใครและที่ใด เป็นการสร้างระบบการให้ที่โปร่งใสและเข้าถึงง่ายสำหรับคนยุคดิจิทัล

‘วิโรจน์’ ยังบอกอีกว่า ปัจจุบันสุริยาหีบศพมียอดการบริจาคหีบศพเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000 ใบต่อเดือน หรือประมาณ 10,000 กว่าใบต่อปี โดยที่มีเงินจากการทำบุญร่วมกันของผู้บริจาคเป็นส่วนสำคัญ

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้หลายๆ คนคงมีคำถามที่ว่าหากทำธุรกิจแนวๆ นี้เรากลัวสิ่งที่มองไม่เห็นบ้างไหม?

‘วิโรจน์’ ยอมรับว่า ในตอนเด็กเคยมีความรู้สึกกลัวอยู่บ้าง เวลาที่ต้องไปจับร่างผู้เสียชีวิตแล้วรู้สึกว่าร่างนั้นเย็นและแปลกๆ จนคิดไปว่าเป็นผี แต่เมื่อโตขึ้นก็เริ่มทำความเข้าใจและชินไปเอ และมีคำสอน “เตี่ย” (คุณพ่อของวิโรจ์น) มักจะใช้พูดเพื่อเป็นแง่คิดในการทำธุรกิจนี้ คือ “วันไหนไม่เห็นผี วันนั้นน่ะไม่เห็นเงิน”

และนี่คือแนวคิดการทำธุรกิจฉบับสุริยาหีบศพคือการปรับธุรกิจดั้งเดิมให้สอดรับกับยุคสมัย โดยผสานความเป็นมืออาชีพ เทคโนโลยี และความเข้าใจในความรู้สึกของผู้คนเข้าด้วยกัน ธุรกิจหันมาใช้ช่องทางดิจิทัลเพื่อให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการจัดแพ็กเกจราคาที่ชัดเจนเพื่อความโปร่งใสและช่วยให้ญาติผู้เสียชีวิตตัดสินใจได้ง่าย

ขณะเดียวกันยังพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เช่น น้ำยาฉีดศพที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน หีบศพรักษ์โลก และการดูแลภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับให้สงบงดงาม รวมถึงขยายบริการไปสู่ตลาดใหม่อย่างธุรกิจสัตว์เลี้ยง พร้อมส่งเสริมแนวคิดการวางแผน “การตายดี” ให้สังคมมองความตายอย่างเข้าใจมากขึ้น และเติบโตควบคู่กับการทำประโยชน์ต่อสังคมผ่านโครงการบริจาคโลงศพทั่วประเทศ

หากสนใจเรื่องราวการวางแผนชีวิตและการจากลาอย่างมีความหมาย สามารถมาชมงาน Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย วันที่ 13 – 15 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 – 19.00 น. ที่ IMPACT Exhibition Center Hall 6

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...