เปิดภาพ “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม รายงานตัวสภาฯ ตั้งแต่ 4 มี.ค.
เปิดภาพ “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้ารายงานตัวที่สภาฯ ตั้งแต่ 4 มี.ค. ก่อน DSI - ปปง. ออกหมายค้นบ้าน 1 วัน เผยข้อกฎหมายเอกสิทธิ์คุ้มครองความเป็น สส.
วันที่ 6 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 4 พรรคกล้าธรรม ไม่ได้มารายงานตัวพร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่วันนี้นำ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และ สส.แบบแบ่งเขต รวมทั้งหมด 54 คน มารายงานตัวที่สภาฯ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า นายชนนพัฒฐ์ ได้เดินทางมารายงานตัวที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เมื่อเวลา 16.30 น. ของวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ก่อนเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะเข้าตรวจค้นบ้านของนายชนนพัฒฐ์ เพื่อหาข้อมูลพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องคดีค้างเก่าที่โดนร้องเรียนเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ไปเมื่อวานนี้ (5 มีนาคม) จึงทำให้ตอนนี้ นายชนนพัฒฐ์ มีเอกสิทธิ์คุ้มครองความเป็น สส. ไม่สามารถออกหมายจับหรือหมายเรียกไปดำเนินคดีได้ในระหว่างที่อยู่ในสมัยสภาฯ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร
ขณะที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ได้บัญญัติเรื่องเอกสิทธิ์ไว้ในมาตรา 124 และเรื่องความคุ้มกันไว้ในมาตรา 125 คือ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใดในทางแถลงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนนย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใดๆ มิได้
เอกสิทธิ์ตามวรรคหนึ่งไม่คุ้มครองสมาชิกผู้กล่าวถ้อยคำในการประชุมที่มีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์หรือทางอื่นใด หากถ้อยคำที่กล่าวในที่ประชุมไปปรากฏนอกบริเวณรัฐสภา และการกล่าวถ้อยคำนั้นมีลักษณะเป็นความผิดทางอาญาหรือละเมิดสิทธิในทางแพ่งต่อบุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีหรือสมาชิกแห่งสภานั้น
ในกรณีตามวรรคสอง ถ้าสมาชิกกล่าวถ้อยคำใดที่อาจเป็นเหตุให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีหรือสมาชิกแห่งสภานั้นได้รับความเสียหาย ให้ประธานแห่งสภานั้นจัดให้มีการโฆษณาคำชี้แจงตามที่บุคคลนั้นร้องขอตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับการประชุมของสภานั้น ทั้งนี้ โดยไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลในการฟ้องคดีต่อศาล
เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้ ย่อมคุ้มครองไปถึงผู้พิมพ์และผู้โฆษณารายงานการประชุมตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภา แล้วแต่กรณี และคุ้มครองไปถึงบุคคลซึ่งประธานในที่ประชุมอนุญาตให้แถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม ตลอดจนผู้ดำเนินการถ่ายทอดการประชุมสภาทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์หรือทางอื่นใดซึ่งได้รับอนุญาตจากประธานแห่งสภานั้นด้วยโดยอนุโลม
มาตรา 125ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ไปทำการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทำความผิด
ในกรณีที่มีการจับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะกระทำความผิด ให้รายงานไปยังประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกโดยพลัน และเพื่อประโยชน์ในการประชุมสภาประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก อาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับเพื่อให้มาประชุมสภาฯ ได้
ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาถูกคุมขังในระหว่างสอบสวนหรือพิจารณาอยู่ก่อนสมัยประชุม เมื่อถึงสมัยประชุม พนักงานสอบสวนหรือศาลแล้วแต่กรณี ต้องสั่งปล่อยทันที ถ้าประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้ร้องขอ โดยศาลจะสั่งให้มีประกันหรือมีประกันและหลักประกันด้วยหรือไม่ก็ได้
ในกรณีที่มีการฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภาฯ.
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดภาพ “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม รายงานตัวสภาฯ ตั้งแต่ 4 มี.ค.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิดภาพ “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม รายงานตัวสภาฯ ตั้งแต่ 4 มี.ค.
- "ดีเอสไอ" แถลง "สส.ชนนพัฒฐ์" โยงเว็บพนัน-ฟอกเงิน ออกหมายเรียก 12 มี.ค.นี้
- “ชนนพัฒฐ์” ขอบคุณคนสงขลาที่ไว้ใจ เทคะแนนให้ นั่ง สส.เขต 4 อีกสมัย
- เร่งรวบรวมหลักฐานออกหมายจับ “เบน สมิธ” ยึดทรัพย์ “ชนนพัฒฐ์” หรือไม่ ยังเปิดเผยไม่ได้
- สส.กล้าธรรม ผูกเนกไทเขียว ขึ้นรถบัสรายงานตัวสภาฯ ด้าน “อรรถกร” เผยคดี “ชนนพัฒฐ์” ว่าไปตามกฎหมาย
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath