กัมพูชาเลิกพึ่งพาเศรษฐกิจไทยหันมาโหนเวียดนาม แต่จะเสียอิสรภาพในเชิงยุทธศาสตร์
สำนักข่าว VOD ของกัมพูชารายงานว่า ความขัดแย้งเรื่องพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชากำลังเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจของกัมพูชาจากเดิมที่คอยพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจำเป็นจากไทย ก็หันมานำเข้าจากเวียดนามและจีนแทน
ความขัดแย้งกับไทยทำให้เกิดวิกฤตด้านโลจิสติกส์ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคเกษตรกรรมและภาคก่อสร้าง และจากรายงานเศรษฐกิจของธนาคารโลก การหยุดชะงักบริเวณชายแดน ประกอบกับภาวะซบเซาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ได้ทำให้การเติบโตของ GDP ของกัมพูชาชะลอตัวลงเหลือ 4.8% ในปี 2025 เมื่อเทียบกับ 6% ในปี 2024
เมื่อพรมแดนถูกปิดอย่างกะทันหัน การหยุดชะงักของการค้าข้ามพรมแดนทำให้โรงงานต่างๆ ต้องเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าผ่านเวียดนามและลาว ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งพุ่งสูงขึ้น 25% ถึง 40%
"ในช่วงต้นปี 2026 กัมพูชาได้ก้าวพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยการเปลี่ยนจากการพึ่งพาประเทศไทยมาเป็นการพึ่งพาการลงทุนจากจีนและการขนส่งจากเวียดนามควบคู่กันไป การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์นี้ แม้จะช่วยให้เศรษฐกิจอยู่รอดได้ในระยะสั้น แต่ก็เผยให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างการพัฒนาภายในประเทศ ทำให้ดูเหมือนว่ากัมพูชากำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพาแหล่งเดียวไปเป็นการพึ่งพาอีกสองแหล่งในแต่ละครั้งเท่านั้น" สำนักข่าว VOD กล่าว
โดยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ด่านชายแดนระหว่างประเทศปอยเปต-คลองเล็กทำหน้าที่เป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของกัมพูชา โดยนำเข้าเชื้อเพลิงเกือบ 90% และสินค้าจำเป็นเกือบทั้งหมดจากประเทศไทย
เมื่อน้ำมันจากประเทศไทยถูกตัดขาด เวียดนามจึงกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจกัมพูชาอย่างรวดเร็ว จากรายงานของเอกอัครราชทูตเวียดนาม เหงียน มินห์ วู๋ ในเดือนมกราคม 2026 การค้าทวิภาคีระหว่างสองประเทศพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 11.33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025
"แต่ในขณะที่การนำเข้าน้ำมันและปุ๋ยจากเวียดนามช่วยรักษาเสถียรภาพทางการเกษตรได้ ก็ยังชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนที่กัมพูชายังคงเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบสำหรับการแปรรูป และความมั่นคงด้านพลังงานของกัมพูชาอยู่ในมือของเวียดนามอย่างเต็มตัว ทำให้กัมพูชาต้องทบทวนความเป็นอิสระด้านพลังงานของตนเองอีกครั้ง" สำนักข่าว VOD กล่าว
สื่อของกัมพูชาชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจของกัมพูชาที่หันเหจากการพึ่งพาประเทศไทยไปสู่การพึ่งพาจีนและเวียดนามมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังวิกฤตพรมแดนปี 2025 จะส่งผลกระทบในระยะยาวอย่างลึกซึ้งและหลากหลาย
สำนักข่าว VOD กล่าวว่าในด้านบวก การที่กัมพูชามีความใกล้ชิดกับเวียดนามมากขึ้นผ่านทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) จะช่วยให้กัมพูชามีทางเลือกด้านโลจิสติกส์ที่หลากหลายมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการดำเนินงานผ่านด่านชายแดนทางบก แต่ผลด้านลบระยะยาวที่น่ากังวลที่สุดคือ การขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นและการสูญเสียดุลยภาพในการต่อรอง
"ในระยะยาว กัมพูชาอาจเผชิญกับความเสี่ยงที่จะสูญเสียความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งหมายความว่าการตัดสินใจเชิงนโยบายที่สำคัญทั้งหมดจะต้องมีการปรึกษาหารือหรือตกลงร่วมกันโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของทั้งเจ้าหนี้และนักลงทุนรายใหญ่" สำนักข่าว VOD กล่าวและเสริมว่า "หากกัมพูชาไม่สามารถสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศในช่วงเวลานี้ได้ การพลิกฟื้นเศรษฐกิจในปี 2025 ก็จะเป็นเพียงการพลิกผันชั่วคราว และความเป็นอิสระทางเศรษฐกิจที่แท้จริงก็จะยังคงเป็นเพียงความฝันที่ไม่อาจเอื้อมถึง"
โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - ชายคนหนึ่งกำลังตากผ้าอยู่ที่ค่ายพักชั่วคราวในจังหวัดอุดรเมียนชัย ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2025 ท่ามกลางการปะทะกันตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย (Photo by TANG CHHIN SOTHY / AFP)