โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวบังคลาเทศ แห่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งพร้อมทำประชามติวันนี้ หลังล้มล้างฮาสินา อดีตนายกฯ

JS100

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 04.46 น. • JS100:จส.100
ชาวบังคลาเทศ แห่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งพร้อมทำประชามติวันนี้ หลังล้มล้างฮาสินา อดีตนายกฯ

ภายหลังการลุกฮือขับไล่นางเชค ฮาสินา อดีตนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนาน ออกจากตำแหน่ง วันนี้ ประชาชนชาวบังกลาเทศเข้าแถวรอหน้าคูหาเลือกตั้ง เพื่อลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ

ในวันเลือกตั้ง มีการระดมกำลังทหารกว่า 100,000 นาย จากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบ 200,000 นาย ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ในกรุงธากา ซึ่งเป็นเมืองหลวง ประชาชนได้มาเข้าแถวรอหน้าคูหาเลือกตั้งก่อนที่จะเปิดให้ลงคะแนนในเวลา 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (08.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย) เจ้าหน้าที่คณะกรรมการเลือกตั้งระบุว่า คูหาเลือกตั้งจะปิดในเวลา 16.30 น. (17.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย) โดยจะเริ่มนับคะแนนทันทีหลังจากนั้น และคาดว่าจะทราบแนวโน้มคะแนนเบื้องต้นในช่วงเที่ยงคืน ส่วนผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการน่าจะชัดเจนภายในเช้าวันศุกร์

จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้มีเกือบ 128 ล้านคน โดยเป็นสตรีร้อยละ 49 อย่างไรก็ตาม มีผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เป็นสตรีเพียง 83 รายเท่านั้น

สำหรับผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสองรายหลักคือ นายตาริก ราห์มาน (Tarique Rahman) จากพรรคบีเอ็นพี และ นายชาฟิกูร์ ราห์มาน (Shafiqur Rahman) ผู้นำพรรคมุสลิมจามาต-อี-อิสลามี ซึ่งทั้งคู่ไม่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกันแต่อย่างใด

นักวิเคราะห์ระบุว่า ผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงในการบริหารประเทศที่มีประชากร 175 ล้านคนแห่งนี้ เนื่องจากการประท้วงต่อต้านนางฮาสินาที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตได้จุดชนวนความวุ่นวายติดต่อกันหลายเดือน และกระทบต่ออุตสาหกรรมหลัก ซึ่งรวมถึงภาคการผลิตเครื่องนุ่งห่มของบังกลาเทศที่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก นอกจากนี้ยังนับเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของโลกที่เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติโดยกลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 30 ปี หรือ เจนซี ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในประเทศเนปาล ในเดือนหน้า

การชิงชัยในครั้งนี้เป็นการแข่งขันระหว่างสองกลุ่มพันธมิตรหลักที่นำโดยอดีตพันธมิตรอย่างพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (Bangladesh Nationalist Party) หรือ บีเอ็นพี และพรรคมุสลิมจามาต-อี-อิสลามี (Jamaat-e-Islami) โดยผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่าพรรคบีเอ็นพีมีคะแนนนิยมนำอยู่เล็กน้อย พรรคอวามีลีก (Awami League) ของนางฮาสินา ถูกสั่งห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง ขณะที่ตัวนางฮาสินายังคงลี้ภัยอยู่ในประเทศอินเดีย

สิ่งที่แตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ คือการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครมากกว่า 2,000 ราย ซึ่งรวมถึงผู้สมัครอิสระจำนวนมาก ที่ร่วมชิงชัยใน 300 ที่นั่งของสภาแห่งชาติ โดยมีพรรคการเมืองเข้าร่วมแข่งขันรวมอย่างน้อย 50 พรรค ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของประเทศ

ศาสตราจารย์ มูฮัมหมัด ยูนุส (Muhammad Yunus) เจ้าของรางวัลโนเบลและหัวหน้ารัฐบาลรักษาการที่เข้ารับหน้าที่หลังการขับไล่นางฮาสินา กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงคะแนนตามวงรอบปกติ แต่เป็นการสะท้อนถึงเจตจำนงของประชาชนที่ตื่นตัวขึ้นเพื่อต่อต้านความโกรธแค้น ความเหลื่อมล้ำ การถูกทอดทิ้ง และความไม่ยุติธรรมที่สะสมมานาน โดยแสดงออกผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ

นอกจากเลือกตั้งแล้ว บังคลาเทศ ยังมีการลงประชามติเกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญหลายประการ อาทิ การจัดตั้งรัฐบาลรักษาการที่เป็นกลางในช่วงเลือกตั้ง การปรับโครงสร้างรัฐสภาเป็นระบบสองสภา การเพิ่มสัดส่วนตัวแทนสตรี การเสริมสร้างความเป็นอิสระของตุลาการ และการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ไม่เกินสองสมัย

แม้จะมีผู้สมัครจำนวนมากและคาดการณ์ว่าจะมีการแข่งขันที่สูสี แต่ช่วงการหาเสียงที่ผ่านมาเป็นไปอย่างสงบโดยส่วนใหญ่ ยกเว้นเหตุการณ์ความวุ่นวายเพียงเล็กน้อยบางประการ นายโทมัส คีน (Thomas Kean) ที่ปรึกษาอาวุโสจากกลุ่มวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ (International Crisis Group) ให้ความเห็นว่าบททดสอบสำคัญสำหรับบังกลาเทศในตอนนี้คือการทำให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างยุติธรรมและเป็นกลาง รวมถึงการที่ทุกฝ่ายจะยอมรับผลการเลือกตั้ง ซึ่งหากสิ่งนี้เกิดขึ้นจะเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าบังกลาเทศได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการฟื้นฟูประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

#เลือกตั้งบังคลาเทศ

#ประชามติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...