สุดช็อก! คนร้ายปลอมตัวเป็นตำรวจ ไล่ยิงคู่แค้นกลางสนามบอล จนมีผู้เล่นเสียชีวิต 3 ราย (ข่าวต่างประเทศ)
วันที่ 22 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ DAILY STAR ได้มีการรายงานเหตุสะเทือนขวัญ ระบุว่า คนร้ายก่อเหตุไล่ยิงคนอย่างอุกอาจกลางสนามฟุตบอลในเอกวาดอร์ โดยกลุ่มอาชญากรที่ปลอมตัวเป็นตำรวจระหว่างการแข่งขัน ทำให้นักบอลในสนามเสียชีวิต 3 ราย ดังที่ปรากฏในคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในสนามฟุตบอล
เหตุการณ์บุกยิงดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ที่สนามกีฬาภายในโครงการที่พักอาศัยโมโคลี กอล์ฟ คลับ ในเมืองซัมโบรอนดอน จังหวัดกวายัส ประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแก๊งค้ายาเสพติดที่ทำสงครามแย่งชิงเส้นทางการค้าข้ามชาติอย่างรุนแรง
โดยภาพจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นนักบอลในสนามกำลังอยู่ในเกม แต่เมื่อกลุ่มมือปืนบุกเข้ามาในสนามและเปิดฉากยิงใส่ผู้เล่น 3 คนโดยตรง ส่วนผู้เล่นที่เหลือถูกบังคับให้นอนคว่ำหน้าลงกับพื้น ทั้งนี้ จากคลิปวิดีโอสุดสะพรึงแสดงให้เห็นว่า ผู้ก่อเหตุมีการวางแผนโจมตีอย่างเป็นระบบ ก่อนจะหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุทันทีหลังจากยิงเป้าหมายจนเสียชีวิตแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า เหยื่อรายหนึ่งเสียชีวิตอยู่กลางสนาม ส่วนอีกสองรายถูกพบในพื้นที่รอบสนามกีฬา เหยื่อทั้ง 3 ราย ได้รับการระบุชื่อในเวลาต่อมา ได้แก่ เจฟเฟอร์สัน ซาเวียร์ ซาลอน โอลิเวโร อายุ 33 ปี, ริชาร์ด โจซู มินา เวร์การา อายุ 29 ปี และ สตาลิน โรลันโด วาร์กัสอายุ 40 ปี ซึ่งมีชื่อฉายาว่า มาริโน
อย่างไรก็ตาม ตำรวจเชื่อว่า วาร์กัส ซึ่งเป็นหัวหน้าองค์กรอาชญากรรมกลุ่มโลส ลาการ์โตส อาจตกเป็นเป้าหมายของแก๊งคู่อริในการ ล้างแค้น ครั้งนี้ ส่วนเหยื่ออีกสองรายก็มีประวัติอาชญากรรมในหลายข้อหา รวมถึงการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ฆาตกรรม และชิงทรัพย์
ทางด้าน จอห์น เรมเบิร์ก รัฐมนตรีมหาดไทยของเอกวาดอร์ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตมีประวัติอาชญากรรม และระบุว่า การสังหารครั้งนี้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างแก๊งอาชญากรจัดตั้ง จากการสืบสวนของพนักงานสอบสวนมีข้อมูลบ่งชี้ว่า วาร์กัส อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อลาออกจากกลุ่มโลส ลาการ์โตส เพื่อไปเข้าร่วมกับแก๊งอาชญากรอีกแก๊งหนึ่งที่ชื่อว่า โลส โลโบส นอกจากนี้ เขายังยืนยันว่ากองกำลังความมั่นคงได้ปฏิบัติการตรวจค้นในพื้นที่พักอาศัยใกล้เคียงในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้า เพื่อหาตัว วาร์กัส
ในขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า ยังคงดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์บุกยิงครั้งนี้ และยังไม่มีการจับกุมตัวคนร้าย
คลิป Ecuavisa
ข้อมูล DAILY STAR