รู้จัก HEYTEA ร้านชาเทสต์ดีจากจีนที่เพิ่งมาเปิดที่ไทยปี 2026 นี้
หลายคนน่าจะเห็นกระแสข่าวที่ว่า HEYTEA แบรนด์ชาจากประเทศจีนกำลังเปิดรับสมัครงานในตำแหน่ง Store Manager ที่ประเทศไทยก่อนหน้านี้กันไปแล้ว
แค่ HEYTEA มาเปิดรับสมัครพนักงานยังเป็นกระแสขนาดนี้ ก็คงไม่ต้องอธิบายเยอะแล้วว่า HEYTEA น่าจะเป็นอีกแบรนด์ที่คนไทยชอบและรอคอยให้มาเปิดบริการที่ไทยมากแค่ไหน
รู้ไหมว่ากว่าจะมาเป็น HEYTEA ชาเทสต์ดีเหมือนทุกวันนี้ไม่ได้ง่าย แบรนด์ผ่านการล้มลุกคลุกคลานมาเยอะมีทั้งเรื่องราวเจ๋ง ๆ และกลยุทธ์ที่หลายคนน่าจะเอาไปปรับใช้ได้
เรื่องราวจะเป็นยังไง TODAY Bizview จะสรุปให้ฟังแบบเข้าใจสนุก ๆ
จุดเริ่มต้นของ HEYTEA มาจากคุณ เนีย หยุนเฉิน (Nie Yunchen) หนุ่มชาวจีนหัวการค้าที่เริ่มทำธุรกิจแรกเป็นการเปิดร้านขายสมาร์ตโฟนตั้งแต่อายุ 19 ปี แม้จะน่าเสียดายที่ธุรกิจขายสมาร์ตโฟนไปได้ไม่สวย แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเขาได้เรียนรู้เรื่องธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย
สำหรับจุดเริ่มต้นของการเข้ามาทำธุรกิจเครื่องดื่มก็เกิดจากที่คุณเนียได้ไปเจอประสบการณ์แย่ ๆ กับร้านชาแห่งหนึ่งที่ “ไม่อร่อย” เอาซะเลย
แถมยังสังเกตุเห็นว่าร้านชาส่วนใหญ่ในเวลานั้นชอบใช้ส่วนผสมราคาถูก เช่น ชาผงและครีมเทียม ตัวเขาเลยได้ไอเดียว่าถ้าเปิดร้านชาที่อร่อยและใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงได้ก็คงจะดี
ก่อนคุณเนียจะตัดสินใจไปเปิดร้านขายชาเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า “Royal Tea” ในเมืองเจียงเหมิน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนในปี 2012 (ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น “HEYTEA” จากปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ในปี 2016)
แม้จะชูจุดเด่นด้วยการ “ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง” ด้วยการเอา นมสดแท้, ผลไม้สด ๆ ฯลฯ มาใส่ในชา พร้อมคิดค้นเมนู “ชาชีส” ตามกระแสบน Weibo โซเชียลมีเดียของจีน ณ เวลานั้น
แต่ HEYTEA ก็ยังไม่ได้กระแสตอบรับที่ดีมากนักในช่วงแรก โดยบางวันขายได้ไม่ถึง 100 แก้วซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะตัวแบรนด์ในช่วงแรกยังไม่ได้ดูแตกต่างจากร้านชาอื่น ๆ มากนัก
แต่ครั้งนี้เรื่องราวไม่ได้จบลงเหมือนร้านขายสมาร์ตโฟน เพราะคุณเนียเลือกศึกษาแนวทางทำธุรกิจแบบ Starbucks
โดยเฉพาะในด้านการสร้างความแตกต่างด้วยพลังของ Branding มาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง โดยคุณเนียเลือกวาง HEYTEA ให้ดูเป็นแบรนด์ “Premium Lifestyle” และทำให้คนเชื่อ
ได้จริง ๆ ว่า HEYTEA เป็นแบรนด์แบบนั้นด้วยกลยุทธ์หลัก ๆ 3 อย่าง
- ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามพรีเมียมน่าถ่ายรูป
สำหรับเมนูชาชีสผลไม้ที่เป็น Hero Product ของแบรนด์ จะถูกออกแบบให้ตัวแก้วใสจนเห็นตัวเครื่องดื่มด้านในที่วางตัวซ้อนกันเป็น Layer
เริ่มตั้งแต่ครีมชีสชั้นบนสุด ตัวชาตรงกลาง และผลไม้สด ๆ ด้านล่าง ดิเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ช่วยให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูพรีเมียมขึ้นแถมยังดู “น่าถ่ายรูป” ช่วยให้คนถ่ายภาพของแก้วชา HEYTEA ลงโซเชียลมีเดียด้วยตัวเอง
หรือภาษาการตลาดจะเรียกว่า UGC (User Generated Content) ซึ่งเป็นการตลาดที่ทรงพลังมาก ๆ แถมไม่ต้องใช้งบโฆษณาจนแบรนด์ HEYTEA เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในจีน และดีพอที่จะทำให้คนไทยหลายคนรู้จักแบรนด์นี้ แม้ HEYTEA จะไม่มีสาขาในไทยก็ตาม
- ตกแต่งร้านให้สะดุดตาและต่างกันในแต่ละสาขา
HEYTEA จะมีรูปแบบร้านหลากหลายแต่หลัก ๆ จะต่างการที่ “การตกแต่งร้าน” ให้สวยงามเพื่อเสริมภาพลักษณ์และสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ลูกค้า
โดยเท่าที่มีข้อมูลร้าน HEYTEA จะมีรูปแบบร้านอยู่หลัก ๆ 3 รูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น
- Heytea Lab ร้านต้นแบบที่ใช้ในหลาย ๆ สาขา ตกแต่งสไตล์ห้องทดลอง สีออกเทา ๆ
[* Heytea Black ร้านธีมสีดำและทอง , * Heytea Pink ร้านธีมสีชมพู ]
ที่น่าสนใจคือแต่ละร้านของ HEYTEA จะตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นศูนย์กลางของย่านนั้น ๆ
และอยู่ในบริเวณที่สังเกตุเห็นได้ง่ายทั้งนั้นเลย ซึ่งตัวร้านที่สะดุดตาแบบนี้จะช่วยได้มากในเรื่องของการดึงสายตาคนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้สังเกตุเห็นร้านได้ง่าย เหมือนเป็นการสร้าง Awearness โดยการใช้หน้าร้านเป็นป้ายโฆษณานั่นเอง
- Collaboration กับแบรนด์ดังเพื่อเสริมภาพลักษณ์ อีกท่าที่ HEYTEA ชอบใช้มาก ๆ คือแบรนด์จะมีทำ Collaboration
กับแบรนด์ระดับโลกให้เห็นเรื่อย ๆ เช่น ร่วมงานกับ Adidas เพื่อทำรองเท้าผ้าใบ Adidas x HEYTEA ZX 7000 A-ZX ร่วมงานกับ Fenty Beauty ของ Rihanna เพื่อทำผลิตภัณฑ์บลัชออน
โดยการทำแบบนี้นอกจากจะช่วยให้ HEYTEA อยู่ในหน้าสื่อตลอดเวลาแล้ว
ยังช่วยให้ HEYTEAสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ และยกระดับภาพจำของแบรนด์โดยอาศัยพลังของแบรนด์ที่เลือกมาคอลเลปได้อีกด้วย..
สุดท้ายนี้ถ้าถามว่ากลยุทธ์แบบนี้สำเร็จไหมก็ต้องบอกว่าเวิร์กมากจน HEYTEA ถูกคนจีนเรียกว่า “wanghong” หรือแบรนด์ที่มีสถานะเหมือน อินฟลูเอนเซอร์ มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ของจีน
ตามเป้าหมายที่ต้องการวางตัวเองเป็น Premium Lifestyle ในช่วงของการสร้างแบรนด์ได้ และมีส่วนมาก ๆ ที่ทำให้ร้านชาเล็ก ๆ เติบโตมาเป็นแบรนด์ชาที่มีสาขามากกว่า 4,000 แห่งทั่วโลก
แม้ตอนนี้สาขาของ HEYTEA ส่วนใหญ่จะอยู่แค่ในจีน แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้เราก็เริ่มเห็น HEYTEA ขยายสาขาไปทั่วโลกแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย และล่าสุดก็คือ ประเทศไทย..
- ที่มา https://bcre.la/heytea-expands-to-the-west-coast-introducing-its-trendsetting-new-asian-tea-to-los-angeles/