โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก HEYTEA ร้านชาเทสต์ดีจากจีนที่เพิ่งมาเปิดที่ไทยปี 2026 นี้

TODAY

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 04.42 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 04.42 น. • TODAY

หลายคนน่าจะเห็นกระแสข่าวที่ว่า HEYTEA แบรนด์ชาจากประเทศจีนกำลังเปิดรับสมัครงานในตำแหน่ง Store Manager ที่ประเทศไทยก่อนหน้านี้กันไปแล้ว

แค่ HEYTEA มาเปิดรับสมัครพนักงานยังเป็นกระแสขนาดนี้ ก็คงไม่ต้องอธิบายเยอะแล้วว่า HEYTEA น่าจะเป็นอีกแบรนด์ที่คนไทยชอบและรอคอยให้มาเปิดบริการที่ไทยมากแค่ไหน

รู้ไหมว่ากว่าจะมาเป็น HEYTEA ชาเทสต์ดีเหมือนทุกวันนี้ไม่ได้ง่าย แบรนด์ผ่านการล้มลุกคลุกคลานมาเยอะมีทั้งเรื่องราวเจ๋ง ๆ และกลยุทธ์ที่หลายคนน่าจะเอาไปปรับใช้ได้

เรื่องราวจะเป็นยังไง TODAY Bizview จะสรุปให้ฟังแบบเข้าใจสนุก ๆ

จุดเริ่มต้นของ HEYTEA มาจากคุณ เนีย หยุนเฉิน (Nie Yunchen) หนุ่มชาวจีนหัวการค้าที่เริ่มทำธุรกิจแรกเป็นการเปิดร้านขายสมาร์ตโฟนตั้งแต่อายุ 19 ปี แม้จะน่าเสียดายที่ธุรกิจขายสมาร์ตโฟนไปได้ไม่สวย แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเขาได้เรียนรู้เรื่องธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย

สำหรับจุดเริ่มต้นของการเข้ามาทำธุรกิจเครื่องดื่มก็เกิดจากที่คุณเนียได้ไปเจอประสบการณ์แย่ ๆ กับร้านชาแห่งหนึ่งที่ “ไม่อร่อย” เอาซะเลย

แถมยังสังเกตุเห็นว่าร้านชาส่วนใหญ่ในเวลานั้นชอบใช้ส่วนผสมราคาถูก เช่น ชาผงและครีมเทียม ตัวเขาเลยได้ไอเดียว่าถ้าเปิดร้านชาที่อร่อยและใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงได้ก็คงจะดี

ก่อนคุณเนียจะตัดสินใจไปเปิดร้านขายชาเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า “Royal Tea” ในเมืองเจียงเหมิน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนในปี 2012 (ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น “HEYTEA” จากปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ในปี 2016)

แม้จะชูจุดเด่นด้วยการ “ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง” ด้วยการเอา นมสดแท้, ผลไม้สด ๆ ฯลฯ มาใส่ในชา พร้อมคิดค้นเมนู “ชาชีส” ตามกระแสบน Weibo โซเชียลมีเดียของจีน ณ เวลานั้น

แต่ HEYTEA ก็ยังไม่ได้กระแสตอบรับที่ดีมากนักในช่วงแรก โดยบางวันขายได้ไม่ถึง 100 แก้วซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะตัวแบรนด์ในช่วงแรกยังไม่ได้ดูแตกต่างจากร้านชาอื่น ๆ มากนัก

แต่ครั้งนี้เรื่องราวไม่ได้จบลงเหมือนร้านขายสมาร์ตโฟน เพราะคุณเนียเลือกศึกษาแนวทางทำธุรกิจแบบ Starbucks

โดยเฉพาะในด้านการสร้างความแตกต่างด้วยพลังของ Branding มาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง โดยคุณเนียเลือกวาง HEYTEA ให้ดูเป็นแบรนด์ “Premium Lifestyle” และทำให้คนเชื่อ

ได้จริง ๆ ว่า HEYTEA เป็นแบรนด์แบบนั้นด้วยกลยุทธ์หลัก ๆ 3 อย่าง

  • ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามพรีเมียมน่าถ่ายรูป

สำหรับเมนูชาชีสผลไม้ที่เป็น Hero Product ของแบรนด์ จะถูกออกแบบให้ตัวแก้วใสจนเห็นตัวเครื่องดื่มด้านในที่วางตัวซ้อนกันเป็น Layer

เริ่มตั้งแต่ครีมชีสชั้นบนสุด ตัวชาตรงกลาง และผลไม้สด ๆ ด้านล่าง ดิเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ช่วยให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูพรีเมียมขึ้นแถมยังดู “น่าถ่ายรูป” ช่วยให้คนถ่ายภาพของแก้วชา HEYTEA ลงโซเชียลมีเดียด้วยตัวเอง

หรือภาษาการตลาดจะเรียกว่า UGC (User Generated Content) ซึ่งเป็นการตลาดที่ทรงพลังมาก ๆ แถมไม่ต้องใช้งบโฆษณาจนแบรนด์ HEYTEA เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในจีน และดีพอที่จะทำให้คนไทยหลายคนรู้จักแบรนด์นี้ แม้ HEYTEA จะไม่มีสาขาในไทยก็ตาม

  • ตกแต่งร้านให้สะดุดตาและต่างกันในแต่ละสาขา

HEYTEA จะมีรูปแบบร้านหลากหลายแต่หลัก ๆ จะต่างการที่ “การตกแต่งร้าน” ให้สวยงามเพื่อเสริมภาพลักษณ์และสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ลูกค้า

โดยเท่าที่มีข้อมูลร้าน HEYTEA จะมีรูปแบบร้านอยู่หลัก ๆ 3 รูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น

  • Heytea Lab ร้านต้นแบบที่ใช้ในหลาย ๆ สาขา ตกแต่งสไตล์ห้องทดลอง สีออกเทา ๆ
    [* Heytea Black ร้านธีมสีดำและทอง , * Heytea Pink ร้านธีมสีชมพู  ]

ที่น่าสนใจคือแต่ละร้านของ HEYTEA จะตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นศูนย์กลางของย่านนั้น ๆ

และอยู่ในบริเวณที่สังเกตุเห็นได้ง่ายทั้งนั้นเลย ซึ่งตัวร้านที่สะดุดตาแบบนี้จะช่วยได้มากในเรื่องของการดึงสายตาคนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้สังเกตุเห็นร้านได้ง่าย เหมือนเป็นการสร้าง Awearness โดยการใช้หน้าร้านเป็นป้ายโฆษณานั่นเอง

  • Collaboration กับแบรนด์ดังเพื่อเสริมภาพลักษณ์ อีกท่าที่ HEYTEA ชอบใช้มาก ๆ คือแบรนด์จะมีทำ Collaboration

กับแบรนด์ระดับโลกให้เห็นเรื่อย ๆ เช่น ร่วมงานกับ Adidas เพื่อทำรองเท้าผ้าใบ Adidas x HEYTEA ZX 7000 A-ZX ร่วมงานกับ Fenty Beauty ของ Rihanna เพื่อทำผลิตภัณฑ์บลัชออน

โดยการทำแบบนี้นอกจากจะช่วยให้ HEYTEA อยู่ในหน้าสื่อตลอดเวลาแล้ว

ยังช่วยให้ HEYTEAสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ และยกระดับภาพจำของแบรนด์โดยอาศัยพลังของแบรนด์ที่เลือกมาคอลเลปได้อีกด้วย..

สุดท้ายนี้ถ้าถามว่ากลยุทธ์แบบนี้สำเร็จไหมก็ต้องบอกว่าเวิร์กมากจน HEYTEA ถูกคนจีนเรียกว่า “wanghong” หรือแบรนด์ที่มีสถานะเหมือน อินฟลูเอนเซอร์ มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ของจีน

ตามเป้าหมายที่ต้องการวางตัวเองเป็น Premium Lifestyle ในช่วงของการสร้างแบรนด์ได้ และมีส่วนมาก ๆ ที่ทำให้ร้านชาเล็ก ๆ เติบโตมาเป็นแบรนด์ชาที่มีสาขามากกว่า 4,000 แห่งทั่วโลก

แม้ตอนนี้สาขาของ HEYTEA ส่วนใหญ่จะอยู่แค่ในจีน แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้เราก็เริ่มเห็น HEYTEA ขยายสาขาไปทั่วโลกแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย และล่าสุดก็คือ ประเทศไทย..

  • ที่มา https://bcre.la/heytea-expands-to-the-west-coast-introducing-its-trendsetting-new-asian-tea-to-los-angeles/
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...