บัญชีเงินฝากนิ่งเกิน 1 ปี ระวังโดนหักเงิน! สรุปเงื่อนไขค่ารักษาบัญชีที่คนมีเงินฝากต้องรู้
บัญชีเงินฝากไม่เคลื่อนไหวเกิน 1 ปี ระวังโดนหักเงินโดยไม่รู้ตัว รีบเช็กเงื่อนไขต้องทำอย่างไรถึงจะไม่ถูกหักเงิน
ใครที่มีบัญชีเงินฝากทิ้งไว้เฉยๆ นานกว่า 1 ปี เคยสงสัยไหมว่า "เงินในบัญชีจะหายไปไหนหรือเปล่า?" หรือ "ธนาคารจะปิดบัญชีเราตอนไหน?" วันนี้เรารวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ บัญชีไม่เคลื่อนไหว (Inactive Account) มาฝากกัน เพื่อให้คุณวางแผนจัดการเงินในบัญชีได้อย่างถูกต้อง ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมฟรีๆ!
เช็กด่วน! 2 กรณีหลัก เมื่อบัญชีไม่มีการเคลื่อนไหวนานเกิน 12 เดือน
สถานะของบัญชีคุณจะถูกตัดสินจาก "ยอดเงินคงเหลือ" เทียบกับเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร ดังนี้
1. ยอดเงินสูงกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
สถานะ: ปลอดภัย 100%
ผลลัพธ์: แม้บัญชีจะไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 1 ปี แต่ถ้ามียอดเงินฝากสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ (เช่น 2,000 บาท ขึ้นไป แล้วแต่ธนาคาร) ธนาคารจะไม่เก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี
ข้อแนะนำ: ควรเข้าไปตรวจสอบแอปพลิเคชันหรือปรับสมุดบัญชีบ้าง เพื่อป้องกันสถานะบัญชีถูกระงับ (Suspended) ในบางกรณี
2. ยอดเงินน้อยกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
สถานะ: เฝ้าระวัง
ผลลัพธ์: หากบัญชีนิ่งนานเกิน 12 เดือน ในเดือนที่ 13 เป็นต้นไป ธนาคารจะเริ่ม เรียกเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชีรายเดือน (ส่วนใหญ่ประมาณ 50 บาท/เดือน)
จุดจบของบัญชี: หากยอดเงินถูกหักจนเหลือ 0 บาท ธนาคารจะทำการ ปิดบัญชีอัตโนมัติ ทันที
วิธีแก้ไม่ให้โดนหักเงิน "ค่ารักษาบัญชี"
หากคุณกังวลว่าบัญชีที่ไม่ได้ใช้นานๆ จะถูกหักเงิน มีเทคนิคง่ายๆ มาฝาก :
โอนเงินเข้า-ออก อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง: เพียงแค่มีการเคลื่อนไหว ไม่ว่ายอดเงินจะมากหรือน้อย ระบบจะนับว่าบัญชีนั้นยังใช้งานอยู่ (Active) ทันที
ตรวจสอบยอดเงินขั้นต่ำ: สอบถามธนาคารเจ้าของบัญชีว่าต้องมีเงินติดบัญชีไว้เท่าไหร่ ถึงจะไม่เสียค่าธรรมเนียม (ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 2,000 บาท)
ปิดบัญชีที่ไม่ใช้: หากมั่นใจว่าไม่ได้ใช้งานบัญชีนั้นแล้ว แนะนำให้ถอนเงินออกให้หมดและแจ้งปิดบัญชีที่สาขา เพื่อความสบายใจ
สรุป : บัญชีที่มีการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ จะไม่ถูกหักค่าธรรมเนียมรักษาบัญชีแน่นอน 100% ไม่ว่าจะมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ก็ตาม ดังนั้น อย่าลืมแวะไปทำธุรกรรมกันบ้าง