เอ จักรพรรดิ ชี้แจง ถูกเพจอวตารใช้ AI สวมรอย หลอกเงินชาวบ้าน เสียหาย 100 ล.
เอ จักรพรรดิ พร้อมทนาย ตั้งโต๊ะแถลง ถูกเพจอวตารใช้ AI สวมรอยปลอมหน้า-เสียง ระบาดหนัก หลอกเงินประชาชน เสียหายทะลุ 100 ล้าน ลุยเอาผิดถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2569 “เอ จักรพรรดิ” พร้อมด้วย“ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู” ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ณ จักรพรรดิ เทวาลัย ซอยเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 เขตประเวศ ชี้แจงกรณีเพจอวตารใช้เทคโนโลยี AI สวมรอยแอบอ้างชื่อและภาพลักษณ์ จนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมในวงกว้าง ยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย
เอ จักรพรรดิ : “โดนแอบอ้างมานานมาก เราไม่เคยมีโอกาสได้มาพูด ช่วงเวลาที่ผ่านมามีคนเข้าใจเราผิดเยอะ เอาหน้าของเราไปแอบอ้างทำกล่องสุ่มบ้าง บางเจ้าทำวัตถุมงคลขึ้นมาแล้วเอาหน้าเราไปแปะใส่เพื่อขาย รวมถึงมีการบอกว่าให้เลขเด็ด ให้หวย ต้องบอกว่าที่ผ่านมาผมยุติการเป็นอาจารย์ แต่ว่าถึงตอนที่เป็นอาจารย์ ผมก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับหวยเลย ที่ผ่านมาสิ่งที่เกิดกับผมโดนเข้าใจผิด โดนคนเกลียดชังเยอะมาก บางครั้งออกไปข้างนอก มีเอฟซีเดินเข้ามาหาเราแล้วบอกว่า อาจารย์เอ เพิ่งบูชามานะคะ แต่ของที่ได้ไปมันไม่เคยเป็นของเราเลย”
นานแค่ไหนแล้วที่โดนแอบอ้างในลักษณะนี้?
เอ จักรพรรดิ : “3-4 ปีแล้ว ซึ่งเราพยายามทำคอนเทนต์ ทำคลิปเพื่อแจ้งข่าว แต่มันไม่สามารถทั่วถึงทุกคนได้ มันส่งผลกระทบกับเราค่อนข้างมาก เพราะว่าการที่เราโดนเกลียดชังในโซเชียลแล้วก็เข้าใจผิด อย่างตอนที่ผมเป็นกระแสช่วงผู้วิเศษ ช่วงนั้นหลายคนก็เข้าใจผมผิดเพราะคิดว่าผมไปหลอกลวง ไปหลอกขายของวัตถุมงคล รวมถึงหลอกให้ไปเอาเลขเด็ด เลขดัง จริงๆ แล้วผมไม่เคยมี”
โดนมาหลายปีทำไมเพิ่งออกมาปกป้องตัวเองตอนนี้?
เอ จักรพรรดิ : “เมื่อก่อนผมใช้วิธีปกป้องตัวเองด้วยการทำคลิปเพื่ออธิบาย แต่ว่าที่ผ่านมาผมค่อนข้างขี้อายกับนักข่าวมาก ไม่เคยมีโอกาสได้มายืนสัมภาษณ์แบบนี้ แต่วันนี้มีพี่สายหยุดอยู่ข้างๆ ก็เลยกล้าขึ้น(หัวเราะ)”
ทนายสายหยุด : “จริงๆ ไม่ใช่เพิ่งปกป้องตัวเองหรอกนะครับ คือผมเป็นที่ปรึกษาให้อาจารย์ตั้งแต่ช่วงที่อาจารย์ยังฝากดวง ผมก็บอกว่าอะไรที่ไม่ชัดเจนให้เลิกทำดีกว่า ให้ขายของ”
ทนายสายหยุด : “มีเพจที่ชักชวนเข้ากลุ่มหวย เว็บแทงหวยใต้ดิน ซึ่งเราก็รู้อยู่พวกนี้อาจจะไม่ใช่บัญชีผู้ทำความผิดที่แท้จริง ที่ผมดำเนินคดีอยู่ยังตามตัวจริงไม่เจอว่าใคร มันจะทำลักษณะ AI เอาเสียงอาจารย์ไปพูดว่ามีเลขเด็ด แก๊งเลขหวยก็จะเข้าไป พอเรารายงานไปมันก็ไม่ถูกลบ คนตามมัน 3-4 แสนคน จะมีลักษณะนี้หลายเพจมาก บางทีตำรวจก็ตามลำบาก”
ตอนนี้มีประมาณกี่เพจที่แอบอ้างอาจารย์?
เอ จักรพรรดิ : “มีช่วงหนึ่งที่เรารวบรวมเพจแล้วส่งรีพอร์ตให้กับเมต้าเฟซบุ๊ก รวมได้ประมาณ 1000 กว่าเพจครับ ถ้าพิมพ์ เอ จักรพรรดิ ขึ้นมาเยอะมาก แต่ว่าหลังจากที่กระแสผู้วิเศษ บางส่วนก็เริ่มเปลี่ยนชื่อเพจ แล้วก็เอาคนอื่นมาแอบอ้างแทนแล้ว”
ส่วนใหญ่แอบอ้างรูปแบบไหนบ้าง?
ทนายสายหยุด : “มีหวย ขายวัตถุมงคล ขายทองคำปลอม”
เอ จักรพรรดิ : “อันนี้หนักสุด แอบอ้างมา 3-4 ปี ผมเดินทางไปขอนแก่น กลับบ้านไปร้อยเอ็ด จะเห็นอันนี้คนมาโชว์เยอะมากที่สุด แล้วทุกวันนี้ในติ๊กต็อกยังมีและยังเอาหน้าผมไปแปะอยู่ หลายคนยังเข้าใจผิด แม้กระทั่งคนที่มาเทวาลัยมาขอพร ก็ยังมีคนใส่มาแล้วเอามาอวด เนี่ย อาจารย์ได้มาแล้วนะ เราก็ตกใจ มันไม่ใช่แค่การปกป้องตัวเอง แต่เรากำลังปกป้องผู้คนที่เข้าใจผิด เพราะว่ามันคือการบูชาด้วยเงิน”
คนที่โดนหลอก ทราบมั้ยมูลค่าความเสียหายเยอะสุดประมาณเท่าไหร่?
ทนายสายหยุด : “พวกนี้มันหลอกไม่เยอะ 900 บ้าง 1000 บ้าง แต่เอาจำนวนคนมาก”
เอ จักรพรรดิ : “มีคนโดนเป็นหลักแสนก็มี 5 แสนก็มี จำนวนห้าแสน ส่วนมากจะแอบอ้างว่าเป็นลูกศิษย์อาจารย์เอ จักรพรรดิ สำรองเงินให้หน่อย จะมีแนวนี้ก็เยอะเหมือนกัน”
รวมมูลค่าความเสียหายกี่หลัก?
เอ จักรพรรดิ : “100 ล้านได้ เพราะว่า 3-4 ปีที่ผ่านมา มันไม่ใช่แค่การแอบอ้าง แต่มันคือการทำเพจขึ้นมาเพื่อหลอกเป็นตัวเรา แล้วให้คนโอนเงินเข้าไปแล้วไม่ได้ส่งของจริง อย่างเมื่อก่อนของเราจะมีปี่เซียะจักรพรรดิ ดังมากตอนนั้น มีคนสร้างเพจปลอมขึ้นมาเยอะมาก การบูชากำไล 1 ชิ้น 1000 กว่า 2000 ก็มี โดนมาเยอะมาก เรารวบรวมหลักฐานผู้เสียหายเก็บไว้เยอะมาก ผมเคยโดนหมายเรียกว่าผมหลอกลวงด้วย เราก็ต้องไปให้ปากคำว่าไม่ใช่เรา”
ทนายสายหยุด : “เพราะรายนั้นเขาน่าจะสั่งอะไรสักอย่างแล้วไม่ได้ พอไม่ใช่ตัวจริง เขาก็ไม่รู้จะดำเนินคดียังไง ตำรวจเลยเรียกอาจารย์ไปเป็นพยาน มันเป็นบัญชีม้าของเด็กเยาวชน เหตุเกิดที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี บ้านผมนี่แหละ”
เอ จักรพรรดิ : “เราเคยพยายามให้คนเช็ค IP มันไปโผล่แถวตะเข็บชายแดน แต่ว่าเราก็ไม่แน่ใจว่าข้อมูลนั้นเป็นจริงหรือเปล่า แต่คนที่ทำให้เขาบอกประมาณนั้น”
มีคนมาร้องเรียนอะไรมั้ย เพราะพอเข้าใจว่าเป็นเรา อาจจะมาเรียกร้อง?
เอ จักรพรรดิ : “มี บางคนมาด่าถึงเทวาลัยเลยครับ มาถึงที่แล้วเขาไม่เข้าใจ ก็ให้น้องๆ ค่อยๆ อธิบายว่า สมมติพี่ทักแชทไปแล้วก็สั่งซื้อกับเพจปลอม โอนเงินปุ๊บ เขาจะบล็อกทันที แล้วทีนี้เขาจะหาเพจเดิมไม่เจอ เขาก็จะมาเจอเพจจริงแล้วก็เข้าใจว่าเป็นเรา สิ่งที่เราอธิบายได้ก็คือ เราจะมีแค่เพจเดียวเท่านั้น เราจะบอกว่าถ้าสมมติสั่งซื้อสินค้ากับเราที่นี่ได้รับของแน่นอน จะมีการเปิดหลักฐานให้ดูครบหมดว่าเพจเป็นแบบนี้ แล้วให้เขาเข้าเฟซบุ๊กของเขาค้นหาว่าไม่เคยมีประวัติการแชทกัน”
ในเรื่องของกฎหมาย ไปแจ้งความหรือยัง?
ทนายสายหยุด : “ผมก็แจ้งอยู่หลายท้องที่ แต่ปัญหาก็รู้อยู่เวลาแจ้ง ตำรวจจะบอกว่า เพจตรวจสอบไม่ได้ บัญชีส่วนใหญ่ที่รับโอนจะเป็นเยาวชนเหมือนบัญชีม้าโดนหลอก เด็กโดนหลอกให้เอาบัญชีไปแล้วไปใช้สักระยะเดียว บัญชีหนึ่งใช้ไม่เกิน 5 วันมันก็เปลี่ยน อย่างเคสซื้อกล่องสุ่ม แจกฟอร์จูนเนอร์ 5 คัน เงินสด 1 ล้าน ทองคำ 5 บาท คนหลงเชื่อไปซื้อมันก็ไม่ได้ขายกล่องสุ่มแพง มันขาย 299 บางทีคนก็เสียเงินไปเขาก็ไม่ได้มาแจ้งความ แต่เราแจ้งความในฐานะเอารูปเราไปใช้ พวก AI เพจอวตารเอาผิดยากมาก ที่เราบอกคือไม่ได้ป้องกันความเสียหายของอาจารย์คนเดียว อยากให้คนที่เขาดูได้รู้ว่า ถ้าเขาอยากเป็นเอฟซีอาจารย์ความเชื่อ ก็ว่ากันไป ควรจะมาเพจที่แท้จริงเท่านั้นเอง ตัวเราเสียหายทางชื่อเสียง ส่วนชาวบ้านที่เขาไม่รู้ คนเฒ่าคนแก่หรือคนที่เขาเชื่อถืออาจารย์เขาจะเสียหายเรื่องเงินแล้วก็ไม่ได้”
ต้องการป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีจำนวนมากขึ้น?
ทนายสายหยุด : “ใช่ครับ มันเพิ่มขึ้นๆ บอกเลยอาจารย์ไม่เคยขายกล่องสุ่มแน่ๆ ไม่มี ที่ว่าแจกฟอร์จูนเนอร์ 5 คัน แจกทองคำ กล่องสุ่ม 299 เราไม่เคยทำ ไม่เคยขายกล่องสุ่ม แล้วก็เพจใบ้หวยเราไม่เคยทำ แต่ของมงคลก็มีบ้างแต่ต้องเป็นในเพจอาจารย์เอง แต่อาจารย์ไม่ได้ปลุกเสกเองแล้วนะ อาจารย์นำเข้ามาจากต่างประเทศเดี๋ยวจะว่าอาจารย์ปลุกเสกอีก ต้องบอกว่ามันเยอะมากที่เสิร์ชชื่อ เอ จักรพรรดิ เข้าไปแล้วมันทำเหมือนด้วย เพราะอาจารย์เขาไลฟ์ทุกวัน เขาพูดขายของ ปากเขาก็ขยับเยอะ พอไปใส่เสียงมันเหมือนมากเลย ถ้าหลับตาฟังเหมือนเลย แต่ถ้าดูแล้วปากมันไม่สัมพันธ์กับภาษาเสียง”
จะเอาผิดกับเพจปลอมได้มั้ย?
ทนายสายหยุด : “ตอนนี้ผมก็ประสานทางตำรวจที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ผมก็พยายามจะเก็บข้อมูล ผมก็ทำเองก่อนเท่าที่ทำได้ รวบรวมแล้วจะไปแจ้งที่ สอท. เพราะถ้าแจ้งท้องที่ บางทีผมเข้าใจว่าเครื่องไม้เครื่องมือและความสามารถในการตรวจสอบมันไม่เหมือน สอท. จะต้องรีบไป มันเปลี่ยนไปเรื่อยพวกบัญชีม้า ก็ต้องฝากเตือนเยาวชน ชาวบ้านว่าอย่าไปเปิดบัญชีให้คนอื่นใช้ เพราะว่าเจ้าของบัญชีโดนก่อน เจ้าของตัวจริงเป็นใครไม่รู้ลักษณะเหมือนเว็บพนัน”
อยากจะบอกอะไรกับคนที่แอบอ้างเอาหน้าเราไปทำ AI หลอกลวงคนอื่น?
เอ จักรพรรดิ : “เขารู้ว่าอันไหนผิดอันไหนถูก ถึงแม้ว่าเราจะบอกไปเขาก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะบอกทุกคนที่ได้รู้ข่าวนี้ว่าให้ระมัดระวังครับ ทุกวันนี้สแกมเมอร์ และมิจฉาชีพเยอะมากเหลือเกิน นอกเหนือจากนั้นต้องย้ำอีกครั้งว่า ผมมีแค่เพจเดียว คือเพจ เอ จักรพรรดิ ซึ่งตอนนี้มีผู้ติดตาม 2.8 ล้านคนเท่านั้น แล้วก็การทำธุรกรรมไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มใดก็ตามจะต้องชำระเป็นบริษัทเท่านั้น ไม่มีเป็นบุคคล
หลายคนจะเสียเงินเสียรู้ด้วยวิธีการบอกว่าเขาจะมาจ่ายเงินให้ เขาจะแจกเงินให้ ทำกล่องสุ่มให้ แต่ท้ายที่สุดแล้วผมอยากจะบอกว่าโลกใบนี้มันไม่มีอะไรง่ายขนาดนั้น ทุกอย่างมันต้องได้มาด้วยความสมน้ำสมเนื้อ อยู่ดีๆ คงไม่มีใครมานั่งแจกเงินแบบนั้น ล่าสุดมีคนเอาภาพพ่อของผมที่เสียชีวิตแล้ว บอกว่าพ่อเสียแล้วจะแจกเงิน คนก็เชื่อ เขาบอกถ้าจะรับเงิน ต้องโอนเงินมาก่อน 500 ก็มี”
ทนายสายหยุด : “เขาบอกพ่ออาจารย์เอตาย จะให้คนละหมื่น เพราะอาจารย์เขาใจดี ชอบแจกนู่นแจกนี่ คนก็เชื่อ แต่ก่อนจะรับเงินต้องโอน 500 ก่อน”
เอ จักรพรรดิ : “เขาจะค่อยๆ เอาทีละ 500 เสร็จแล้วก็ 1000 บางคนเสียไปเป็นหมื่นโดยไม่รู้ตัว”
ทำให้เราเสียชื่อเสียง เพราะคนเข้าใจผิดว่าไปหลอกลวง อยากหาความยุติธรรมให้ตัวเองอย่างไร?
เอ จักรพรรดิ : “ผมรู้ดีว่าคนทุกคนมีทั้งคนรักคนเกลียด แต่ก่อนที่จะรักหรือจะเกลียดผมจริงๆ ผมอยากให้ดูข้อมูลดีๆ หน่อย เพราะว่าข้อมูลที่เป็นเฟกนิวส์มีเยอะมาก มิจฉาชีพที่แอบอ้างผมก็ค่อนข้างเยอะมาก อย่างช่วงที่เป็นดราม่าตอนนั้น ผมเห็นคนมาคอมเมนต์ด่าผมเยอะมาก ผมเข้าใจนะครับ แต่ว่าหลายคอมเมนต์มันเกิดขึ้นจากคนที่ไปหลงเชื่อมิจฉาชีพแล้วกลายเป็นว่าเราเป็นคนผิดโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน อย่างที่บอกอะไรก็ตามที่ผมสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทุกคนไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ผมยินดีมาก แต่ว่าอันไหนที่ไม่ใช่ผม แล้วผมไม่ได้ทำจริงๆ ผมขออนุญาตอยากให้ทุกคนได้เข้าใจในมุมของผมด้วยครับ”
มีความอดทนสุดท้ายมั้ย ถ้าเกินขอบเขตนี้ไป จะทำยังไงต่อกับคนที่สร้างผลกระทบให้เรา?
ทนายสายหยุด : “คงทำอย่างอื่นไม่ได้นอกจากไปตามช่องทางกฎหมาย ถ้าจับตัวเขาได้ต้องโดนดำเนินคดีแน่ๆ แต่ปัญหาคือเราโดนเอารูปไปแอบอ้างส่วนหนึ่ง แต่ผู้เสียหายส่วนใหญ่พอเงินมันจำนวน 300, 500, 1000, 2000 พูดกันจริงๆ พอไปโรงพัก 2 ครั้งค่าน้ำมันเขาก็เกินแล้ว เขาก็ทำใจช่างมัน ก็เลยทำให้มิจฉาชีพยิ่งได้ใจเพราะมันไม่ได้เอาเยอะ 199 299 500 999 1000 ที่ดูมากสุดก็ 3000 แต่ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง 5 แสนนั้น คือมันยืม บอกว่าอาจารย์ร้อนตังค์นั่นคงเป็นเอฟซีตัวจริง ก็เลยโอนซึ่งเคสนั้นจำนวนน้อย แต่จำนวนเยอะคือหลักร้อย”
ทนายสายหยุด : “เป็นคดีอาญาอยู่แล้ว ฉ้อโกง หลอกลวง นำภาพอาจารย์ไปใช้ พรบ.คอมพิวเตอร์ ความผิดเยอะแยะ แต่สุดท้ายตำรวจบ้านเราก็ยังน้อยอยู่ตามจับไม่ทัน จะบอกให้มันไม่ทำก็บอกไม่ได้อยู่แล้วเพราะพวกนี้มันเจตนาจะทำแบบนี้ ก็ต้องบอกคนที่เป็นเอฟซีอาจารย์ตัวจริงเลยว่าต้องระมัดระวัง จะซื้ออุดหนุนอะไร ติดต่อที่เพจโดยตรงดีกว่า มีเพจเดียว แล้วเงินก็เข้าบัญชีบริษัท ไม่ใช่บุคคล มันเอารูปบัตรอาจารย์ไปตัดต่อ มันก็เปลี่ยนนามสกุลให้อาจารย์เรียบร้อย แล้วก็เอาบัตรไปใส่ให้โอนมาบัญชีนี้ คือมันพยายามเอาชื่อคนที่คล้ายๆ แต่เลขบัญชียังไงมันก็คนละชื่ออยู่ดี แต่บางทีชาวบ้านเขาก็ไม่ได้ตรวจสอบ มาทางแชทก็โดนหลอกได้”
เพจปลอมต่างๆ ยังไม่สามารถสืบไปถึงต้นตอคนทำผิดตัวจริง?
ทนายสายหยุด : “ผมว่ามันทำค่อนข้างยาก ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราก็โดนเพจอวตารด่าทุกวัน เลือกตั้งการเมืองโจมตีกัน ฝ่ายการเมืองยังจับไม่ได้ เรานี่ตัวเล็กจิ๋วยากมาก พูดกันตรงๆ แบบนี้แหละเห็นด่ากันสารพัดไม่ว่าจะเป็นว่าที่นายกฯ หรือผู้สมัคร เสร็จแล้วมันก็ลบออกจากช่องไป ก็ตามไม่ได้แล้ว เพราะว่าโปรแกรมมันไม่ได้อยู่ในไทย เป็นปัญหามาก”
ไปแจ้งความคดีอะไรบ้าง?
ทนายสายหยุด : “ที่ผมแจ้งก็คือ แอบอ้างนำภาพไปใช้ นำรูปไปใช้ ตอนนั้นเป็นบัญชีของเด็ก พอเป็นเยาวชนไปขึ้นศาลที่เมืองกาญจน์ เด็กเขาก็ไม่รู้ ไปเปิดบัญชีให้คนเอาไปใช้ เราก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะเด็กมันไม่รู้หรอก แต่ตัวจริงตามไม่เจอ เพราะเด็กก็จำไม่ได้ว่าให้ใครไป ซึ่งพอผมเช็คดูเป็นบัญชีม้า อาจารย์ก็ขี้สงสาร รู้ว่าเป็นบัญชีม้า รู้ว่าเป็นเยาวชน อาจารย์ก็ไม่ได้ดำเนินคดีต่อ ไม่งั้นเด็กก็เสียประวัติ เด็กก็มีความผิด พอเช็คว่าเป็นเด็กเราก็หยุด ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เด็กก็เดือดร้อน ที่เช็คเบื้องต้นมี 2 คดีที่พบว่าเป็นของเด็ก ถ้าเป็นเยาวชนเราก็ไม่อยากดำเนินคดี แต่ถ้าเช็คแล้วบัญชีม้าหรือบัญชีที่มารับโอนเงิน ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องดำเนินคดี แต่เป็นเด็กบางทีก็ต้องเว้นไว้หน่อย ก็เห็นใจเด็ก เพราะคงไม่ได้มาหลอก เด็กทำแบบนี้ไม่ได้หรอก อาจารย์ก็ขี้สงสารถึงเวลาก็ไม่ได้ไปเอาเรื่องใครจริงจัง เด็กอายุ 16 17 18 ก็ต้องฝากพ่อแม่ผู้ปกครองเตือนบุตรหลานเรื่องไปเปิดบัญชีธนาคาร ต้องระวังให้ดี บางทีมันเปิดในอินเตอร์เน็ต หรือแบงก์กิ้งในมือถือ ต้องระวังอย่าไปเปิดให้ใครเอาไปใช้”
กลับมารอบนี้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส มาทำธุรกิจ เปลี่ยนบทบาทใหม่?
เอ จักรพรรดิ : “ใช้คำว่าขยายบทบาทดีกว่า เพราะเป็นพ่อค้ามาโดยตลอด แต่ว่าพอเรายุติการเป็นอาจารย์สายมู แล้วเราก็มาโฟกัสการขายของมากขึ้น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ ต้องขอบคุณเอฟซีทุกคนที่ติดตามให้โอกาสและสนับสนุน ตกใจเหมือนกันเพราะเราไม่ได้ขายของ มาโฟกัสเรื่องสบู่มานาน พอเรามาโฟกัส ก็ขนเป็นรถสิบล้อในแต่ละวัน ก็ดีใจ”
ข่าวผู้วิเศษ คนลืมไปหรือยัง?
เอ จักรพรรดิ : “ผมว่ามันซาลง แต่เห็นหน้าผมก็ยังจำได้ว่าไปเป็นประเด็นผู้วิเศษ(หัวเราะ) ตอนนั้นมันแมสทั่วประเทศไทย”
ยังมีผลกระทบกับชีวิตเรามั้ย?
เอ จักรพรรดิ : “คิดว่าไม่ได้มี เพราะว่าผมยังใช้ชีวิตตามปกติ ไปข้างนอกก็ยังได้รับการต้อนรับอย่างดี อาจจะเป็นเพราะว่าคนที่เห็นหน้าเรารู้จักเราจริงๆ จะรู้ เราเข้าใจเรื่องดราม่าแต่ว่าถ้าเป็นข้างในจริงๆ เราไม่ได้ทำอะไร คนก็ยังให้การต้อนรับเราดีเหมือนเดิม”
ยังยึดบทบาทการเป็นอาจารย์สายมูมั้ย?
เอ จักรพรรดิ : “ไม่เป็นแล้ว แต่ยังมูอยู่ แค่เข้าร่วมงาน แต่ไม่ได้อยู่ในบทบาทผู้ทำพิธี แค่นั่งในพิธีเท่านั้น”
ทนายสายหยุด : “มูตัวเอง มูทีมงานพวกน้องๆ ในออฟฟิศ ไม่ได้ไปชักชวนให้ใครมามูด้วย ไม่ได้ไปเก็บรายได้จากการมู ไม่ได้ไปทำพิธีให้ใครแล้ว อยากจะมู มูเอง”
ทนายสายหยุด : “ผมก็บอกว่าอะไรที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย อย่าไปทำเลย ทุกอย่างแม้แต่เป็นความเชื่อ ผมบอกอะไรถ้ามันหมิ่นเหม่อย่าทำเลยเพราะว่าไม่ได้เดือดร้อนอะไร ทำมาหากินขายของดีกว่า ขนาดของจะรีวิวต้องกิน อ่านสลากให้ดี อย่าไปเชื่อคนที่มาจ้างรีวิวว่ากินแล้วต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะจะกลายเป็นเราไปชักชวนโฆษณาเกินจริง เราก็จะมีความผิดตามพรบ.เกี่ยวกับการโฆษณา เกี่ยวกับการควบคุมอาหาร ของต้องกินใส่ปากถ้าไม่จำเป็นไม่อยากให้อาจารย์ไปยุ่งด้วย พวกยาบำรุงอาหารมันสุ่มเสี่ยงมาก”
มีคนทำเลียนแบบวัตถุมงคล?
เอ จักรพรรดิ : “ที่ผ่านมาถ้าทุกคนติดตามจะรู้ว่าผมจะมีสินค้าที่เป็นวัตถุมงคล 3-4 ชิ้น 4 ปีที่ผ่านมา มันมีคนทำเลียนแบบ เอาหน้าเราไปแอบอ้างเยอะมาก แต่ถ้ามว่าตอนนี้เรามีมั้ย เราก็มี แต่จะมีการรับมาจากอาจารย์ที่อินเดีย”
ทนายสายหยุด : “ถ้าเปรียบเหมือนวัดพุทธเรา เหมือนผมไปเช่าพระจากวัดมาสักลังหนึ่ง 1000 องค์ แล้วผมก็มาปล่อย ภาษาเขาเรียกเช่า สมัยใหม่มันคือซื้อขายนั่นแหละ อาจารย์เขาก็ไปเช่า ไปซื้อมาจากวัดต่างประเทศเขาปลุกเสก คนมีความเชื่อในแนวเดียวกันอาจารย์เขาก็เอามาแจกจ่ายกัน แต่อาจารย์ไม่ได้มูเอง ไม่ได้ผลิตเอง ไม่ได้เสกเอง ผมจะบอกว่าไม่ต้องไปขยายสรรพคุณบูชาแล้วจะเป็นอะไร ไม่ต้องพูดทั้งนั้น ไม่อยากมีคดีไม่อยากจะพากันไปโรงพัก”
ช่วงที่โดนกระแสผู้วิเศษตอนนั้น มีมุมมองเปลี่ยนไปมั้ย?
เอ จักรพรรดิ : “ตอนที่โดนกระแสผู้วิเศษครั้งแรกในชีวิตที่โดนกระแสดราม่า ผมอยู่ในออนไลน์มาประมาณ 12-13 ปี เราแทบไม่เคยโดนดราม่าเลย แต่ว่าครั้งนี้เป็นดราม่าครั้งที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต ถือเป็นนิวเคลียร์ในการล้างความรู้สึกหลาย ๆ อย่างของเรา ช่วงเวลานั้นที่โดนดราม่าผมเจ็บปวด ในส่วนที่ผมผิดพลาด ผมพร้อม ยอมรับ แต่ว่าส่วนที่ผมเจ็บปวดมากที่สุดคือ ในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำแล้วผมไม่มีโอกาสได้พูด แต่วันนี้รู้สึกดีใจได้มาพูด แต่หลังจากที่เกิดประเด็นดราม่ามาจนถึงทุกวันนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ผมได้กลับไปทบทวน บางทีเราก็อาจจะสุดโต่งจนเกินไปเพราะว่าเรารัก ศรัทธาของเราจริงๆ ทีนี้มันเป็นช่วงเวลาที่เราได้กลับมาทำความรู้จักตัวเราเองมากขึ้น ให้มันอยู่ตรงกลางมากขึ้น
แต่ว่า 4 เดือนที่ผ่านมาผมร้องไห้ทุกวัน เพราะว่าผมกลัว ปกติผมจะได้โพสต์องค์พ่อพระพิฆเนศ องค์ปู่นาคาจักรพรรดิ ผมเคยโพสต์ ผมเคยไหว้ แต่ผมไม่ทำเลย กลัวมันเป็นประเด็น สิ่งที่ทำได้แอบไปลงแค่สตอรี่เฟซบุ๊กส่วนตัวของตัวเอง เพื่อสะท้อนถึงความศรัทธาของเรา จนมาถามพี่สายหยุด ถ้าจะขอโพสต์องค์พ่อที่ผมรักได้มั้ย มันจะเป็นประเด็นหรือเปล่า จนหลังๆ จะเห็นผมเริ่มโพสต์บ้าง”
ทนายสายหยุด : “โพสต์ได้ โพสต์รูป แต่เราไม่ได้ไปบรรยายว่ามาที่นี่ต้องทำแบบนี้จะได้แบบนั้น การที่เราไปไหว้พระกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วไปลงมันไม่ได้เป็นความผิด ผมก็บอกอาจารย์ต้องทำด้วยความระมัดระวัง พอมีคนจับจ้องเยอะแล้วก็เคยมีปัญหา ไม่อยากให้มีประเด็นที่มันเป็นคดี”
เอ จักรพรรดิ : “4 เดือนที่ผ่านมา แพนิกมาก กลัว บางทีทำคลิปขึ้นมาแล้วถ้าโพสต์แล้วจะเป็นประเด็นพูดถึงว่าเรากลับมาเป็นผู้วิเศษหรือเปล่า หรือบางทีลูกศิษย์ที่ยังศรัทธาเราอยู่มาที่นี่ เขายังปฏิบัติเหมือนเดิมเราก็บอกเขาว่าไม่เอาแบบนี้แล้ว เรายืนคุยกัน พูดคุยกันเป็นเพื่อน จริงๆ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยให้ไหว้นะครับ”
ทนายสายหยุด : “บางทีเขานั่งพื้นเราต้องรีบจับเขายืนขึ้นเลย หรือเราต้องรีบนั่งลง เพราะบางคนเขาเชื่อมันก็จะกลายเป็นว่าเราไปทำตัวเป็นผู้วิเศษหรือเปล่า ก็ต้องให้เขานั่งเก้าอี้ทุกคน อย่าให้เขานั่งพื้น เราก็ต้องนั่งเท่ากัน”
ตอนที่ได้ยินเขาว่าผู้วิเศษรู้สึกสยองขนลุกไหม?
เอ จักรพรรดิ : “รู้สึกว่ามันยังเป็นแผล ยังแอบเจ็บอยู่เหมือนกัน เพราะว่ามันเป็นช่วงที่หนักครั้งหนึ่งในชีวิตเราเกิดมาไม่เคยโดนคนรุมด่าเราขนาดนี้ ปกติมีใครบางคนไม่ชอบเรามาว่าเรายังรู้สึกนอยด์ แต่อันนี้เยอะมาก หลังจากที่บอกพี่หนุ่ม กรรชัย ไปว่าเลิกเป็นอาจารย์สายมู ออกมาจากรายการวันถัดมาก็เลยขายสบู่เลย แต่ที่นี่ก็ยังสามารถมาขอพรได้ตามปกติ ผมก็ยังคงจะสร้างเทวสถานอย่างที่ผมตั้งใจเหมือนเดิมครับ” .
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอ จักรพรรดิ ชี้แจง ถูกเพจอวตารใช้ AI สวมรอย หลอกเงินชาวบ้าน เสียหาย 100 ล.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th