โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอ จักรพรรดิ ชี้แจง ถูกเพจอวตารใช้ AI สวมรอย หลอกเงินชาวบ้าน เสียหาย 100 ล.

Khaosod

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 08.51 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 08.51 น.

เอ จักรพรรดิ พร้อมทนาย ตั้งโต๊ะแถลง ถูกเพจอวตารใช้ AI สวมรอยปลอมหน้า-เสียง ระบาดหนัก หลอกเงินประชาชน เสียหายทะลุ 100 ล้าน ลุยเอาผิดถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2569 “เอ จักรพรรดิ” พร้อมด้วย“ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู” ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ณ จักรพรรดิ เทวาลัย ซอยเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 เขตประเวศ ชี้แจงกรณีเพจอวตารใช้เทคโนโลยี AI สวมรอยแอบอ้างชื่อและภาพลักษณ์ จนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมในวงกว้าง ยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย

เอ จักรพรรดิ ชี้แจง ถูกเพจอวตารใช้ AI สวมรอย

เอ จักรพรรดิ : “โดนแอบอ้างมานานมาก เราไม่เคยมีโอกาสได้มาพูด ช่วงเวลาที่ผ่านมามีคนเข้าใจเราผิดเยอะ เอาหน้าของเราไปแอบอ้างทำกล่องสุ่มบ้าง บางเจ้าทำวัตถุมงคลขึ้นมาแล้วเอาหน้าเราไปแปะใส่เพื่อขาย รวมถึงมีการบอกว่าให้เลขเด็ด ให้หวย ต้องบอกว่าที่ผ่านมาผมยุติการเป็นอาจารย์ แต่ว่าถึงตอนที่เป็นอาจารย์ ผมก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับหวยเลย ที่ผ่านมาสิ่งที่เกิดกับผมโดนเข้าใจผิด โดนคนเกลียดชังเยอะมาก บางครั้งออกไปข้างนอก มีเอฟซีเดินเข้ามาหาเราแล้วบอกว่า อาจารย์เอ เพิ่งบูชามานะคะ แต่ของที่ได้ไปมันไม่เคยเป็นของเราเลย”

นานแค่ไหนแล้วที่โดนแอบอ้างในลักษณะนี้?
เอ จักรพรรดิ : “3-4 ปีแล้ว ซึ่งเราพยายามทำคอนเทนต์ ทำคลิปเพื่อแจ้งข่าว แต่มันไม่สามารถทั่วถึงทุกคนได้ มันส่งผลกระทบกับเราค่อนข้างมาก เพราะว่าการที่เราโดนเกลียดชังในโซเชียลแล้วก็เข้าใจผิด อย่างตอนที่ผมเป็นกระแสช่วงผู้วิเศษ ช่วงนั้นหลายคนก็เข้าใจผมผิดเพราะคิดว่าผมไปหลอกลวง ไปหลอกขายของวัตถุมงคล รวมถึงหลอกให้ไปเอาเลขเด็ด เลขดัง จริงๆ แล้วผมไม่เคยมี”

โดนมาหลายปีทำไมเพิ่งออกมาปกป้องตัวเองตอนนี้?
เอ จักรพรรดิ : “เมื่อก่อนผมใช้วิธีปกป้องตัวเองด้วยการทำคลิปเพื่ออธิบาย แต่ว่าที่ผ่านมาผมค่อนข้างขี้อายกับนักข่าวมาก ไม่เคยมีโอกาสได้มายืนสัมภาษณ์แบบนี้ แต่วันนี้มีพี่สายหยุดอยู่ข้างๆ ก็เลยกล้าขึ้น(หัวเราะ)”

ทนายสายหยุด : “จริงๆ ไม่ใช่เพิ่งปกป้องตัวเองหรอกนะครับ คือผมเป็นที่ปรึกษาให้อาจารย์ตั้งแต่ช่วงที่อาจารย์ยังฝากดวง ผมก็บอกว่าอะไรที่ไม่ชัดเจนให้เลิกทำดีกว่า ให้ขายของ”

ทนายสายหยุด : “มีเพจที่ชักชวนเข้ากลุ่มหวย เว็บแทงหวยใต้ดิน ซึ่งเราก็รู้อยู่พวกนี้อาจจะไม่ใช่บัญชีผู้ทำความผิดที่แท้จริง ที่ผมดำเนินคดีอยู่ยังตามตัวจริงไม่เจอว่าใคร มันจะทำลักษณะ AI เอาเสียงอาจารย์ไปพูดว่ามีเลขเด็ด แก๊งเลขหวยก็จะเข้าไป พอเรารายงานไปมันก็ไม่ถูกลบ คนตามมัน 3-4 แสนคน จะมีลักษณะนี้หลายเพจมาก บางทีตำรวจก็ตามลำบาก”

ตอนนี้มีประมาณกี่เพจที่แอบอ้างอาจารย์?
เอ จักรพรรดิ : “มีช่วงหนึ่งที่เรารวบรวมเพจแล้วส่งรีพอร์ตให้กับเมต้าเฟซบุ๊ก รวมได้ประมาณ 1000 กว่าเพจครับ ถ้าพิมพ์ เอ จักรพรรดิ ขึ้นมาเยอะมาก แต่ว่าหลังจากที่กระแสผู้วิเศษ บางส่วนก็เริ่มเปลี่ยนชื่อเพจ แล้วก็เอาคนอื่นมาแอบอ้างแทนแล้ว”

ส่วนใหญ่แอบอ้างรูปแบบไหนบ้าง?
ทนายสายหยุด : “มีหวย ขายวัตถุมงคล ขายทองคำปลอม”
เอ จักรพรรดิ : “อันนี้หนักสุด แอบอ้างมา 3-4 ปี ผมเดินทางไปขอนแก่น กลับบ้านไปร้อยเอ็ด จะเห็นอันนี้คนมาโชว์เยอะมากที่สุด แล้วทุกวันนี้ในติ๊กต็อกยังมีและยังเอาหน้าผมไปแปะอยู่ หลายคนยังเข้าใจผิด แม้กระทั่งคนที่มาเทวาลัยมาขอพร ก็ยังมีคนใส่มาแล้วเอามาอวด เนี่ย อาจารย์ได้มาแล้วนะ เราก็ตกใจ มันไม่ใช่แค่การปกป้องตัวเอง แต่เรากำลังปกป้องผู้คนที่เข้าใจผิด เพราะว่ามันคือการบูชาด้วยเงิน”

คนที่โดนหลอก ทราบมั้ยมูลค่าความเสียหายเยอะสุดประมาณเท่าไหร่?
ทนายสายหยุด : “พวกนี้มันหลอกไม่เยอะ 900 บ้าง 1000 บ้าง แต่เอาจำนวนคนมาก”
เอ จักรพรรดิ : “มีคนโดนเป็นหลักแสนก็มี 5 แสนก็มี จำนวนห้าแสน ส่วนมากจะแอบอ้างว่าเป็นลูกศิษย์อาจารย์เอ จักรพรรดิ สำรองเงินให้หน่อย จะมีแนวนี้ก็เยอะเหมือนกัน”

รวมมูลค่าความเสียหายกี่หลัก?
เอ จักรพรรดิ : “100 ล้านได้ เพราะว่า 3-4 ปีที่ผ่านมา มันไม่ใช่แค่การแอบอ้าง แต่มันคือการทำเพจขึ้นมาเพื่อหลอกเป็นตัวเรา แล้วให้คนโอนเงินเข้าไปแล้วไม่ได้ส่งของจริง อย่างเมื่อก่อนของเราจะมีปี่เซียะจักรพรรดิ ดังมากตอนนั้น มีคนสร้างเพจปลอมขึ้นมาเยอะมาก การบูชากำไล 1 ชิ้น 1000 กว่า 2000 ก็มี โดนมาเยอะมาก เรารวบรวมหลักฐานผู้เสียหายเก็บไว้เยอะมาก ผมเคยโดนหมายเรียกว่าผมหลอกลวงด้วย เราก็ต้องไปให้ปากคำว่าไม่ใช่เรา”

ทนายสายหยุด : “เพราะรายนั้นเขาน่าจะสั่งอะไรสักอย่างแล้วไม่ได้ พอไม่ใช่ตัวจริง เขาก็ไม่รู้จะดำเนินคดียังไง ตำรวจเลยเรียกอาจารย์ไปเป็นพยาน มันเป็นบัญชีม้าของเด็กเยาวชน เหตุเกิดที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี บ้านผมนี่แหละ”

เอ จักรพรรดิ : “เราเคยพยายามให้คนเช็ค IP มันไปโผล่แถวตะเข็บชายแดน แต่ว่าเราก็ไม่แน่ใจว่าข้อมูลนั้นเป็นจริงหรือเปล่า แต่คนที่ทำให้เขาบอกประมาณนั้น”

มีคนมาร้องเรียนอะไรมั้ย เพราะพอเข้าใจว่าเป็นเรา อาจจะมาเรียกร้อง?
เอ จักรพรรดิ : “มี บางคนมาด่าถึงเทวาลัยเลยครับ มาถึงที่แล้วเขาไม่เข้าใจ ก็ให้น้องๆ ค่อยๆ อธิบายว่า สมมติพี่ทักแชทไปแล้วก็สั่งซื้อกับเพจปลอม โอนเงินปุ๊บ เขาจะบล็อกทันที แล้วทีนี้เขาจะหาเพจเดิมไม่เจอ เขาก็จะมาเจอเพจจริงแล้วก็เข้าใจว่าเป็นเรา สิ่งที่เราอธิบายได้ก็คือ เราจะมีแค่เพจเดียวเท่านั้น เราจะบอกว่าถ้าสมมติสั่งซื้อสินค้ากับเราที่นี่ได้รับของแน่นอน จะมีการเปิดหลักฐานให้ดูครบหมดว่าเพจเป็นแบบนี้ แล้วให้เขาเข้าเฟซบุ๊กของเขาค้นหาว่าไม่เคยมีประวัติการแชทกัน”

เอ จักรพรรดิ ชี้แจง ถูกเพจอวตารใช้ AI สวมรอย

ในเรื่องของกฎหมาย ไปแจ้งความหรือยัง?
ทนายสายหยุด : “ผมก็แจ้งอยู่หลายท้องที่ แต่ปัญหาก็รู้อยู่เวลาแจ้ง ตำรวจจะบอกว่า เพจตรวจสอบไม่ได้ บัญชีส่วนใหญ่ที่รับโอนจะเป็นเยาวชนเหมือนบัญชีม้าโดนหลอก เด็กโดนหลอกให้เอาบัญชีไปแล้วไปใช้สักระยะเดียว บัญชีหนึ่งใช้ไม่เกิน 5 วันมันก็เปลี่ยน อย่างเคสซื้อกล่องสุ่ม แจกฟอร์จูนเนอร์ 5 คัน เงินสด 1 ล้าน ทองคำ 5 บาท คนหลงเชื่อไปซื้อมันก็ไม่ได้ขายกล่องสุ่มแพง มันขาย 299 บางทีคนก็เสียเงินไปเขาก็ไม่ได้มาแจ้งความ แต่เราแจ้งความในฐานะเอารูปเราไปใช้ พวก AI เพจอวตารเอาผิดยากมาก ที่เราบอกคือไม่ได้ป้องกันความเสียหายของอาจารย์คนเดียว อยากให้คนที่เขาดูได้รู้ว่า ถ้าเขาอยากเป็นเอฟซีอาจารย์ความเชื่อ ก็ว่ากันไป ควรจะมาเพจที่แท้จริงเท่านั้นเอง ตัวเราเสียหายทางชื่อเสียง ส่วนชาวบ้านที่เขาไม่รู้ คนเฒ่าคนแก่หรือคนที่เขาเชื่อถืออาจารย์เขาจะเสียหายเรื่องเงินแล้วก็ไม่ได้”

ต้องการป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีจำนวนมากขึ้น?
ทนายสายหยุด : “ใช่ครับ มันเพิ่มขึ้นๆ บอกเลยอาจารย์ไม่เคยขายกล่องสุ่มแน่ๆ ไม่มี ที่ว่าแจกฟอร์จูนเนอร์ 5 คัน แจกทองคำ กล่องสุ่ม 299 เราไม่เคยทำ ไม่เคยขายกล่องสุ่ม แล้วก็เพจใบ้หวยเราไม่เคยทำ แต่ของมงคลก็มีบ้างแต่ต้องเป็นในเพจอาจารย์เอง แต่อาจารย์ไม่ได้ปลุกเสกเองแล้วนะ อาจารย์นำเข้ามาจากต่างประเทศเดี๋ยวจะว่าอาจารย์ปลุกเสกอีก ต้องบอกว่ามันเยอะมากที่เสิร์ชชื่อ เอ จักรพรรดิ เข้าไปแล้วมันทำเหมือนด้วย เพราะอาจารย์เขาไลฟ์ทุกวัน เขาพูดขายของ ปากเขาก็ขยับเยอะ พอไปใส่เสียงมันเหมือนมากเลย ถ้าหลับตาฟังเหมือนเลย แต่ถ้าดูแล้วปากมันไม่สัมพันธ์กับภาษาเสียง”

จะเอาผิดกับเพจปลอมได้มั้ย?
ทนายสายหยุด : “ตอนนี้ผมก็ประสานทางตำรวจที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ผมก็พยายามจะเก็บข้อมูล ผมก็ทำเองก่อนเท่าที่ทำได้ รวบรวมแล้วจะไปแจ้งที่ สอท. เพราะถ้าแจ้งท้องที่ บางทีผมเข้าใจว่าเครื่องไม้เครื่องมือและความสามารถในการตรวจสอบมันไม่เหมือน สอท. จะต้องรีบไป มันเปลี่ยนไปเรื่อยพวกบัญชีม้า ก็ต้องฝากเตือนเยาวชน ชาวบ้านว่าอย่าไปเปิดบัญชีให้คนอื่นใช้ เพราะว่าเจ้าของบัญชีโดนก่อน เจ้าของตัวจริงเป็นใครไม่รู้ลักษณะเหมือนเว็บพนัน”

เอ จักรพรรดิ ชี้แจง ถูกเพจอวตารใช้ AI สวมรอย

อยากจะบอกอะไรกับคนที่แอบอ้างเอาหน้าเราไปทำ AI หลอกลวงคนอื่น?
เอ จักรพรรดิ : “เขารู้ว่าอันไหนผิดอันไหนถูก ถึงแม้ว่าเราจะบอกไปเขาก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะบอกทุกคนที่ได้รู้ข่าวนี้ว่าให้ระมัดระวังครับ ทุกวันนี้สแกมเมอร์ และมิจฉาชีพเยอะมากเหลือเกิน นอกเหนือจากนั้นต้องย้ำอีกครั้งว่า ผมมีแค่เพจเดียว คือเพจ เอ จักรพรรดิ ซึ่งตอนนี้มีผู้ติดตาม 2.8 ล้านคนเท่านั้น แล้วก็การทำธุรกรรมไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มใดก็ตามจะต้องชำระเป็นบริษัทเท่านั้น ไม่มีเป็นบุคคล

หลายคนจะเสียเงินเสียรู้ด้วยวิธีการบอกว่าเขาจะมาจ่ายเงินให้ เขาจะแจกเงินให้ ทำกล่องสุ่มให้ แต่ท้ายที่สุดแล้วผมอยากจะบอกว่าโลกใบนี้มันไม่มีอะไรง่ายขนาดนั้น ทุกอย่างมันต้องได้มาด้วยความสมน้ำสมเนื้อ อยู่ดีๆ คงไม่มีใครมานั่งแจกเงินแบบนั้น ล่าสุดมีคนเอาภาพพ่อของผมที่เสียชีวิตแล้ว บอกว่าพ่อเสียแล้วจะแจกเงิน คนก็เชื่อ เขาบอกถ้าจะรับเงิน ต้องโอนเงินมาก่อน 500 ก็มี”

ทนายสายหยุด : “เขาบอกพ่ออาจารย์เอตาย จะให้คนละหมื่น เพราะอาจารย์เขาใจดี ชอบแจกนู่นแจกนี่ คนก็เชื่อ แต่ก่อนจะรับเงินต้องโอน 500 ก่อน”

เอ จักรพรรดิ : “เขาจะค่อยๆ เอาทีละ 500 เสร็จแล้วก็ 1000 บางคนเสียไปเป็นหมื่นโดยไม่รู้ตัว”

ทำให้เราเสียชื่อเสียง เพราะคนเข้าใจผิดว่าไปหลอกลวง อยากหาความยุติธรรมให้ตัวเองอย่างไร?
เอ จักรพรรดิ : “ผมรู้ดีว่าคนทุกคนมีทั้งคนรักคนเกลียด แต่ก่อนที่จะรักหรือจะเกลียดผมจริงๆ ผมอยากให้ดูข้อมูลดีๆ หน่อย เพราะว่าข้อมูลที่เป็นเฟกนิวส์มีเยอะมาก มิจฉาชีพที่แอบอ้างผมก็ค่อนข้างเยอะมาก อย่างช่วงที่เป็นดราม่าตอนนั้น ผมเห็นคนมาคอมเมนต์ด่าผมเยอะมาก ผมเข้าใจนะครับ แต่ว่าหลายคอมเมนต์มันเกิดขึ้นจากคนที่ไปหลงเชื่อมิจฉาชีพแล้วกลายเป็นว่าเราเป็นคนผิดโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน อย่างที่บอกอะไรก็ตามที่ผมสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทุกคนไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ผมยินดีมาก แต่ว่าอันไหนที่ไม่ใช่ผม แล้วผมไม่ได้ทำจริงๆ ผมขออนุญาตอยากให้ทุกคนได้เข้าใจในมุมของผมด้วยครับ”

มีความอดทนสุดท้ายมั้ย ถ้าเกินขอบเขตนี้ไป จะทำยังไงต่อกับคนที่สร้างผลกระทบให้เรา?
ทนายสายหยุด : “คงทำอย่างอื่นไม่ได้นอกจากไปตามช่องทางกฎหมาย ถ้าจับตัวเขาได้ต้องโดนดำเนินคดีแน่ๆ แต่ปัญหาคือเราโดนเอารูปไปแอบอ้างส่วนหนึ่ง แต่ผู้เสียหายส่วนใหญ่พอเงินมันจำนวน 300, 500, 1000, 2000 พูดกันจริงๆ พอไปโรงพัก 2 ครั้งค่าน้ำมันเขาก็เกินแล้ว เขาก็ทำใจช่างมัน ก็เลยทำให้มิจฉาชีพยิ่งได้ใจเพราะมันไม่ได้เอาเยอะ 199 299 500 999 1000 ที่ดูมากสุดก็ 3000 แต่ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง 5 แสนนั้น คือมันยืม บอกว่าอาจารย์ร้อนตังค์นั่นคงเป็นเอฟซีตัวจริง ก็เลยโอนซึ่งเคสนั้นจำนวนน้อย แต่จำนวนเยอะคือหลักร้อย”

ทนายสายหยุด : “เป็นคดีอาญาอยู่แล้ว ฉ้อโกง หลอกลวง นำภาพอาจารย์ไปใช้ พรบ.คอมพิวเตอร์ ความผิดเยอะแยะ แต่สุดท้ายตำรวจบ้านเราก็ยังน้อยอยู่ตามจับไม่ทัน จะบอกให้มันไม่ทำก็บอกไม่ได้อยู่แล้วเพราะพวกนี้มันเจตนาจะทำแบบนี้ ก็ต้องบอกคนที่เป็นเอฟซีอาจารย์ตัวจริงเลยว่าต้องระมัดระวัง จะซื้ออุดหนุนอะไร ติดต่อที่เพจโดยตรงดีกว่า มีเพจเดียว แล้วเงินก็เข้าบัญชีบริษัท ไม่ใช่บุคคล มันเอารูปบัตรอาจารย์ไปตัดต่อ มันก็เปลี่ยนนามสกุลให้อาจารย์เรียบร้อย แล้วก็เอาบัตรไปใส่ให้โอนมาบัญชีนี้ คือมันพยายามเอาชื่อคนที่คล้ายๆ แต่เลขบัญชียังไงมันก็คนละชื่ออยู่ดี แต่บางทีชาวบ้านเขาก็ไม่ได้ตรวจสอบ มาทางแชทก็โดนหลอกได้”

เพจปลอมต่างๆ ยังไม่สามารถสืบไปถึงต้นตอคนทำผิดตัวจริง?
ทนายสายหยุด : “ผมว่ามันทำค่อนข้างยาก ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราก็โดนเพจอวตารด่าทุกวัน เลือกตั้งการเมืองโจมตีกัน ฝ่ายการเมืองยังจับไม่ได้ เรานี่ตัวเล็กจิ๋วยากมาก พูดกันตรงๆ แบบนี้แหละเห็นด่ากันสารพัดไม่ว่าจะเป็นว่าที่นายกฯ หรือผู้สมัคร เสร็จแล้วมันก็ลบออกจากช่องไป ก็ตามไม่ได้แล้ว เพราะว่าโปรแกรมมันไม่ได้อยู่ในไทย เป็นปัญหามาก”

ไปแจ้งความคดีอะไรบ้าง?
ทนายสายหยุด : “ที่ผมแจ้งก็คือ แอบอ้างนำภาพไปใช้ นำรูปไปใช้ ตอนนั้นเป็นบัญชีของเด็ก พอเป็นเยาวชนไปขึ้นศาลที่เมืองกาญจน์ เด็กเขาก็ไม่รู้ ไปเปิดบัญชีให้คนเอาไปใช้ เราก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะเด็กมันไม่รู้หรอก แต่ตัวจริงตามไม่เจอ เพราะเด็กก็จำไม่ได้ว่าให้ใครไป ซึ่งพอผมเช็คดูเป็นบัญชีม้า อาจารย์ก็ขี้สงสาร รู้ว่าเป็นบัญชีม้า รู้ว่าเป็นเยาวชน อาจารย์ก็ไม่ได้ดำเนินคดีต่อ ไม่งั้นเด็กก็เสียประวัติ เด็กก็มีความผิด พอเช็คว่าเป็นเด็กเราก็หยุด ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เด็กก็เดือดร้อน ที่เช็คเบื้องต้นมี 2 คดีที่พบว่าเป็นของเด็ก ถ้าเป็นเยาวชนเราก็ไม่อยากดำเนินคดี แต่ถ้าเช็คแล้วบัญชีม้าหรือบัญชีที่มารับโอนเงิน ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องดำเนินคดี แต่เป็นเด็กบางทีก็ต้องเว้นไว้หน่อย ก็เห็นใจเด็ก เพราะคงไม่ได้มาหลอก เด็กทำแบบนี้ไม่ได้หรอก อาจารย์ก็ขี้สงสารถึงเวลาก็ไม่ได้ไปเอาเรื่องใครจริงจัง เด็กอายุ 16 17 18 ก็ต้องฝากพ่อแม่ผู้ปกครองเตือนบุตรหลานเรื่องไปเปิดบัญชีธนาคาร ต้องระวังให้ดี บางทีมันเปิดในอินเตอร์เน็ต หรือแบงก์กิ้งในมือถือ ต้องระวังอย่าไปเปิดให้ใครเอาไปใช้”

กลับมารอบนี้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส มาทำธุรกิจ เปลี่ยนบทบาทใหม่?
เอ จักรพรรดิ : “ใช้คำว่าขยายบทบาทดีกว่า เพราะเป็นพ่อค้ามาโดยตลอด แต่ว่าพอเรายุติการเป็นอาจารย์สายมู แล้วเราก็มาโฟกัสการขายของมากขึ้น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ ต้องขอบคุณเอฟซีทุกคนที่ติดตามให้โอกาสและสนับสนุน ตกใจเหมือนกันเพราะเราไม่ได้ขายของ มาโฟกัสเรื่องสบู่มานาน พอเรามาโฟกัส ก็ขนเป็นรถสิบล้อในแต่ละวัน ก็ดีใจ”

เอ จักรพรรดิ ชี้แจง ถูกเพจอวตารใช้ AI สวมรอย

ข่าวผู้วิเศษ คนลืมไปหรือยัง?
เอ จักรพรรดิ : “ผมว่ามันซาลง แต่เห็นหน้าผมก็ยังจำได้ว่าไปเป็นประเด็นผู้วิเศษ(หัวเราะ) ตอนนั้นมันแมสทั่วประเทศไทย”

ยังมีผลกระทบกับชีวิตเรามั้ย?
เอ จักรพรรดิ : “คิดว่าไม่ได้มี เพราะว่าผมยังใช้ชีวิตตามปกติ ไปข้างนอกก็ยังได้รับการต้อนรับอย่างดี อาจจะเป็นเพราะว่าคนที่เห็นหน้าเรารู้จักเราจริงๆ จะรู้ เราเข้าใจเรื่องดราม่าแต่ว่าถ้าเป็นข้างในจริงๆ เราไม่ได้ทำอะไร คนก็ยังให้การต้อนรับเราดีเหมือนเดิม”

ยังยึดบทบาทการเป็นอาจารย์สายมูมั้ย?
เอ จักรพรรดิ : “ไม่เป็นแล้ว แต่ยังมูอยู่ แค่เข้าร่วมงาน แต่ไม่ได้อยู่ในบทบาทผู้ทำพิธี แค่นั่งในพิธีเท่านั้น”

ทนายสายหยุด : “มูตัวเอง มูทีมงานพวกน้องๆ ในออฟฟิศ ไม่ได้ไปชักชวนให้ใครมามูด้วย ไม่ได้ไปเก็บรายได้จากการมู ไม่ได้ไปทำพิธีให้ใครแล้ว อยากจะมู มูเอง”

ทนายสายหยุด : “ผมก็บอกว่าอะไรที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย อย่าไปทำเลย ทุกอย่างแม้แต่เป็นความเชื่อ ผมบอกอะไรถ้ามันหมิ่นเหม่อย่าทำเลยเพราะว่าไม่ได้เดือดร้อนอะไร ทำมาหากินขายของดีกว่า ขนาดของจะรีวิวต้องกิน อ่านสลากให้ดี อย่าไปเชื่อคนที่มาจ้างรีวิวว่ากินแล้วต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะจะกลายเป็นเราไปชักชวนโฆษณาเกินจริง เราก็จะมีความผิดตามพรบ.เกี่ยวกับการโฆษณา เกี่ยวกับการควบคุมอาหาร ของต้องกินใส่ปากถ้าไม่จำเป็นไม่อยากให้อาจารย์ไปยุ่งด้วย พวกยาบำรุงอาหารมันสุ่มเสี่ยงมาก”

มีคนทำเลียนแบบวัตถุมงคล?
เอ จักรพรรดิ : “ที่ผ่านมาถ้าทุกคนติดตามจะรู้ว่าผมจะมีสินค้าที่เป็นวัตถุมงคล 3-4 ชิ้น 4 ปีที่ผ่านมา มันมีคนทำเลียนแบบ เอาหน้าเราไปแอบอ้างเยอะมาก แต่ถ้ามว่าตอนนี้เรามีมั้ย เราก็มี แต่จะมีการรับมาจากอาจารย์ที่อินเดีย”

ทนายสายหยุด : “ถ้าเปรียบเหมือนวัดพุทธเรา เหมือนผมไปเช่าพระจากวัดมาสักลังหนึ่ง 1000 องค์ แล้วผมก็มาปล่อย ภาษาเขาเรียกเช่า สมัยใหม่มันคือซื้อขายนั่นแหละ อาจารย์เขาก็ไปเช่า ไปซื้อมาจากวัดต่างประเทศเขาปลุกเสก คนมีความเชื่อในแนวเดียวกันอาจารย์เขาก็เอามาแจกจ่ายกัน แต่อาจารย์ไม่ได้มูเอง ไม่ได้ผลิตเอง ไม่ได้เสกเอง ผมจะบอกว่าไม่ต้องไปขยายสรรพคุณบูชาแล้วจะเป็นอะไร ไม่ต้องพูดทั้งนั้น ไม่อยากมีคดีไม่อยากจะพากันไปโรงพัก”

ช่วงที่โดนกระแสผู้วิเศษตอนนั้น มีมุมมองเปลี่ยนไปมั้ย?
เอ จักรพรรดิ : “ตอนที่โดนกระแสผู้วิเศษครั้งแรกในชีวิตที่โดนกระแสดราม่า ผมอยู่ในออนไลน์มาประมาณ 12-13 ปี เราแทบไม่เคยโดนดราม่าเลย แต่ว่าครั้งนี้เป็นดราม่าครั้งที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต ถือเป็นนิวเคลียร์ในการล้างความรู้สึกหลาย ๆ อย่างของเรา ช่วงเวลานั้นที่โดนดราม่าผมเจ็บปวด ในส่วนที่ผมผิดพลาด ผมพร้อม ยอมรับ แต่ว่าส่วนที่ผมเจ็บปวดมากที่สุดคือ ในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำแล้วผมไม่มีโอกาสได้พูด แต่วันนี้รู้สึกดีใจได้มาพูด แต่หลังจากที่เกิดประเด็นดราม่ามาจนถึงทุกวันนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ผมได้กลับไปทบทวน บางทีเราก็อาจจะสุดโต่งจนเกินไปเพราะว่าเรารัก ศรัทธาของเราจริงๆ ทีนี้มันเป็นช่วงเวลาที่เราได้กลับมาทำความรู้จักตัวเราเองมากขึ้น ให้มันอยู่ตรงกลางมากขึ้น

แต่ว่า 4 เดือนที่ผ่านมาผมร้องไห้ทุกวัน เพราะว่าผมกลัว ปกติผมจะได้โพสต์องค์พ่อพระพิฆเนศ องค์ปู่นาคาจักรพรรดิ ผมเคยโพสต์ ผมเคยไหว้ แต่ผมไม่ทำเลย กลัวมันเป็นประเด็น สิ่งที่ทำได้แอบไปลงแค่สตอรี่เฟซบุ๊กส่วนตัวของตัวเอง เพื่อสะท้อนถึงความศรัทธาของเรา จนมาถามพี่สายหยุด ถ้าจะขอโพสต์องค์พ่อที่ผมรักได้มั้ย มันจะเป็นประเด็นหรือเปล่า จนหลังๆ จะเห็นผมเริ่มโพสต์บ้าง”

ทนายสายหยุด : “โพสต์ได้ โพสต์รูป แต่เราไม่ได้ไปบรรยายว่ามาที่นี่ต้องทำแบบนี้จะได้แบบนั้น การที่เราไปไหว้พระกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วไปลงมันไม่ได้เป็นความผิด ผมก็บอกอาจารย์ต้องทำด้วยความระมัดระวัง พอมีคนจับจ้องเยอะแล้วก็เคยมีปัญหา ไม่อยากให้มีประเด็นที่มันเป็นคดี”

เอ จักรพรรดิ : “4 เดือนที่ผ่านมา แพนิกมาก กลัว บางทีทำคลิปขึ้นมาแล้วถ้าโพสต์แล้วจะเป็นประเด็นพูดถึงว่าเรากลับมาเป็นผู้วิเศษหรือเปล่า หรือบางทีลูกศิษย์ที่ยังศรัทธาเราอยู่มาที่นี่ เขายังปฏิบัติเหมือนเดิมเราก็บอกเขาว่าไม่เอาแบบนี้แล้ว เรายืนคุยกัน พูดคุยกันเป็นเพื่อน จริงๆ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยให้ไหว้นะครับ”

ทนายสายหยุด : “บางทีเขานั่งพื้นเราต้องรีบจับเขายืนขึ้นเลย หรือเราต้องรีบนั่งลง เพราะบางคนเขาเชื่อมันก็จะกลายเป็นว่าเราไปทำตัวเป็นผู้วิเศษหรือเปล่า ก็ต้องให้เขานั่งเก้าอี้ทุกคน อย่าให้เขานั่งพื้น เราก็ต้องนั่งเท่ากัน”

ตอนที่ได้ยินเขาว่าผู้วิเศษรู้สึกสยองขนลุกไหม?
เอ จักรพรรดิ : “รู้สึกว่ามันยังเป็นแผล ยังแอบเจ็บอยู่เหมือนกัน เพราะว่ามันเป็นช่วงที่หนักครั้งหนึ่งในชีวิตเราเกิดมาไม่เคยโดนคนรุมด่าเราขนาดนี้ ปกติมีใครบางคนไม่ชอบเรามาว่าเรายังรู้สึกนอยด์ แต่อันนี้เยอะมาก หลังจากที่บอกพี่หนุ่ม กรรชัย ไปว่าเลิกเป็นอาจารย์สายมู ออกมาจากรายการวันถัดมาก็เลยขายสบู่เลย แต่ที่นี่ก็ยังสามารถมาขอพรได้ตามปกติ ผมก็ยังคงจะสร้างเทวสถานอย่างที่ผมตั้งใจเหมือนเดิมครับ” .

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอ จักรพรรดิ ชี้แจง ถูกเพจอวตารใช้ AI สวมรอย หลอกเงินชาวบ้าน เสียหาย 100 ล.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...