โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เกาะประเด็นการเมืองวันนี้ จับตา ‘บีบกล้าธรรมสละเกษตร’

เดลินิวส์

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 19.56 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 00.30 น. • เดลินิวส์
ภูมิใจไทยบีบ “ธรรมนัส”ปล่อยกระทรวงเกษตรฯ ก่อน แล้วถึงส่งเทียบเชิญร่วมรัฐบาล ชี้เหตุต้องการให้“ศุภจี”เป็นรองนายกฯดูแลให้สอดคล้องกับพาณิชย์ “ตรีนุช”ยื่นข้อเสนอขอนั่งแรงงานต่อ มี 3 พรรคเล็กและพรรคส้มที่ไม่ทาบร่วมรัฐบาล “เสี่ยหนู-ดร.เชน”จับมือร่วมรัฐบาลชื่นมื่น ลืมไปที่เคยขัดแย้งในอดีต

ในการประชุมพรรคเพื่อไทยศุกร์ที่ 13 ฝันหวาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุมร่วมผู้สมัคร และว่าที่ สส.พรรคเพื่อไทยว่า พรรคเพื่อไทยได้รับการติดต่อจากแกนนำพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเชิญเข้าร่วมพูดคุยจัดตั้งรัฐบาล

“การเลือกตั้งไม่ได้มีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขในการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใดๆ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อประชาชน” จากนั้น คณะของพรรคเพื่อไทย นำโดย “ดร.เชน”ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ เดินทางไปพรรคภูมิใจไทย เวลา 14.57 น. “เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย “รมต.อ้วน”สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และคณะ ให้การต้อนรับแกนนำพรรคเพื่อไทย

หลังหารือ 30 นาที แกนนำสองพรรคแถลงข่าว หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหยอดหวาน “เราต่างไม่ต้องการให้มีช่วงสุญญากาศเป็นระยะเวลานาน ได้มีการหารือกันมาในระดับหนึ่ง ก็ได้ข้อสรุปว่าทางพรรคเพื่อไทยยินดีที่จะสนับสนุนให้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยมองไปข้างหน้าและได้เห็นว่า บุคลากรคุณภาพของทั้งสองพรรคน่าจะมีความสามารถมากเพียงพอที่จะผลักดันและนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดี มั่นคงแข็งแกร่งและยังยืนเป็นที่คาดหวังของพี่น้องประชาชนได้ ส่วนเรื่องการแบ่งกระทรวงยังต้องพูดคุยกันอีกหลายครั้ง”

นายกฯหนูย้ำว่า เรามั่นใจซึ่งกันและกันว่าบุคลากรของแต่ละพรรค มีความสามารถ มีความรู้ มีประสบการณ์ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง และได้บอกกับทุกท่านไปว่าขอให้เรากลับมาทำงานด้วยกัน นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก เรื่องอะไรที่มันไม่เข้าใจกันในอดีตที่ผ่านมาเป็นเรื่องปกติธรรมดา ต้องลบออกไปให้หมดและเดินไปข้างหน้า และขอความร่วมมือที่จะทำงานร่วมกันทำงานแบบร่วมกันจริงๆไม่มีการแบ่งเส้น แบ่งเขต ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกันในฐานะที่เป็นรัฐบาลด้วยกัน บริหารราชการแผ่นดินด้วยความตั้งใจทำให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องการให้รัฐบาลรวมกันแล้วเสียงเกิน 300 เสียงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “เราต้องการความแข็งแรง”

อนึ่ง พรรคภูมิใจไทยประเมินว่า กกต.จะรับรองผลการเลือกตั้งเร็ว จึงจำเป็นต้องรีบจัดตั้งรัฐบาล ภูมิใจไทยคาดการณ์การรวมเสียง ภูมิใจไทย 193 เสียง เพื่อไทย 74 เสียงกล้าธรรมอีก 58 เสียง พรรคเล็กทั้งหมดที่มีทั้งสิ้น 35 เสียง ยกเว้น พรรคไทยภักดี 1 เสียง พรรคประชาชาติ (ปช.) 5 เสียง และพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) 2 เสียง ทำให้มีเสียงพรรคเล็กร่วมรัฐบาล 27 เสียง ( สูตรนี้รัฐบาล 352 เสียง )

พรรคภูมิใจไทยต้องการให้ “รมต.แต๋ม”ศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรองนายกฯ ควบกระทรวงพาณิชย์ และกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การผลิตจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สอดคล้องกับการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ จำเป็นต้องให้กระทรวงเกษตรฯ ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม รับผิดชอบอยู่ มาอยู่ในโควตาพรรคภูมิใจไทย แต่ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ยอม ต้องการยึดโควตาเดิม

ทำให้พรรคภูมิใจไทยจำเป็นต้องเปิดตัวพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็กอื่นๆ เพื่อให้พรรคกล้าธรรมยอมสละเก้าอี้ ไม่เช่นนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะไม่ได้ร่วมรัฐบาล อีกทั้งหลาย ๆ กลุ่มในพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ค่อยพอใจพรรคกล้าธรรม ที่เดินเกมการเมืองเจาะฐานของพรรคภูมิใจไทยในหลายพื้นที่ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเชิญเข้าร่วมหรือไม่ ขณะที่ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โดย “รมต.เหน่ง”น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รักษาการหัวหน้าพรรค พปชร.ได้ยื่นเงื่อนไขขอนั่งเก้าอี้กระทรวงเดิม

ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการเข้าพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยถึงทิศทางการร่วมรัฐบาลว่า ได้ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาล เชื่อว่า มวลชนที่สนับสนุนพรรคจะเข้าใจ เพราะการร่วมรัฐบาลจะช่วยประเทศชาติมากกว่า ที่มีความขัดแย้งก่อนหน้านี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาในการทำงานก่อนหน้านี้ที่กระทบกระทั่งกัน ซึ่งมีทุกรัฐบาล หลังเลือกตั้งก็ไม่ได้เอาเรื่องเหล่านั้นมาเป็นข้อจำกัด ยังไม่พูดถึงเงื่อนไขหรือโควตาอะไร

นายภูมิธรรม เวชยชัย ตอบคำถามที่ว่า ประเด็นเขากระโดง และ ฮั้ว สว. พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่กระบวนการ ซึ่งทุกเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการกฎหมายแล้ว ต้องอยู่ที่รัฐมนตรีดูแลกำกับกระทรวงนั้นๆ ไม่มีอะไรไม่กล้าลุย แต่อะไรที่ถูกต้องเราก็สนับสนุน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวว่า ตนมีโอกาสคุยกับ สส. พรรคเพื่อไทยทั้งที่สอบได้ และไม่ได้ ซึ่งอยากให้เราร่วมรัฐบาล เพราะสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ของพรรคของพรรค ใครที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงใดก็ต้องทำงานให้หนัก เพื่อให้พรรคเพื่อไทยมีผลงานเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมา ส่วนนโยบายใดของพรรคเพื่อไทยที่จะผลักดันนั้น ขึ้นอยู่กับกระทรวงที่จะได้รับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน รวมถึงยังไม่ได้คุยเรื่องจำนวนเก้าอี้รัฐมนตรี

ทั้งนี้ในช่วงเช้า ที่พรรคเพื่อไทย มีการนัดประชุมแกนนำพรรค และผู้สมัคร สส. ครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้ง

ในการประชุม พรรคเพื่อไทยได้ปล่อยมอตโตใหม่กับเพลงใหม่ “สู้ต่อไป เพื่อไทยทุกคน” ที่มีเนื้อหาให้กำลังใจและมีช่วงหนึ่งที่ระบุว่า “ถึงล้มก็ลุกขึ้นได้ ถึงแพ้ก็ยังไม่ตาย บทเรียนจะคอยสอนไว้ ให้ยิ่งแกร่งกว่าเดิม เติมใจให้กันอีกครั้ง” นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีประเด็นที่น่าสังเกต และน่าสงสัยอยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความโปร่งใสในการเลือกตั้ง ที่พบว่ามีการร้องเรียนกันในหลายพื้นที่ มีผู้สมัครพรรคเพื่อไทยหลายคนแจ้งไปยังฝ่ายกฎหมาย หลายคนได้ไปดำเนินการด้วยตนเองที่ กกต.จังหวัด

“คณะกรรมการบริหารพรรค และผู้ใหญ่ของพรรคจะพบปะพูดคุยกับทุกคน เพื่อหาข้อสรุปหลังจากนี้ และดูว่าทิศทางในการดำเนินการต่อไปนั้นจะเป็นเช่นไร อยากขอให้ทุกคนได้รายงานสรุปผลการเลือกตั้ง ถึงสาเหตุในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า เหตุใด บางคนประสบความสำเร็จ แต่บางคนไม่ได้รับการเลือกตั้ง อยากให้หาข้อสรุปว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง รวมถึงพรรคอยากรับฟังข้อเสนอสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป”นายประเสริฐ กล่าว

อีกเรื่องหนึ่ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. นายกิตติพล พยัคฆเดชาพัน ผอ.สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง แถลงข่าวเกี่ยวกับข้อครหาบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ตรงกับเลขต้นขั้วบัตร ที่เมื่อแสกนจะไปเจอต้นขั้ว และเจอชื่อประชาชนที่เซ็นไว้ ทำให้รู้ว่าบัตรเบอร์นี้กาเบอร์อะไร และการเลือกตั้งจะไม่เป็นความลับ

นายวรพงศ์ ชี้แจงว่า บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่กำหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งในหลายมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตร เป็นข้อมูลติดตามบัตรที่ถูกจัดพิมพ์ว่าพิมพ์เกินกำหนดหรือไม่ ( บัตรที่ไม่มีโค้ดจะเป็นบัตรผี ) ป้องกันปัญหาบัตรเขย่ง เมื่อแจกจ่ายไปแล้วหากมีประเด็นบัตรเลือกตั้งเล็ดลอดออกไปสู่ภายนอก ก็สามารถตรวจสอบได้ว่าถูกจัดสรรหรืออยู่ในความรับผิดชอบของใคร ผู้ใดเป็นผู้ต้องสงสัยที่กระทำความผิด

การใช้คิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดไม่ได้ทำมาเพื่อถูกตรวจสอบติดตามไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ใช้ในการตรวจสอบควบคุมเรื่องการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น ยืนยันว่าไม่กระทบถึงเรื่องชั้นความลับ แต่ละขั้นตอนกระบวนการไม่มีโอกาสที่จะรู้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด แม้จะมีภาพปรากฏว่ามีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและนำไปเผยแพร่ ก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าบัตรเลือกตั้งใบนี้ผู้ใดเป็นคนลงคะแนน “ไม่สามารถนำบัตรแต่ละใบมาถ่ายมาสแกนเพื่อจะรู้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใดได้ อีกทั้งเป็นไปได้ยากที่ถ้าเจอต้นขั้ว แล้วจะหาบัตรลงคะแนนใบเดียวกันเจอ ต้นขั้วก็ถูกแยกเก็บ”

กกต.ตอบฟังขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะคิด แต่หากจะถึงวินิจฉัยว่าเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม จนไปถึงจะให้เลือกตั้งใหม่ ต้องมีคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งคงมีผู้ไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญเร็วๆ นี้

"ทีมข่าวการเมือง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...