ติช่า เปิดรายการเพศศึกษา หวังให้ความรู้ ลั่นผู้หญิงพูดเรื่องเซ็กซ์ได้ ไม่ใช่สิ่งน่าอาย
มันคือความชอบ! ติช่า กันติชา เปิดรายการเพศศึกษา หวังให้ความรู้-วิธีป้องกัน ลั่นผู้หญิงพูดเรื่องเซ็กซ์ได้ ไม่ใช่สิ่งน่าอาย ดีใจยังไม่เจอดราม่า
เรียกว่าเป็นสาวฮอตอีกคนหนึ่งของวงการบันเทิงไทย สำหรับดารานางแบบสาวติช่า กันติชา ชุมมะ ที่ล่าสุดลุกขึ้นมาเปิดช่องยูทูบของตัวเอง พร้อมประเดิมรายการแรก I KAN TEACHA เม้าธ์มอยเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษา มุ่งเน้นให้ความรู้และวิธีป้องกันอย่างถูกต้อง
โดย สาวติช่า เปิดใจให้ทาง “ข่าวสดบันเทิงออนไลน์” ฟังว่า “ตอนนี้มีรายการเป็นของตัวเองแล้ว คือก่อนหน้านี้เราไปออกช่องยูทูบคนอื่นแทบทุกช่องที่มีแล้ว ได้เป็นพิธีกรก็แล้ว แต่ว่าไม่มีช่องของตัวเองเลย คิดว่ามันถึงเวลาที่เราจะฉายแสง แล้วก็รู้สึกว่าอยากเอาเรื่องที่มันแซ่บและชอบจริงๆ ก็เลยทำรายการเกี่ยวกับ Sex Education”
“ชื่อว่า I KAN TEACHA ทางช่อง Ticha Kanticha สอนเรื่องเพศศึกษาเพราะว่าชอบมากเรื่องนี้ ชอบมาแต่ไหนแต่ไร ชอบมากเลย คือเราไปออกรายการอื่นๆ ซึ่งได้ผลตอบรับดีมีคนบอกว่าเราสามารถพูดเรื่องนี้แล้วมันดูไม่น่าเกลียด พูดได้ดูธรรมชาติกับปากขนาดนี้ เลยจุดประกายว่ารื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากคุย”
“เพราะรู้สึกว่าในสังคมไทยยังปิดอยู่ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะว่าไม่ช้าก็เร็วเป็นเรื่องที่เด็กก็ต้องรู้ คือเป็นเรื่องที่ธรรมชาติที่สุดในชีวิตแล้ว อยากให้คนมาคุยเปิดใจและป้องกันกันมากขึ้น เพราะเรื่องเซ็กซ์ไม่ได้เกี่ยวกับแค่ปล้ำๆๆ กัน แต่เกี่ยวกับการยินยอม การให้เกียรติ อัตลักษณ์ทางเพศ และรสนิยมทางเพศ”
“แต่เราไม่ได้มาสอนสาระตลอดเวลาเพราะรู้ว่าแบบนั้นคนไม่ดู เราก็ใส่ความสนุกความแซ่บเข้าไปปนกับสาระ ยกตัวอย่างเช่นเราเคยถามนิกกี้ (ณฉัตร) ว่ารู้ไหมผู้หญิงมีกี่รู ซึ่งนิกกี้ตอบผิด โอเคผู้ชายไม่รู้ไม่เท่าไหร่ แต่กลายเป็นว่าผู้หญิงที่ได้ดูต่างบอกว่าเพิ่งรู้วันนี้เหมือนกัน”
“นั่นแปลว่าขนาดผู้หญิงหลายคนในสังคมเรายังไม่กล้าดูน้องสาวตัวเองเลยเพราะเขินอาย เลยเป็นอะไรที่เรายิ่งอยากจะพูด แต่บางคนอาจจะคิดว่าเราอยากจะไปยุให้คนทำอะไรกัน ซึ่งไม่ใช่เลย ถ้าจะทำอะไรมันเป็นการตัดสินใจของคุณเอง แล้วถ้าคุณมีความรู้ยิ่งดีเลย เพราะมันจะช่วยป้องกันได้มากยิ่งขึ้น”
ข้อมูลเหล่านี้ไปเอามาจากไหน? “ยอมรับว่าเราเองก็มีเรื่องเพศศึกษาเลเวลหนึ่ง แต่ด้วยความสนใจเราก็รีเสิร์ชมาเพิ่มเติมเพื่ออยากเอามาแชร์ให้คนรู้ เพราะถ้าจะไปตั้งใจสอนเลยคงน่าเบื่อ เขาคงไม่ฟังอ่ะ แต่ถ้าเราพูดโน่นพูดนี่สนุกๆ ใส่เข้าไปเขาก็จะแบบอ๋อเหรอ…ไม่รู้มาก่อนเลย พอได้ยินอะไรแบบนี้เราก็ดีใจ”
ความที่สังคมไทยอาจจะมีเส้นบางๆ เกี่ยวกับการพูดเรื่องเพศอยู่ พอมาทำรายการต้องมีลิมิตหรือเต็มที่ไปได้เลย? “เอาจริงๆ เราไม่มีลิมิตแค่ขอให้ไม่ปลิวจากยูทูบพอ คือเราจะทำอะไรที่มันโอเคที่มันสามารถออนแอร์ได้ แต่ก่อนที่จะทำก็บอกกับตัวเองแล้วว่าต้องเข้าใจว่ามันไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วยกับเรา เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะบอกว่าดีๆๆ แต่มันจะมีคนที่ไม่เห็นด้วย จะมีเส้นบางๆ ระหว่างวัฒนธรรมหรือมองว่าแรงเกินไปหรือเปล่า”
“แต่เมื่อเลือกที่จะทำเรื่องๆ นี้ เราต้องมั่นใจและไปให้สุด ถ้าเกิดเรามาทำกึ่งๆ กล้าไม่กล้า ตัวเราก็จะดูไม่สบายใจ แล้วถ้าตัวเราที่เป็นคนทำเองยังไม่กล้าพูดแล้วเราจะไปบอกคนอื่นได้ยังไง ฉะนั้นเรารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เรามีจุดประสงค์ที่ดีไม่ได้อยากจะเน้นไปเรื่องแรง อนาจาร หรือลามก เราอยากจะพูดเรื่องที่มันแซ่บก็จริง แต่ให้มันมีสาระอยู่ด้วยเพราะอยากให้คนดูแล้วได้อะไรไป”
“เคยคิดเหมือนกันว่าถ้าเกิดเราเน้นสาระแต่ไม่มีคนดูแล้วเราจะทำเพื่อ แล้วเมสเสจมันจะไปไกลไหมล่ะ ถ้าเราอยากให้เมสเสจมันไปไกลมันก็ต้องมีผสมผสาน แล้วเราจะไม่อายเลยค่ะ แต่อย่างที่บอกว่าตอนนี้ไม่มีดราม่าเลย บางคนก็จะแบบว่าเราทำได้ยังไงพูดออกมาแล้วดูไม่น่าเกลียด แล้วบางคนคอมเมนต์ด้วยว่า…โอ้มายก้อด! ที่จริงคอนเทนต์นี้เป็นคอนเทนต์แบบฆ่าตัวตายได้เลยนะ”
“คือเป็นคอนเทนต์แบบดาราไม่ตอบ อย่างการจะมาเปิดหน้าถามเรื่อง Friend with Benefits ไม่มีใครทำนะ แต่เราสามารถสื่อมันออกมาได้ธรรมชาติมาก อารมณ์แบบเพื่อนมาคุยกันเปิดเผยไม่ต้องแอบ ตรงนี้เราก็จะดีใจที่คนเข้าใจโทนที่เราหมายถึง แต่เราก็รู้ว่าในอนาคตมันก็คงห้ามไม่ได้ถ้าหากมีคนดูเพิ่มขึ้นก็อาจจะมีคนเห็นด้วยไม่เห็นด้วยเป็นธรรมดาของชีวิต เราก็ต้องสตรองไว้”
ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้าออกมาพูดเรื่องแบบนี้? “เอาจริงๆ เราดีใจมากที่สามารถสื่อออกไปแล้วยังไม่โดนถล่ม แต่เราเชื่อว่าถ้าทำรายการนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วทำไม่ได้หรอก จังหวะมันไม่ใช่ แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่ามันเริ่มเปิดมากขึ้นแล้ว แล้วเราก็เป็นผู้หญิงหนึ่งในคนแรกๆ ที่มาพูดเรื่องนี้ ซึ่งแต่ก่อนสังคมจะมองว่าผู้หญิงที่มาพูดเรื่องนี้เป็นผู้หญิงไม่ดี ทำไม่ได้ แต่เผอิญว่าภาพพจน์เราไม่ได้แนวเรียบร้อยแต่แรกอยู่แล้ว”
“ฉะนั้นคนก็เริ่มชินแล้ว เราก็เลยแบบอยู่ในอิมเมจที่ไม่ได้แปลก ติช่าพูดเรื่องนี้ว้าว! แปลกจังเลย ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ เลยรู้สึกว่าใช้จุดแข็งของเราเข้าไปอีกให้ลึกซึ้ง พูดจริงๆ ว่าถ้าเกิดเราไม่ทำเรื่องนี้คงเสียดาย ถ้าเกิดทำเรื่องอื่นก็จะรู้สึกว่ามันไม่เป็นตัวเรา อีกอย่างถ้าเราไม่พูดแล้วใครจะพูดล่ะ อันนี้มาถูกทางแล้ว”
เซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะพูด? “คนต้องรู้เพราะเป็นเรื่องธรรมชาติมากเลย ที่ช่ามานั่งอยู่ตรงนี้ได้เพราะว่าพ่อแม่ช่าทำอะไรสักอย่างนี่แหละที่มันเกี่ยวกับเรื่องนี้อ่ะค่ะ แต่ว่ามันคืออะไรที่ธรรมชาติที่สุด เราอยากจะมาเสนอความใหม่ที่เราไม่ได้พูดกันบ่อยๆ แล้วก็มาเสนอการป้องกันค่ะ”
เคยชวนแขกรับเชิญคนไหนแล้วเขาไม่กล้าไปออกรายการด้วยไหม? “มีๆๆ เราเป็นคนชวนไว้ก่อน ดูเชิงไง ถ้าเขาจะไม่มาก็เข้าใจได้ 100% เลย แต่เราก็จะถามความสมัครใจเป็นหลัก เชื่อไหมว่าตอนแรกเราคิดว่าจะมีคนมาน้อยกว่านี้ แต่กลายเป็นว่าตอนนี้มีแต่คนตอบตกลงว่าจะมา อยากให้รอดูเพราะมีหลายคนที่อาจจะไม่คิดว่าเขาจะมาด้วยซ้ำ”
ไม่คิดจะเอาแฟนตัวเองมานั่งคุยในรายการบ้างเหรอ? “(หัวเราะ)เขาเป็นคนที่อายกล้องมาก เห็นกล้องก็คือหันหน้าหนีเลย เคยคิดเหมือนกันว่าที่รัก อยากจะมารายการไหม แต่เขาบอกว่าคุยไม่เป็น”
แล้วเวลาทำรายการนั่งคุยกับผู้ชายเกี่ยวกับเรื่องเพศแบบนี้ แฟนหึงบ้างไหม? “จะบอกว่าตอนที่เขาเจอเรา เราเป็นเสือ เขาเจอเสือมาแล้วจะไปหวังให้เราเปลี่ยนเป็นลูกแมวก็ไม่ใช่ โอเคอาจจะเป็นลูกแมวน่ารักบางทีได้ แต่เขารู้นิสัยเราอยู่แล้วว่าเป็นคนที่เปิดเผยมาก อาจจะด้วยที่เป็นสไตล์ฝรั่งมั้งเวลาคุยกันก็เปิดตั้งแต่แรก ถ้าเกิดเราไปแอบทำหรือไปเจอคนโน้นคนนี้แบบนั้นจะดูไม่เชื่อใจมากกว่า”
“แต่นี่แบบเราก็บอกเลยว่าเดี๋ยวจะสัมภาษณ์คนที่เป็น Friend with Benefits เชื่อไหมว่าเขานั่งอยู่ข้างบน แล้วหนูนั่งคุยอยู่ข้างล่าง เพราะฉะนั้นมันโอเค แถมเขายังเซย์ไฮกันด้วย ชิลขนาดนั้นเพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมัน 8 ปีที่แล้ว อีกอย่างที่เราทำ ไม่ใช่เพราะไม่ให้เกียรติเขา แต่ทำเพราะเรามีเมสเสจสำคัญที่อยากจะพูดออกไป”
“แต่ถามว่าเขาดูรายการไหม เขาก็บอกว่าไม่ดูดีกว่าแต่เขาซัพพอร์ตนะ ที่เขาไม่ดูเพราะกลัวว่าบางทีจะมีโมเมนต์หึงได้ คือเขาเข้าใจแหละว่าตอนทำรายการอ่ะทำได้ แต่ถ้าให้ไปดูว่าเราเคยทำอะไรกันบ้าง เขาก็คงจะยังไงๆ อยู่ เขากลัวตัวเองหึง เพราะฉันแซ่บไง แล้วคนที่มาก็เคยมีอะไรกันไง”