โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เตือน! ดื่มน้ำหลังตื่นนอน ร่างกายเผย 4 สัญญาณนี้ ควรพบแพทย์ทันที

News In Thailand

เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 08.30 น. • oum
เตือน! ดื่มน้ำหลังตื่นนอน ร่างกายเผย 4 สัญญาณนี้ ควรพบแพทย์ทันที

หลังจากที่ร่างกายของเราได้พักผ่อนจากการนอนหลับยาวนานติดต่อกันเป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง ร่างกายจะเข้าสู่สภาวะขาดน้ำโดยธรรมชาติ เนื่องจากไม่มีการรับน้ำเข้าสู่ร่างกายตลอดช่วงเวลาดังกล่าว การดื่มน้ำทันทีหลังจากที่เราตื่นนอน จึงถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยในการ 'รีสตาร์ท' ระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายให้กลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง เปรียบเสมือนการเติมพลังงานและปรับสมดุลน้ำในร่างกายให้กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายมีความพร้อมและสดชื่นสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทำไมต้องดื่มน้ำแก้วแรกของวัน?

-กระตุ้นการไหลเวียนเลือด: เมื่อร่างกายขาดน้ำเป็นเวลานาน เลือดจะมีความหนืดและไหลเวียนช้าลง การดื่มน้ำจะช่วยให้เลือดเจือจางและสูบฉีดได้ดีขึ้น

-ดีท็อกซ์ลำไส้: น้ำจะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานคล่องตัวและป้องกันอาการท้องผูก

-ลดภาระให้ไต: น้ำช่วยในการขับของเสียผ่านทางปัสสาวะ ลดการสะสมของตะกอนและลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต

-เร่งระบบเผาผลาญ: งานวิจัยระบุว่าการดื่มน้ำตอนเช้าช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน ซึ่งส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนักและช่วยให้อายุยืนยาว

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการดื่มน้ำตอนเช้า

-ไม่ควรดื่มน้ำเกลือ: หลายคนเชื่อว่าการดื่มน้ำผสมเกลือช่วยดีท็อกซ์ แต่จริงๆ แล้วอาจทำให้ระดับโซเดียมในเลือดสูงเกินไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อความดันโลหิต โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่ความดันมักจะสูงอยู่แล้ว

-ระวังน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง: แม้จะได้วิตามินซีแต่หากดื่มตอนท้องว่างในปริมาณที่เข้มข้นเกินไปอาจระคายเคืองกระเพาะอาหาร ส่วนน้ำผึ้งหากใช้มากเกินไปจะทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลและพลังงานเกินจำเป็น

-น้ำเปล่าดีที่สุด: ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า "น้ำเปล่า" คือทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับร่างกายหลังตื่นนอน

วิธีดื่มน้ำที่ถูกต้อง (The Golden Rules)

-อุณหภูมิที่เหมาะสม: ควรดื่ม "น้ำอุ่น" หรือน้ำอุณหภูมิห้อง เพราะน้ำเย็นจัดอาจทำให้กระเพาะอาหารหดเกร็ง ส่วนน้ำร้อนเกินไปอาจลวกเยื่อบุทางเดินอาหารได้

-ปริมาณที่พอดี: ดื่มประมาณ 200-300 มิลลิลิตร โดยใช้วิธี "จิบทีละนิด" ไม่ควรดื่มรวดเดียวหมดเพราะจะสร้างภาระให้หัวใจและระบบหมุนเวียนเลือด

-ช่วงเวลาทอง: ทันทีหลังตื่นนอน หรือก่อนมื้อเช้าประมาณ 10-15 นาที คือช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการน้ำมากที่สุด

หากดื่มน้ำแล้วมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์

การดื่มน้ำยังสามารถสะท้อนปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ได้ หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้แนะนำว่าควรรีบไปพบแพทย์

-มีอาการบวม: บวมที่หน้า มือ หรือเท้าหลังดื่มน้ำ อาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ ไต หรือตับ

-ปวดท้อง/แน่นท้อง: อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบย่อยอาหารหรือการเคลื่อนตัวของลำไส้

-ปัสสาวะผิดปกติ: เช่น ปัสสาวะบ่อยแต่ดื่มน้ำน้อย (เสี่ยงเบาหวาน) หรือดื่มน้ำมากแต่ปัสสาวะน้อย (เสี่ยงโรคไต/นิ่ว) รวมถึงปัสสาวะมีฟองหรือขุ่นผิดปกติ

-หิวน้ำตลอดเวลา: ดื่มเท่าไหร่ก็ไม่หายหิว อาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวานหรือภาวะปากแห้งผิดปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...