โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิพิธภัณฑ์ลับ มิวเซียมวัดโพธิ์ เดินลงชั้นใต้ดิน ตามหาสมบัติล้ำค่ากว่า 1,400 รายการ

Sarakadee Lite

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 20.08 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 20.00 น. • เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต

นอกจากพระนอนขนาดใหญ่ นวดไทย รูปปั้นยักษ์ และจารึกวัดโพธิ์ที่รวบรวมตำราการแพทย์แผนโบราณและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกโดยองค์การยูเนสโก วัดโพธิ์ หรือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ยังมี Hidden Museum หรือ พิพิธภัณฑ์ลับ มิวเซียมวัดโพธิ์ ซ่อนตัวอยู่ในชั้นใต้ดินของอาคารหอสมุดและจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุล้ำค่าของวัดกว่า 1,400 รายการ เช่น เครื่องประดับมุก เครื่องลายคราม เครื่องถ้วยและที่ชา เครื่องเบญจรงค์ และเครื่องแก้วเจียระไน ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์และผู้มีจิตศรัทธานำมาถวายตลอดระยะเวลา 200 กว่าปีของพระอารามหลวงชั้นเอกและวัดประจำรัชกาลของรัชกาลที่ 1 แห่งนี้

มิวเซียมวัดโพธิ์

มิวเซียมวัดโพธิ์ (Museum Wat Pho) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ หกรอบ ร.9 ได้รับการปรับปรุงเมื่อต้น พ.ศ.2569 และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมทุกวันโดยไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้าตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2569 โดยโบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดงล้วนเป็นของหายากและทรงคุณค่า เช่น บาตรประดับมุกที่ระลึกงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของรัชกาลที่ 5 ในพ.ศ.2416 เครื่องเขียนประดับมุกที่ระลึกงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของรัชกาลที่ 6 ในพ.ศ. 2454 บาตรลายครามเขียนลายหงส์ท่ามกลางพรรณพฤกษา ศิลปะจีนสมัยราชวงศ์ชิงอายุราวพุทธศตวรรษที่ 24-25 ตลับเงินหน้ากระเบื้องที่ระลึกงานพระเมรุเจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ ใน พ.ศ. 2431 ชุดเครื่องบูชาแก้วเจียระไน (เครื่องทองน้อย) สั่งทำจากยุโรปเพื่อใช้ในพิธีสงฆ์

มิวเซียมวัดโพธิ์
มิวเซียมวัดโพธิ์

“จุดอ่อนของมิวเซียมนี้คืออยู่ชั้นใต้ดินและคนที่จะมาต้องตั้งใจมาจริงๆ ไม่ใช่บังเอิญเดินผ่าน แต่เราคิดว่าข้อเสียตรงนี้อาจเป็นข้อดีก็ได้ เพราะตอนนี้คนชอบ มิวเซียมลับ เมื่อเดินเข้าอาคารมาจะเจอห้องธุรการและมีจุดลงทะเบียนจากนั้นเจ้าหน้าที่จะพาลงไปชมมิวเซียมที่อยู่ข้างล่าง ที่นี่เป็นมิวเซียมกึ่งคลังที่จัดแสดงของจำนวนมากโดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ เช่น เครื่องประดับมุก เครื่องลายคราม ปั้นชา เครื่องแก้ว และเครื่องโลหะ ซึ่งเป็นการจัดแสดงเป็นแบบเก่าและอาจจะไม่ดึงดูดมากเหมือนมิวเซียมยุคใหม่ที่นิยมจัดแบบนิทรรศการ อินเทอร์แอคทีฟ หรือแบบเล่าเรื่อง แต่อาจจะเหมาะสำหรับคนชอบแบบคลาสสิก” พระภาณุพงศ์ ฐานิสฺสรธีโร กรรมการแผนกพิพิธภัณฑ์ กล่าว

มิวเซียมวัดโพธิ์

พิพิธภัณฑ์ลับ ในชั้นใต้ดินกับสมบัติล้ำค่ากว่า 1,400 รายการ

พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ หกรอบ ร.9 ก่อตั้งเมื่อปี 2545 เมื่อมีการสร้าง อาคารหอสมุดสมเด็จ ว.ผ.ต. หลังใหม่ทดแทนอาคารหลังเดิมที่ชำรุดทรุดโทรมเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ สมเด็จพระวันรัต (เผื่อน ติสฺสทตฺโต) อดีตเจ้าอาวาสองค์ที่ 10 และผู้ก่อตั้งสำนักเรียนวัดพระเชตุพน นอกจากจะเป็นห้องสมุดแล้ว ยังเป็นอาคารสำนักงานและห้องประชุมที่ตั้งอยู่ในเขตสังฆาวาส แต่เดิมพิพิธภัณฑ์เปิดให้ชมเป็นหมู่คณะโดยต้องนัดหมายล่วงหน้า แต่ต่อมาปิดตัวลงและใช้เป็นคลังเก็บของสะสมแทน จนกระทั่งเมื่อต้นปี 2569 ทางวัดได้มีการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์เนื่องจากเห็นว่าวัดมีสมบัติล้ำค่าจำนวนมาก แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายอีกทั้งหนึ่งในพันธกิจของวัดคือการรักษา ทำนุบำรุงและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า นอกจากนี้ยังมีการบูรณะ ศาลาพระมณฑปทางทิศตะวันตก ในเขตพุทธาวาสเพื่อใช้เป็นห้องจัดแสดงเครื่องถ้วยและเครื่องแก้วอีกกว่า 200 รายการ

อาคารหอสมุดสมเด็จ ว.ผ.ต. ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์

“ด้วยเวลาจำกัดประมาณ 2 เดือนและงบประมาณราว 50,000 บาทในเบื้องต้น เราจึงปรับปรุงเท่าที่ทำได้ มีการทำความสะอาดตู้จัดแสดงใหม่ เปลี่ยนไฟในตู้เป็น LED ด้วยกำลังวัตต์ที่เหมาะสม ติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น การจัดแสดงยังเป็นการโชว์วัตถุในตู้แบบแน่นมากและยังไม่มีนิทรรศการที่ชัดเจน ตอนนี้พยายามหาภาพถ่ายบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งของมาจัดแสดงเพิ่มเติมเพื่อให้การนำเสนอน่าสนใจมากขึ้น จากการสอบถามผู้เข้าชม 95% ตั้งใจมาและอยากให้ปรับปรุงในการอธิบายตัววัตถุให้ชัดเจนขึ้น เพราะของเยอะจริง แต่ยังไม่มีรายละเอียดมากนัก เราจะมีการปรับปรุงต่อไปโดยอาจจะขอความร่วมมือกับทีมภัณฑารักษ์แห่งอื่น หรือนักประวัติศาสตร์เพื่อจัดทำนิทรรศการหมุนเวียนไม่ให้น่าเบื่อ เช่น ชูโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับเจ้าอาวาสองค์ต่างๆ”

ฝาบาตรฝังมุกเป็นรูปตราจักรี พระเกี้ยว และ เลข ๕

มิวเซียมวัดโพธิ์ ได้จัดเส้นทางเดินชมโดยเริ่มตั้งแต่ เครื่องประดับมุก เครื่องลายคราม เครื่องถ้วยและที่ชา เครื่องเบญจรงค์ เครื่องโลหะ เครื่องแก้วเจียระไน และงาช้าง ในส่วนของเครื่องประดับมุกมีเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะตะลุ่มมุกที่ใช้สำหรับถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุมีมากกว่า 200 รายการและมีอายุเก่าแก่สุดกว่า 50 ปี โดยในจำนวนนี้มีราว 40 รายการที่ยังคงมีการเบิกเพื่อนำไปใช้จริงในงานพิธีสงฆ์ต่างๆ

บาตรประดับมุกที่ระลึกงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของรัชกาลที่ 5

ไฮไลต์ในโซนนี้คือบาตรที่ทรงคุณค่าทั้งในด้านประวัติศาสตร์และหัตถศิลป์ เช่น บาตรประดับมุกที่ระลึกงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของรัชกาลที่ 5 ในพ.ศ.2416 โดยฝาบาตรประดับมุกอย่างวิจิตรเป็นรูปพานรองพระเกี้ยวและฉัตรสองข้างอยู่เหนือรูปอาร์มตราไอยราพต หรือรูปช้าง 3 เศียร สองข้างมีราชสีห์และคชสีห์ ส่วนขอบฝาบาตรเป็นตราประจำกระทรวง 14 กระทรวงในสมัยรัชกาลที่ 5 และอีกใบเป็นบาตรที่ตรงเชิงบาตรประดับมุกและตรงฝาฝังมุกเป็นรูปตราจักรี พระเกี้ยว และเลข ๕ ซึ่งรัชกาลที่ 5 พระราชทานแก่เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเมื่อใด รวมไปถึงบาตรเหล็กพร้อมฝาและเชิงบาตรประดับมุกที่ด้านในมีข้อความระบุว่า พระสุธรรมมุนี (พระธรรมเสนานี ฟุ้ง ปุณฺณโก) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธิ์สร้างถวายพระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถ

ชุดเครื่องเขียนประดับมุกเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 6

นอกจากนี้ยังมีชุดเครื่องเขียนประดับมุกติดตราไอยราพตและบนหลังช้างมีตราวชิราวุธซึ่งรัชกาลที่ 6 พระราชทานแก่พระอารามหลวงสำคัญเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกใน พ.ศ.2454 รวมไปถึงกี๋มุกซึ่งเป็นเครื่องสังเค็ดในงานเมรุเจ้าคุณจอมมารดาเปี่ยมในรัชกาลที่ 4 โดยตรงกลางเป็นรูปคนโทน้ำเต็มตามพระนามว่า “เปี่ยม” ซึ่งออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

ชุดเครื่องโต๊ะของสมเด็จพระวันรัต (เผื่อน ติสฺสทตฺโต)

เครื่องลายครามและการเล่นเครื่องโต๊ะของวัดโพธิ์

สำหรับเครื่องลายครามใน มิวเซียมวัดโพธิ์ ที่น่าสนใจคือ บาตรดินเผาเคลือบราน (crackle glazes) ซึ่งเป็นเทคนิคการเคลือบให้ผิวเคลือบมีลักษณะแตกลายงา และมีการพิมพ์ตราประจำพระองค์ของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 17 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์และเจ้าอาวาสวัดโพธิ์องค์ที่ 11 และชุดเครื่องโต๊ะเคลือบเทคนิคเดียวกันนี้ซึ่งเป็นศิลปะจีนสมัยราชวงศ์ชิงซึ่งเป็นคอลเลกชันของสมเด็จพระวันรัต (เผื่อน ติสฺสทตฺโต) ที่ใช้เป็นเครื่องตั้งโต๊ะรับเสด็จในวันเสด็จพระราชดำเนินมาถวายผ้าพระกฐิน

บาตรดินเผาเคลือบรานและพิมพ์ตราประจำพระองค์ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 17

วัดโพธิ์ในอดีตเป็นอีกหนึ่งวัดที่มีชื่อเสียงเรื่อง การตั้งโต๊ะลายคราม เครื่องลายครามที่นำมาตั้งเป็นเครื่องโต๊ะบูชามักเป็นของหายากที่ต้องเสาะแสวงหามาจัดให้เข้าชุดกันจนกระทั่งเริ่มมีการประกวดเครื่องโต๊ะในสมัยรัชกาลที่ 3 และแพร่หลายอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 5 จนต้องมีการตราพระราชบัญญัติข้อบังคับในการตัดสินเครื่องโต๊ะครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2434 และถือเป็นของเล่นหรือของสะสมอย่างเดียวในประเทศไทยที่มีกฎหมายรองรับและใช้อยู่จนถึงปัจจุบันนี้ สมเด็จพระวันรัตซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ในช่วงรัชกาลที่ 5-8 นิยมเล่นเครื่องโต๊ะและมีเครื่องโต๊ะลายครามถึง 3 ชุด คือ ลายหนังสือจีน ลายสังคโลก และลายผักชี แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าไม่มีชุดไหนที่คงอยู่ครบชิ้นจนสามารถนำมาจัดเป็นเครื่องโต๊ะอย่างสมบูรณ์ได้

มิวเซียมวัดโพธิ์

เครื่องลายครามศิลปะจีนสมัยราชวงศ์ชิงที่ผู้เข้าชมให้ความสนใจอย่างมาก เช่น กระบี่จำลอง กลองจำลอง และระฆังจำลอง และงานชิ้นใหญ่อย่างแจกันเขียนลาย 4 ด้านเป็นดอกไม้ตัวแทน 4 ฤดูของจีน ได้แก่ ดอกโบตั๋น (ฤดูใบไม้ผลิ), ดอกบัว (ฤดูร้อน), ดอกเบญจมาศ (ฤดูใบไม้ร่วง) และดอกเหมย (ฤดูหนาว) รวมไปถึงแจกันแฝดเขียนลายวรรณกรรมจีน และแจกันเขียนลายต้นกล้วยซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

มิวเซียมวัดโพธิ์

เครื่องถ้วยและที่ชา แม้ไม่สมบูรณ์ที่สุด แต่ทรงคุณค่า

มิวเซียมวัดโพธิ์ ยังจัดแสดงที่ชา หรือการจัดชุดน้ำชารูปแบบต่างๆ แสดงให้เห็นถึงศิลปะการสะสมและเล่นที่ชาที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัชกาลที่ 5 อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของการจัดชุดชาแบบไทย โดยเริ่มจากการสะสมปั้นชาจีนก่อนแล้วจึงสรรหาถ้วยชามาจัดเป็นชุดและจัดวางในถาดเดียวกันอย่างที่ไม่เคยปรากฏในวัฒนธรรมจีน เช่น “ชุดถ้วย 4 อย่างสยาม” คือ ถ้วยมีฝา 4 ใบและปั้นสาย 1ใบในถาดเดียวกัน หรือสำหรับต้อนรับแขกหลายคนก็มี “ชุดดาวล้อมเดือน” คือถ้วยมีฝา 8 ใบวางเรียงล้อมรอบปั้นสาย 1ใบตรงกลางตั้งบนถาด

เครื่องถ้วยชาชุด จปร.

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ เครื่องถ้วยชาลายอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จปร. หรือที่นิยมเรียกกันว่า “ชุด จปร.” เป็นเครื่องถ้วยที่รัชกาลที่ 5 ทรงสั่งช่างชาวจีนผลิตขึ้นเป็นพิเศษจากแหล่งเตาเมืองจิ้งเต๋อเจิ้น มณฑลเจียงซี ประเทศจีน โดยใช้อักษรพระปรมาภิไธยย่อผูกเป็นลายแบบจีนมากกว่า 10 แบบและพระราชทานแก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และพระภิกษุสมณศักดิ์สูง เช่น “ลายยี่ยาว” ที่นำอักษรพระนาม จปร จัดวางในแนวตั้งแบบตัวหนังสือจีนขนาดใหญ่ และ “ลายลูกไม้ จปร” ที่ผูกลายด้วยผลไม้มงคล 3 อย่าง คือ ส้มมือ ทับทิม และลูกท้อ

ถ้วยชาเขียนลายพระถังซัมจั๋ง
ไข่นกกระจอกเทศที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานแก่เจ้าอาวาสหลังเสด็จฯ กลับจากประพาสยุโรป

“เครื่องถ้วยหลายชุดก็ไม่ครบชิ้น หรือบางชิ้นชำรุด แต่เราก็นำมาจัดแสดง เพราะเห็นว่าทุกชิ้นล้วนมีคุณค่า เช่น เราพบถ้วยชาลายพระถังซัมจั๋ง 2 ใบ แต่ไม่พบปั้นชา และที่น่าสนใจอย่างอื่นก็มีอย่างปั้นชาดินเผาตรงฐานมีตราธรรมจักร กาเขียนสีรูปทรงแปลกสมัยราชวงศ์ชิงตอนปลาย และกาน้ำเบญจรงค์ลายเทพนมและลายนรสิงห์ที่เขียนลายโดยช่างชาวจีนตามแบบที่ไทยสั่งผลิต และไข่นกกระจอกเทศที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานแก่เจ้าอาวาสหลังเสด็จฯ กลับจากประพาสยุโรปในปี 2440 เพราะถือว่าเป็นของแปลกของสยามในสมัยนั้น”

โถแก้วเขียนลายสีพร้อมจอก
แว่นเวียนเทียน

คอลเลกชันเครื่องแก้วเจียระไนของที่นี่มีเป็นจำนวนมากและส่วนใหญ่มาจากประเทศออสเตรีย เยอรมนี และสาธารณรัฐเช็ก ทั้งที่เป็นแก้วใสและแก้วสีชมพู แดง และน้ำเงิน ที่เจียระไนเป็นลวดลายต่างๆ เช่น แจกันแก้วลายเหลี่ยมเพชรและลายดอกจัน กระถางธูปแก้วลายใบเสมาหนามขนุน รวมถึงโถแก้วเขียนลายสีพร้อมจอก และแว่นเวียนเทียนสำหรับใช้ในพิธีสงฆ์

ตู้กำมะลอเขียนลวดลายจีน
พิพิธภัณฑ์ลับ

อีกหนึ่งศิลปวัตถุชิ้นสำคัญคือตู้พระธรรมที่เสียหายจากถูกปลวกกินหนังสือกับชั้นวางจนหมด อีกทั้งด้านนอกมีการทาสีฟ้าทับลายเดิมทั้งใบ ทางวัดจึงส่งไปให้กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ช่วยลอกสีออกเพื่อให้เห็นลวดลายเดิมและให้ช่างอนุรักษ์ทำความสะอาดและเติมสีส่วนที่ชำรุด จากนั้นจึงพบว่าเป็นตู้ลายกำมะลอคือการใช้สีฝุ่นผสมน้ำรักเขียนบนพื้นไม้ที่ทาด้วยยางรักสีดำและใช้สีทองเป็นเส้นตัดเพื่อให้เห็นลวดลายเด่นชัดโดยช่างในสมัยรัชกาลที่ 3 ด้านหน้าตู้เขียนภาพมงคลตามคติจีน เช่น รูปค้างคาว ผีเสื้อ และลายเหรียญจีน ภายในตู้เขียนเรื่อง สามก๊ก เพดานภายในตู้เขียนลายมังกรดั้นเมฆ ส่วนด้านหลังตู้เป็นภาพทวารบาลจีน

พิพิธภัณฑ์ลับ

เครื่องถ้วยและเครื่องแก้วกับจิตรกรรมเรื่อง รามเกียรติ์

ในขณะที่พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ หกรอบ ร.9 ซ่อนตัวในชั้นใต้ดินและถือเป็น พิพิธภัณฑ์ลับ ของวัดโพธิ์ ห้องจัดแสดงเครื่องถ้วยและเครื่องแก้ว ที่อยู่ในศาลาพระมณฑปด้านทิศตะวันตกในเขตพุทธาวาสเป็นสถานที่เปิดที่นักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาสามารถเข้าไปรับแอร์เย็นฉ่ำพร้อมกับเดินดูศิลปวัตถุหายากของวัดกว่า 200 รายการ

เครื่องโต๊ะลายครามลายบุคคล

ภายในจัดแสดงตัวอย่างการตั้งเครื่องโต๊ะ 2 โต๊ะเป็นเครื่องลายครามศิลปะจีนลายทิวทัศน์และลายบุคคล แต่ยังไม่ครบสมบูรณ์ตามรายละเอียดสิ่งของที่กำหนดเป็นชิ้นบังคับ เช่น ขาดบานลับแลซึ่งถือเป็นประธานของโต๊ะ และอีกหนึ่งไฮไลต์คือ แจกันลายครามไฟ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำยากจากการเขียนลายใต้เคลือบด้วยสีน้ำเงินจากโคบอลต์และสีแดงจากทองแดง

แจกันลายครามไฟ
จิตรกรรมฝาผนังตอนทศกัณฐ์ผลักเขาไกรลาสให้กลับมาตั้งตรง

นอกจากเครื่องถ้วยและเครื่องแก้วเจียระไนหาชมยากแล้ว ศาลาแห่งนี้ยังมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง รามเกียรติ์ ตอนทศกัณฐ์แสดงอิทธิฤทธิ์ผลักเขาไกรลาสให้กลับมาตั้งตรงได้หลังจากที่ยักษ์วิรุฬหกซัดสร้อยสังวาลนาคใส่ตุ๊กแกสารภูและแรงสะเทือนจากสร้อยสังวาลนาคทำให้เขาไกรลาสทรุดเอียง จิตรกรรมนี้วาดโดยช่างเขียนในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่ภายหลังชำรุดเกือบทั้งหมดจึงมีการบูรณะพร้อมกับการปรับปรุงศาลาให้เป็นห้องจัดแสดงและเปิดให้เข้าชมเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2569

พระภาณุพงศ์ ฐานิสฺสรธีโร

มิวเซียมวัดโพธิ์ ยังประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์อีก 3 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์เครื่องมุก ที่พระวิหารทิศใต้ พิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุมหาเจดีย์สี่รัชกาล ณ พระวิหารทิศตะวันตก และ พิพิธภัณฑ์นวดไทย ในพระวิหารขาวและศาลาพระมณฑปทางทิศใต้

Fact File

  • พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ หกรอบ ร.9 ตั้งอยู่ในชั้นใต้ดินของอาคารหอสมุดสมเด็จ ว.ผ.ต. เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. เข้าชมฟรี
  • ห้องจัดแสดงเครื่องถ้วยและเครื่องแก้ว ตั้งอยู่ในศาลาพระมณฑปด้านทิศตะวันตก เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.30 น. เข้าชมฟรี
  • รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook : Museum Wat Pho

The post พิพิธภัณฑ์ลับ มิวเซียมวัดโพธิ์ เดินลงชั้นใต้ดิน ตามหาสมบัติล้ำค่ากว่า 1,400 รายการ appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...