ทรัมป์ชี้หยุดยิงทำศึกอิหร่านยุติ ไม่จำเป็นต้องขออนุมัติสภาคองเกรส
ผู้นำสหรัฐยืนยันการสู้รบกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้วตามข้อตกลงหยุดยิง แม้ยังไร้ดีลระยะยาว พร้อมโต้กฎหมาย 60 วันไม่บังคับต้องขอไฟเขียวจากสภาคองเกรส
วันที่ 2 พ.ค.2569 เวลา 07.26 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งต่อสภาคองเกรสว่า การสู้รบระหว่างสหรัฐกับอิหร่านได้ “ยุติลงแล้ว” จากข้อตกลงหยุดยิงที่ยังมีผลอยู่ พร้อมยืนยันว่าเขาไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติสำหรับความขัดแย้งครั้งนี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 60 หลังจากที่ทรัมป์แจ้งต่อสภาคองเกรสอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการโจมตีอิหร่าน โดยกฎหมายสหรัฐกำหนดให้ประธานาธิบดีต้อง “ยุติการใช้กองกำลังสหรัฐ” ภายใน 60 วัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ดำเนินการต่อ
แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่สหรัฐและอิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงระยะยาวผ่านการเจรจาได้ โดยสื่ออิหร่านรายงานว่า เตหะรานได้ส่งข้อเสนอใหม่ผ่านปากีสถานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด และไม่ชัดเจนว่าข้อเสนอดังกล่าวถึงมือสหรัฐแล้วหรือไม่
ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า“เราเพิ่งได้พูดคุยกับอิหร่าน มาดูกันว่าจะเป็นอย่างไร แต่ผมบอกได้เลยว่าผมไม่พอใจ” พร้อมระบุว่า การทำข้อตกลงเป็นไปได้ยาก ส่วนหนึ่งเพราะผู้นำอิหร่านอยู่ในภาวะ “สับสนอย่างมาก” หลังเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงหลายคนถูกสังหารในสงคราม
เขาเปิดเผยว่าได้รับการนำเสนอทางเลือกจากกองบัญชาการกลางสหรัฐ ตั้งแต่ “ถล่มให้ราบคาบและจบเรื่อง” ไปจนถึง “ทำข้อตกลง”
ต่อมาในวันเดียวกันทรัมป์กล่าวว่า อิหร่านยังไม่เสนอข้อตกลงในรูปแบบที่สหรัฐต้องการ พร้อมย้ำว่า “เราจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย เราจะไม่รีบถอนตัวแล้วปล่อยให้ปัญหากลับมาอีกในอีกสามปี”
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐออกประกาศเตือนว่า บุคคลหรือบริษัทใดที่จ่าย “ค่าผ่านทาง” ให้อิหร่านเพื่อใช้เส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ อาจเข้าข่ายละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ
เส้นทางขนส่งสำคัญดังกล่าวยังคงปิดใช้งานโดยพฤตินัย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก
ในจดหมายถึงผู้นำสภาคองเกรสเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ระบุว่า “ไม่มีการยิงตอบโต้ระหว่างกองกำลังสหรัฐกับอิหร่านตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 และการสู้รบที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ยุติลงแล้ว”
ภายในสภาคองเกรส สมาชิกสภากำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นว่าจะกำหนดให้มีการลงมติในแต่ละสภาเพื่ออนุมัติสงครามหรือไม่
สื่อซีบีเอสรายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ได้หารือกับสมาชิกสภาคองเกรสเกี่ยวกับการขออนุมัติดังกล่าว
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ “มติอำนาจสงคราม” ซึ่งกำหนดให้ประธานาธิบดีต้องดำเนินการภายใน 60 วันหลังใช้กำลังทหาร โดยต้องยุติปฏิบัติการ เว้นแต่สภาคองเกรสจะประกาศสงครามหรืออนุญาตให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 30 วัน เพื่อถอนกำลังอย่างเร่งด่วน
กฎหมายนี้ผ่านในปี 2516 เพื่อจำกัดอำนาจของประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ในการทำสงครามเวียดนาม
ด้าน รัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ ให้การต่อสภาคองเกรสว่า เส้นตายดังกล่าวได้ “หยุดนับ” แล้ว แต่ถูกโต้แย้งโดยวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต ทิม เคน ที่ระบุว่า “ผมไม่เชื่อว่ากฎหมายจะรองรับการตีความแบบนั้น”
ความพยายามของพรรคเดโมแครตในการจำกัดอำนาจทรัมป์ในกรณีอิหร่านล้มเหลวมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่สมาชิกพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่คัดค้าน แม้บางส่วนส่งสัญญาณว่าอาจทบทวนจุดยืนหลังครบ 60 วัน
เมื่อถูกถามถึงการขออนุมัติจากสภาคองเกรส ทรัมป์ตอบว่า “ไม่มีประเทศไหนเคยทำแบบนั้น” และกล่าวว่า “คนส่วนใหญ่มองว่าสิ่งนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ”
อย่างไรก็ตาม การตีความกฎหมายของรัฐบาลทรัมป์ถูกตั้งคำถามจากผู้เชี่ยวชาญบางส่วน โดยเฮเทอร์ แบรนดอน-สมิธ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ระบุว่า แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง ก็ไม่ได้ทำให้การนับเวลา 60 วันสิ้นสุดลง
เธอกล่าวว่า “การหยุดยิงไม่ใช่การยุติความขัดแย้งอย่างถาวร” และชี้ว่า การยุติอย่างแท้จริงเท่านั้นที่จะทำให้กรอบเวลา 60 วันสิ้นสุด
เธอเสริมว่า ศาลหรือสภาคองเกรสเท่านั้นที่จะสามารถหยุดสงครามได้ หากรัฐบาลทรัมป์ยังคงดำเนินการต่อ
ความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวงกว้าง ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและประเทศพันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาคอ่าว
อ้างอิง : www.bbc.com