โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เอเชีย-ยุโรปแย่งก๊าซราคาพุ่ง แต่สหรัฐล้นตลาดส่งออกไม่ได้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 พ.ค. เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. เวลา 03.50 น.

สงครามตะวันออกกลางดันราคา LNG โลกพุ่งแรง ขณะที่สหรัฐกลับเผชิญก๊าซล้นระบบ ราคาดิ่ง เหตุโครงสร้างพื้นฐานคอขวดส่งออกไม่ทัน

วันที่ 2 พ.ค.2569 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ว่า สถานการณ์พลังงานโลกเกิดความย้อนแย้ง หลังเอเชียและยุโรปเร่งแย่งซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากผลกระทบสงครามกับอิหร่านที่ทำให้ซัพพลายโลกหายไปราว 20% ส่งผลให้ราคาก๊าซในยุโรปและเอเชียพุ่งสูงถึง 84% และ 108% ตามลำดับ

ในทางกลับกัน สหรัฐซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกก๊าซรายใหญ่ กลับเผชิญภาวะ “ก๊าซล้นตลาด” จนราคาภายในประเทศร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือน เนื่องจากไม่สามารถเพิ่มการส่งออกได้

สาเหตุหลักมาจากโรงแปรสภาพก๊าซเป็น LNG ของสหรัฐเดินเครื่องเต็มกำลังอยู่แล้ว ขณะที่ระบบท่อส่งภายในประเทศก็แออัด ทำให้ไม่สามารถลำเลียงก๊าซไปยังจุดส่งออกได้มากกว่านี้

ในบางพื้นที่อย่างเวสต์เทกซัส ก๊าซมีมากจนราคาติดลบ ผู้ผลิตต้อง “จ่ายเงินให้คนเอาก๊าซไป” เพราะไม่มีพื้นที่ขนส่งเพิ่มเติม

แม้สหรัฐจะมีการผลิตก๊าซทำสถิติสูงถึง 107.7 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในปี 2025 และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่โครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่น ท่อส่งก๊าซ จะพร้อมใช้งานได้เร็วสุดปลายปีนี้หรือต้นปี 2027

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ส่งออกบางรายได้ประโยชน์จากราคาตลาดโลกที่พุ่งสูง แต่ผู้ผลิตภายในประเทศกลับเผชิญแรงกดดันด้านราคา จนบางบริษัทเริ่มลดกำลังการผลิต ขณะที่บางภูมิภาคในสหรัฐเองยังต้องนำเข้า LNG ในราคาสูง เนื่องจากขาดการเชื่อมต่อท่อก๊าซ

ภาพรวมจึงสะท้อนความไม่สมดุลของตลาดพลังงานโลก ที่แม้ความต้องการพุ่งสูง แต่ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานกลับทำให้สหรัฐไม่สามารถใช้โอกาสนี้ได้เต็มที่

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...