เอเชีย-ยุโรปแย่งก๊าซราคาพุ่ง แต่สหรัฐล้นตลาดส่งออกไม่ได้
สงครามตะวันออกกลางดันราคา LNG โลกพุ่งแรง ขณะที่สหรัฐกลับเผชิญก๊าซล้นระบบ ราคาดิ่ง เหตุโครงสร้างพื้นฐานคอขวดส่งออกไม่ทัน
วันที่ 2 พ.ค.2569 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ว่า สถานการณ์พลังงานโลกเกิดความย้อนแย้ง หลังเอเชียและยุโรปเร่งแย่งซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากผลกระทบสงครามกับอิหร่านที่ทำให้ซัพพลายโลกหายไปราว 20% ส่งผลให้ราคาก๊าซในยุโรปและเอเชียพุ่งสูงถึง 84% และ 108% ตามลำดับ
ในทางกลับกัน สหรัฐซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกก๊าซรายใหญ่ กลับเผชิญภาวะ “ก๊าซล้นตลาด” จนราคาภายในประเทศร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือน เนื่องจากไม่สามารถเพิ่มการส่งออกได้
สาเหตุหลักมาจากโรงแปรสภาพก๊าซเป็น LNG ของสหรัฐเดินเครื่องเต็มกำลังอยู่แล้ว ขณะที่ระบบท่อส่งภายในประเทศก็แออัด ทำให้ไม่สามารถลำเลียงก๊าซไปยังจุดส่งออกได้มากกว่านี้
ในบางพื้นที่อย่างเวสต์เทกซัส ก๊าซมีมากจนราคาติดลบ ผู้ผลิตต้อง “จ่ายเงินให้คนเอาก๊าซไป” เพราะไม่มีพื้นที่ขนส่งเพิ่มเติม
แม้สหรัฐจะมีการผลิตก๊าซทำสถิติสูงถึง 107.7 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในปี 2025 และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่โครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่น ท่อส่งก๊าซ จะพร้อมใช้งานได้เร็วสุดปลายปีนี้หรือต้นปี 2027
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ส่งออกบางรายได้ประโยชน์จากราคาตลาดโลกที่พุ่งสูง แต่ผู้ผลิตภายในประเทศกลับเผชิญแรงกดดันด้านราคา จนบางบริษัทเริ่มลดกำลังการผลิต ขณะที่บางภูมิภาคในสหรัฐเองยังต้องนำเข้า LNG ในราคาสูง เนื่องจากขาดการเชื่อมต่อท่อก๊าซ
ภาพรวมจึงสะท้อนความไม่สมดุลของตลาดพลังงานโลก ที่แม้ความต้องการพุ่งสูง แต่ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานกลับทำให้สหรัฐไม่สามารถใช้โอกาสนี้ได้เต็มที่
อ้างอิง : www.reuters.com