โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายต้อม เปิดปากปม ฆ่าหั่นแฟนสาว อ้าง "พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ"

Khaosod

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 02.46 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 02.46 น.
นายต้อม เปิดปากปม ฆ่าหั่นแฟนสาว อ้าง

นายต้อม เปิดปากปม ฆ่าหั่นแฟนสาว อ้าง "พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ" บอกสำนึกผิดแล้ว เผยสาเหตุทำไมชำแหละ ด้าน ตำรวจนำตัวฝากขังวันนี้

วันที่ 26 มี.ค.2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้ทำการสอบปากคำ นายต้อม อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.แรม อายุ 20 ปี สาวชาวลาว ด้วยตนเอง ก่อนจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้เข้าไปเก็บภาพและสัมภาษณ์ผู้ต้องหา

นายต้อม กล่าวว่า สาเหตุที่ลงมือฆ่าน.ส.แรม แฟนสาว เพราะโทสะ ตอนนี้สำนึกผิดแล้ว และได้กล่าวขอโทษแฟนสาว

ฆ่าหั่นแฟนสาว

นายต้อม เปิดปากปม ฆ่าหั่นแฟนสาว อ้าง "พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ" บอกสำนึกผิดแล้ว เผยสาเหตุทำไมชำแหละ ด้าน ตำรวจนำตัวฝากขังวันนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อนายต้อมผู้ต้องหาบอกว่ารักแฟนสาว ทำไมถึงฆ่าเขาได้ขนาดนั้น นายต้อม ตอบว่า "พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก" ซึ่งระหว่างนั้นนายต้อมมีสีหน้าท่าทางค่อนข้างเครียด ก้มหน้าตลอดเวลา และหลังจากสื่อมวลชนสอบถาม ก็ได้ขอตำรวจดื่มน้ำเปล่า จากนั้นตำรวจได้นำตัวขึ้นไปสอบปากคำต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยหลังสอบปากคำนายต้อมผู้ต้องหาว่า นายต้อมรับสารภาพ สาเหตุจากหึงหวง โดยช่วงประมาณปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา มีการทะเลาะกัน ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 คน มาทำมาหากินอยู่ที่กรุงเทพฯ 6-7 ปีแล้ว

ฆ่าหั่นแฟนสาว

และเมื่อประมาณปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมาก็ทะเลาะกัน ทางผู้เสียชีวิตก็เลยหนีไปทำงาน ฝ่ายชายก็เลยคอยตามหาและถามญาติพี่น้องว่าผู้หญิงอยู่ที่ไหน กระทั่งวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา นายต้อมตามค้นหาทางโซเชียลมีเดีย พบว่าฝ่ายหญิงไปทำงานที่ จ.ชลบุรี กระทั่งรู้ที่ทำงาน แล้วไปดักรอจนถึงเช้าวันที่ 22 มี.ค. เพื่อรอเจอตัว แล้วก็ชวนกลับมาที่กรุงเทพฯ มาที่ห้องที่เกิดเหตุ

จากนั้นฝ่ายชายก็จะชวนกลับบ้านที่ลาว บอกว่าไม่อยู่ที่เมืองไทยแล้ว จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศลาว บอกว่าจะหาเลี้ยงผู้หญิงเอง แต่ผู้หญิงอยากจะทำงานอยู่ที่ประเทศไทย ก็เลยทะเลาะกัน ฝ่ายชายก็เลยพลั้งมือบีบคอน้องผู้หญิงจนเสียชีวิต พอเสียชีวิตก็นำร่างผู้หญิง เข้าไปในห้องน้ำแล้วก็ชำแหละศพแล้วก็เอาไปทิ้ง

กระทั่งญาติของน้องผู้หญิงมาแจ้งคนหาย ในช่วงวันที่ 23 มี.ค. ที่สน.ทุ่งสองห้อง ก็เลยไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อพาร์ตเมนต์ของผู้ก่อเหตุ ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็ทราบว่ามีการเข้ามาในวันที่ 22 มี.ค. ทั้งคู่ ตอนเวลา 07.30 น. จากนั้นในวันที่ 23 มี.ค. วงจรปิดพบว่ามีผู้ต้องหาเพียงคนเดียวที่ออกจากห้องทั้งที่เข้าไป 2 คน

ทาง ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เลยขอเข้าไปตรวจสอบภายในห้องพบว่า มีกลิ่นคาวเลือด ซึ่งคาดว่ามีการฆาตกรรม จึงส่งพฐ.ไปตรวจ พบกับคราบเลือดและกระจุกเส้นผมภายในห้อง จึงเชื่อว่ามีการฆาตกรรมในห้องเกิดเหตุ สอดคล้องกับกล้องวงจรปิดว่าเข้าไป 2 คนแต่ได้ออกมาเพียงคนเดียว พร้อมประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย เพราะสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจหนีออกนอกประเทศ

ขณะที่จับผู้ต้องหาได้แล้ว ผู้ต้องหายังอ้างว่า ผู้ตายทำร้ายตัวเอง ตนไม่รู้จะทำยังไงก็เลยชำแหละศพเอาไปทิ้ง ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนก่อเหตุ กระทั่งผู้ต้องหาบอกจุดทิ้งถุงดำ ตำรวจไปพบส่วนหัวก่อนจะพบอีก 8 ถุง

เมื่อถามถึงความชำนาญในการชำแหละ เพราะนายต้อมทำงานตำแหน่งผู้ช่วยกุ๊กชำแหละเนื้อสัตว์จะมีความชำนาญ จากนั้นก็ไปซื้อถุงดำที่ร้านสะดวกซื้อและน้ำยาล้างห้องน้ำมาล้างคราบเลือดในห้องน้ำ นายต้อม ยอมรับสารภาพใช้มีดเล่มเดียวในการชำแหละ ส่วนเหตุผลที่ต้องชำแหละเพราะว่าเคลื่อนย้ายลำบาก

ส่วนประเด็น ชิ้นส่วนผู้เสียชีวิตยังไม่ครบ ขาดแขนขวาและส่วนสะโพก เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตาม ขณะที่เหตุผลที่รออยู่สนามบินอุดรานีถึงเวลา 16.00 น. เพราะไม่รู้จะไปทางไหน ไม่รู้จะข้ามไปชายแดนทางไหนดี

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ต้องรอผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ สำหรับพยานหลักฐานทางตำรวจค่อนข้างที่จะได้พยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน โดยแจ้งข้อหาเบื้องต้นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและอำพรางซ่อนเร้นศพ เตรียมฝากขังวันที่ 26 มี.ค.นี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คดีฆ่าหั่นศพ แฟนสาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายต้อม เปิดปากปม ฆ่าหั่นแฟนสาว อ้าง "พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ"

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...