โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'พิพัฒน์' อัดกลุ่มจ้องโจมตีการเมือง 'อย่าสักแต่วิจารณ์' ยันรัฐบาลกู้วิกฤตพลังงานเต็มสูบ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

25 มีนาคม 2569 เวลา 16.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประธานการประชุมหารือติดตามสถานการณ์ด้านพลังงาน

โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัทผู้ค้าน้ำมันรายสำคัญของประเทศ อาทิ บริษัท ปตท. พีทีจี เอ็นเนอร์ยี ซัสโก้ เชลล์ และบางจาก เป็นต้น รวมทั้งกลุ่มบริษัทโรงกลั่นน้ำมัน และผู้ประกอบการภาคขนส่ง เข้าร่วมประชุมด้วย

ภายหลังการประชุม นายพิพัฒน์ แถลงข่าวว่า ในวันนี้นายกฯ ได้มีข้อสั่งการและมอบหมายการบ้านให้หลายหน่วยงานเร่งบูรณาการหาทางออกร่วมกันกรณีที่สงครามอาจมีการยืดเยื้อออกไปว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร และรัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรบ้าง โดยได้ให้กระทรวงการคลังไปศึกษา และรายงานในเรื่องของข้อเสนอให้มีการเก็บภาษีลาภลอยจากโรงกลั่น รวมทั้งข้อเสนอในเรื่องของการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ตลอดจนให้ สศช. กระทรวงพลังงาน และกองทุนน้ำมันฯ เตรียมมาตรการรับมือวิกฤตที่อาจลากยาวออกไป

ด้านการปราบปรามการลักลอบการกักตุนได้ประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจ (Spot Check) อย่างเข้มงวด โดยกระทรวงคมนาคมจะสนับสนุนข้อมูล GPS เพื่อแกะรอยผู้กระทำผิด

"หากสงครามยังยืดเยื้อต่อไปอีกที่สำคัญที่สุดก็ต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องคนไทยว่า เมื่อเข้าสู่ภาวะวิกฤตจริงๆ พวกเราช่วยกันประหยัดพลังงาน เพื่อให้ประเทศสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ร่วมกัน ส่วนเรื่องที่จะมีการลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลหรือไม่ ตอนนี้ขอให้รัฐบาลได้ทำงานในการดูแลราคาให้เต็มที่ก่อน เพราะราคาน้ำมันยังสูงและมีความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตลอดเวลา”

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน โดยได้อธิบายถึงข้อจำกัดของอำนาจรัฐบาลรักษาการ และเรียกร้องให้ผู้ที่โจมตีหันมาเสนอแนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

ทั้งนี้ในส่วนที่มีการกล่าวหาจากสส.ในสภาฯที่ว่ารัฐบาลไม่ทำอะไรปล่อยให้มีการค้ากำไรเกินควร และไม่ยอมนำเรื่องภาษีลาภลอยมาใช้นั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่าสถานะของรัฐบาลในปัจจุบันที่ยังไม่มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่สมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญ ทำให้การใช้อำนาจเพื่อแก้ปัญหาเป็นไปอย่างจำกัด

"วันนี้รัฐบาลมีท่านนายกเพียงท่านเดียว ส่วนที่เหลือก็คืออย่างตัวผมเนี่ยก็คือรักษาการเท่านั้นเองพวกเรายังรักษาการในฐานะที่ยังไม่มี ครม. ชุดใหม่ตามรัฐธรรมนูญ พวกเรายังต้องทำงานต่อไป เพราะฉะนั้นพวกเราจะทำอะไรมากกว่านี้คงไม่ได้ มีเพื่อนๆ ส่งข่าวมาว่าไม่เห็นรัฐบาลทำอะไร ไม่เห็นรัฐบาลแก้ปัญหาอะไร ถามว่าวันนี้พวกเราพยายามแก้ทุกวิถีทาง ที่ที่มีอำนาจเพียงจำกัดในการที่จะแก้ปัญหา"

รองนายกฯ ยังได้ฝากข้อความถึงกลุ่มผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด โดยขอร้องให้เปลี่ยนการด่าทอมาเป็นการให้คำแนะนำที่เป็นรูปธรรม โดยการโจมตีทางการเมืองในยามที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤต ไม่ได้ส่งผลดีต่อใคร โดยขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันประคับประคองสถานการณ์แทนการสกัดกั้นการทำงาน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

"พวกท่านที่วิจารณ์พวกเรามากมาย พวกท่านทำอะไรบ้าง พวกท่านเสนอแนะพวกเราได้ไหม ไม่ใช่พวกท่านสักแต่วิจารณ์อย่างเดียว ถ้าพวกท่านมีความรู้และมีความเข้าใจ ฝากเสนอแนะมาทางตัวผมเองก็ได้ ผมพร้อมที่จะรับ ขอร้องครับ การใส่ร้ายป้ายสีไม่ได้ทำให้ประเทศของเราเดินหน้าไปได้หรอก ถ้าพวกเราพี่น้องคนไทยไม่ทันทำอะไร พวกท่านโจมตีเพื่อให้พวกเราไม่ได้มีโอกาสได้โผล่หน้าขึ้นมา ตอนนี้รัฐบาลยังไม่ได้สมบูรณ์แบบนะครับ ขอฝากไปยังเพื่อนๆ ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดนี้ ไม่ว่าเพื่อนๆ เหล่านั้นจะวิจารณ์ด้วยความหวังดีหรือเจตนาไม่ดีก็ตาม ก็ไม่เป็นไรครับ ผมพร้อมรับเสมอ เพราะตลอดระยะเวลา 10 กว่า 20 วันนี้ ตัวผมเองรับไปหลายขนานแล้วครับ" นายพิพัฒน์ กล่าว

สำหรับผลการประชุมครั้งนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวเปิดการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศอย่างต่อเนื่องจากการประชุมก่อนหน้า โดยมอบหมายให้กระทรวงพลังงานจัดทำระบบ Dashboard เพื่อติดตามปริมาณน้ำมันในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการภาคเอกชนรายงานข้อมูลจริงในแต่ละช่วง ตั้งแต่กำลังการผลิตของโรงกลั่น ปริมาณสำรอง การกระจายสู่ผู้ค้าน้ำมัน และสถานีบริการ เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน

แม้ว่าสถานการณ์การขนส่งน้ำมันจะเริ่มคลี่คลาย ภายหลังอิหร่านอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ แต่จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ประกอบกับการเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีการเดินทางจำนวนมาก ที่ประชุมจึงเห็นความจำเป็นในการกำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงล่วงหน้า เพื่อสร้างความมั่นใจว่าระบบกระจายพลังงานสามารถรองรับความต้องการได้อย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานรายงานภาพรวมโครงสร้างการจัดหาน้ำมันดิบของประเทศ โดยนำเข้าจากตะวันออกกลางร้อยละ 53 ตะวันออกไกลร้อยละ 11 แหล่งอื่น ๆ ร้อยละ 27 และภายในประเทศร้อยละ 9 ขณะที่กำลังการผลิตจากโรงกลั่นอยู่ที่ดีเซลประมาณ 65 ล้านลิตรต่อวัน และเบนซิน 35 ล้านลิตรต่อวัน รวมถึงรายงานเส้นทางการส่งออกและกระจายสู่ผู้ค้าน้ำมันและภาคอุตสาหกรรม

ด้านอุปสงค์พบว่าความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเดือนมีนาคม เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม โดยกระทรวงพลังงานได้เตรียมเพิ่มอุปทานดีเซลหมุนเร็วผ่านมาตรการผ่อนคลายการสำรอง

ขณะเดียวกัน ได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชัน Fuel-Now เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ โดยกำหนดให้สถานีบริการต้องไม่ปฏิเสธการจำหน่ายแก่กลุ่มจำเป็น เช่น รถพยาบาล หน่วยงานรัฐ และภาคเกษตร

ด้านผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ได้รายงานภาพรวมเส้นทางการผลิตและกระจายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยกลุ่ม ปตท. บางจาก พีที รายงานว่าได้เดินเครื่องผลิตน้ำมันดีเซลเต็มกำลังและกระจายไปยังผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และผู้ค้ารายย่อย (jobber) อย่างทั่วถึงและเพิ่มมากขึ้น โดยยืนยันไม่มีการกักตุน ขณะที่เชลล์ได้เสริมการนำเข้าน้ำมันจากสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนปริมาณในประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น

สำหรับมาตรการรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผู้ประกอบการได้เตรียมเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนจัดสรรน้ำมันเพิ่มขึ้นภายใต้มาตรการผ่อนผันสำรอง เพิ่มปริมาณสต็อกตามสถานีบริการ โดยเฉพาะเส้นทางขาออกช่วงต้นเดือนเมษายน และขาเข้าช่วงก่อนวันสงกรานต์ พร้อมเพิ่มเที่ยววิ่งขนส่ง จัดเตรียมรถ Mobile Tank และขยายเวลาการทำงานของคลังน้ำมัน เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานของประชาชนได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล

ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้ขอความร่วมมือจากทุกบริษัทในการส่งข้อมูลให้กรมธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ติดตามการกระจายน้ำมันจากต้นทางถึงปลายทางอย่างใกล้ชิด และสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การดำเนินการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันเชื้อเพลิงมีเพียงพอและกระจายอย่างทั่วถึง โดยคาดว่าสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติภายในระยะเวลาอันใกล้ ในระยะต่อไป ภาครัฐจะพิจารณาเพิ่มเติมมาตรการทั้งด้านการผลิต ภาษี และโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดต่อการลดผลกระทบต่อประชาชน และเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศในการบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...