โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

นิติวิทยาศาสตร์เผยคดีฆ่าหั่นศพสาวลาว ขาดอวัยวะสำคัญอีก 2 ส่วน ปัดตอบตายก่อนหรือหลังหั่นศพ แต่ชี้ DNA-หลักฐานต่าง ๆ มัดคนร้ายได้แน่

WeR NEWS

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 25 มีนาคม 2569 นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยผลชันสูตร น.ส.แรม อายุ 20 ปี หญิงชาวลาวที่ถูกแฟนหนุ่มชาติเดียวกันฆ่าหั่นศพก่อนนำชิ้นส่วนต่าง ๆ ในร่างกายใส่ถุงไปทิ้งในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่า สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รับชิ้นส่วนมาชันสูตรแล้วประมาณ 80% ส่วนที่ยังขาดอยู่ คือ ซี่โครงและอวัยวะภายในช่องท้อง ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เร่งรัดติดตามหลักฐานมาส่งมอบ ขณะนี้กระบวนการทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการผ่าพิสูจน์ โดยยังไม่มีบุคคลใดมาแสดงตัวว่าเป็นญาติของผู้เสียชีวิต

ด้านนายแพทย์วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่า ชิ้นส่วนที่นำมาส่งสถาบันฯ ตอนนี้มีด้วยกันจำนวน 6 ถุง จากทั้งหมด 8 ถุง ประกอบด้วย แขน ต้นขา ลำตัว ศีรษะ ส่วนกระดูกซี่โครงและอวัยวะภายในช่องท้อง ยังไม่พบ ขั้นตอนทางนิติวิทยาศาสตร์จะพิสูจน์ได้ว่า ชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นของบุคคลใด หรือเป็นของคนคนเดียวกันหรือไม่จะต้องมีการตรวจดีเอ็นเอก่อนว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นของบุคคลเดียวกันจริง รวมทั้งต้องตรวจตามชิ้นส่วนต่าง ๆ ว่ามีร่องรอยการบาดเจ็บอย่างไร รวมถึงการตรวจสารพิษ เพื่อที่จะให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนในการดำเนินคดีต่อไป

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นการใช้มีดเล่มเดียวหั่นหรือตัดชิ้นส่วนตามร่างกายทั้งหมด ขณะนี้ชิ้นส่วนมีจำนวนมากและจะชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนที่บอกว่าผู้ตายจะเสียชีวิตก่อนหรือหลังหั่นศพ ทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถตรวจได้แต่ต้องใช้เวลา เพราะว่าจะมีการตรวจเนื้อเยื่อที่พบว่ามีการบาดเจ็บหรือไม่ก่อนที่จะมีการชำแหละหรือหั่น รวมทั้งระยะเวลาการเสียชีวิตด้วย โดยจะต้องดูการตกตะกอนของเลือดในอวัยวะต่าง ๆ ทั้งนี้ เบื้องต้นพบว่ากรณีนี้ไม่ได้กระทำการหั่นศพโดยผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ผู้ก่อเหตุจะประกอบอาชีพพ่อครัวตามข่าวที่ปรากฎ จึงสามารถใช้มีดได้อย่างชำนาญ ทั้งนี้ ในเรื่องที่เกิดขึ้นลักษณะนี้ หลายครั้งผู้ก่อเหตุสามารถลงมือทำเพียงลำพังได้

ส่วนการก่อเหตุ โดยธรรมชาติคนร้ายจะกระทำกับเหยื่อหลังผู้เสียชีวิตแล้ว จึงจะลงมือหั่นหรือชำแหละ ส่วนหากเหยื่อยังมีชีวิตหรือเพียงแค่สลบหัวใจยังเต้น จะทำให้มีการสูบฉีดโลหิต หรือร่างกายยังเกิดปฏิกิริยาก็เสี่ยงที่จะทำให้ปริมาณเลือดกระจัดกระจายเต็มบริเวณพื้นที่ทำให้ยากแก่การทำความสะอาด

นอกจากนี้ ในการตรวจยังไม่พบบาดแผลอื่น ๆ ซึ่งเรื่องบาดแผลหรือร่องรอยตามร่างกาย รวมถึงการตัดชิ้นส่วนอื่น ๆ จะดูได้ว่ามีอาวุธมากกว่า 1 ชิ้นหรือมีบุคคลที่ร่วมก่อเหตุมากกว่าหนึ่งคนได้ แต่กรณีจากการหั่นรายนี้เป็นเคสปกติที่พบว่าสามารถทำคนเดียวได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...