“หมอวรงค์” ชี้รัฐเอาเปรียบ ปชช.หนุนติดโซล่าเซลล์ ฉะ ผลักภาระให้ปชช. ลงทุน-จ่ายค่าไฟแพง
“หมอวรงค์” ชี้รัฐเอาเปรียบ ปชช.หนุนติดโซล่าเซลล์ ฉะ ผลักภาระให้ปชช. ลงทุน-จ่ายค่าไฟแพง
วันที่ 3 พ.ค. 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวถึงกรณีรัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนให้ประชาชนติดแผงโซล่าเซล เพื่อผลิตไฟฟ้าบนหลังคาบ้านเรือน พร้อมอุดหนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำว่า มองโดยรวมหากไม่คิดอะไรมากก็มองว่าเป็นเรื่องดี แต่การที่รัฐบาลจะมีการปรับราคาค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได โดยกำหนดว่าหากใช้ไฟต่ำกว่า 200 หน่วย/เดือน จะคิดเงินไม่เกิน3บาท/หน่วย ถ้าใช้ไฟ 200-400 หน่วย/เดือน คิดค่าไฟที่ 3.95บาท /หน่วย และหากใช้ไฟเกิน400หน่วย/เดือน จะคิดครัวเรือนเหล่านี้ที่หน่วยละ5บาทขึ้นไปนั้น ถือเป็นมาตรการที่เอาเปรียบพี่น้องประชาชน เพราะไฟฟ้าถือเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐต้องจัดหามาบริการให้ประชาชนในราคาที่เป็นธรรมโดยไม่มีการแบ่งแยก แต่ นโยบายที่ออกมาใหม่โดยกระทรวงพลังงานที่สนับสนุนให้ติดโซล่าเซลล์บนหลังคาและจะรับซื้อคืนจากบ้านเรือนที่ผลิตไฟฟ้าในราคาหน่วยละ 2.20 บาท แต่กลับขายไฟฟ้าให้ประชาชนในราคาหน่วยล่ะ 5 บาท ก็ยิ่งถือว่าเป็นการเอาเปรียบซ้ำยิ่งขึ้นอีก ถ้ารัฐบาลส่งเสริมให้ติดโซล่าเซลล์ โดยใช้หลังคาบ้านเรือนแล้ว ติดหม้อแปลงเป็นแบบ “เน็ตมิเตอรริ่ง” คือ ผลิตไฟได้เท่าไหร่ใช้ไป ถ้าผลิตเกินขายให้รัฐ แต่ถ้าไม่พอใช้ ดึงไฟรัฐมาใช้เสริม แล้วหักลบ กลบหนี้ของไฟที่ขายไป กับไฟที่ใช้ของรัฐ ในราคาที่เท่าเทียมกัน อย่างนี้ถึงจะมองว่า ส่งเสริมจริง และเป็นธรรม ไม่เอาเปรียบ
“แต่มาตรการของรัฐบาลที่ออกมา รับซื้อไฟจากบ้านเรือนที่ติดโซล่าเซลล์ หน่วยละ2.20 บาท แต่พอขายให้ประชาชนกลับขายในราคาหน่วยละ5 บาท ในบ้านที่ใช้ไฟเกิน 500 หน่วย/เดือน ก็ยิ่งถือว่า รัฐบาลที่เอาเปรียบประชาชนและไม่เป็นธรรม เพราะผลักภาระการลงทุนให้ประชาชนต้องจ่ายเงินเองในการสร้างโรงไฟฟ้าประจำบ้าน มีแค่วงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่ประชาชนต้องควักจ่ายเอง แต่รัฐได้ไฟฟ้าจากหลังคาบ้านเรือนในราคารับซื้อที่ถูกกว่าครึ่ง ในราคาที่ขายให้ประชาชน ทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องหาไฟฟ้ามาบริการในราคาที่ถูก เป็นธรรมโดยไม่มีการแบ่งแยก เพราะไฟฟ้า น้ำประปา ถือเป็นสาธาณูปโภคขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องมีให้ประชาชนอยู่แล้ว ไม่ใช่มาแสวงหาผลประโยชน์และกำไรสูงๆเช่นนี้” นพ.วรงค์ กล่าว