โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตัวช่วยสร้างนิสัยยุคใหม่

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 04 พ.ค. เวลา 01.48 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. เวลา 01.48 น.

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

ตัวช่วยสร้างนิสัยยุคใหม่

หนอนหนังสือที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือประเภทฮาวทู หรือเซลฟ์เฮลพ์ทั้งหลายน่าจะเข้าใจเป็นอย่างดีว่าแม้เนื้อหาที่อยู่บนหน้ากระดาษจะดูเรียบง่าย เข้าใจง่าย ชวนจุดประกายไฟให้อยากลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้น

แต่ทันทีที่เราวางหนังสือลงก็จะพบว่าจริงๆ แล้วคำแนะนำต่างๆ เหล่านั้นกำกวมกว่าที่คิด

และไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะถอดบทเรียนจากหนังสือมาสวมเข้ากับชีวิตจริงได้

ทำให้หลายๆ ครั้งหนังสือเซลฟ์เฮลพ์ไม่ได้บรรลุจุดประสงค์ที่ควรจะทำเพราะเราก็ไม่รู้จะหยิบมาใช้ยังไง จนถูกวางลืมทิ้งไว้ให้จับฝุ่นอยู่บนชั้นหนังสือ ส่วนตัวคนอ่านเองก็ลืมเนื้อหาทั้งหมดไม่นานหลังจากนั้น

ข่าวดีก็คือในยุคที่ AI รันทุกวงการแบบนี้ เราสามารถมอบหน้าที่การเป็นไลฟ์โค้ชให้มันได้ และอาจจะช่วยให้เราได้ใช้ประโยชน์จากหนังสือฮาวทูได้อย่างจริงจังเสียที

ไอเดียนี้มาจากบทความบนเว็บไซต์ Tech Radar ที่เขียนโดย Eric Hal Schwartz

เขาทดลองให้ ChatGPT ช่วยหยิบหลักการสำคัญๆ ในหนังสือเซลฟ์เฮลพ์ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์การตีพิมพ์เล่มหนึ่ง อย่างเรื่อง The 7 Habits of Highly Effective People (ชื่อไทย : 7 อุปนิสัยสำหรับผู้มีประสิทธิผลสูง) แล้วนำอุปนิสัยเหล่านั้นมาออกแบบเป็นตารางกิจวัตรประจำวันที่เขาสามารถทำตามได้จริง

คุณ Eric เขาใส่พร็อมพต์สั่ง AI ว่า “ให้สวมบทบาทเป็นโค้ช ออกแบบแผนการทดลอง 14 วันให้ผมได้ทำตาม The 7 Habits of Highly Effective People ไปทีละขั้นตอน ช่วยย่อยแต่ละนิสัยออกเป็นสิ่งง่ายๆ ที่ทำได้ในชีวิตประจำวันและสอดคล้องกับกิจวัตรปกติ เน้นทำได้จริง ไม่ยุ่งยาก”

ChatGPT ก็เข้าใจโจทย์เป็นอย่างดี ตอบรับกลับมาว่าจะออกแบบตารางกิจวัตรให้ในแบบที่ผสมผสานเข้ากับสิ่งที่เขาทำอยู่แล้วโดยจะไม่ใส่อะไรเพิ่มไปให้เป็นภาระเลย

เห็นแบบนี้ฉันก็เลยอยากทดลองด้วยตัวเองบ้าง ฉันลองหยิบหนังสือฮาวทูเล่มที่อ่านแล้วชอบ อย่าง Tiny Habits ของ BJ Fogg ที่ว่าด้วยเรื่องการปลูกสร้างนิสัยใหม่ด้วยการทำทีละเล็กทีละน้อย (น้อยจนเรียกได้ว่าเล็กจิ๋วเลยล่ะ) และเมื่อทำเสร็จแล้วก็ให้ฉลองความสำเร็จเพื่อให้สมองจดจำความรู้สึกดีจนกลายเป็นนิสัยไปเองในที่สุด

แล้วฉันก็ลองให้ AI อย่าง Gemini ช่วยออกแบบตารางกิจวัตรให้

ฉันลองสั่งให้ Gemini ออกแบบการทดลองนาน 7 วัน โดยใช้หลักการจากหนังสือเล่มนี้เข้ามาจับกับกิจกรรมต่างๆ ที่ฉันต้องทำในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว

ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาคือการวางแผนให้แบบวันต่อวันด้วยแผนที่สั้นและเรียบง่าย

วันที่ 1 Gemini บอกฉันว่าวันนี้ไม่ต้องทำอะไรใหญ่โต แค่เลือกพฤติกรรมที่อยากทำ แล้วย่อให้เหลือไม่เกิน 30 วินาที

มันไม่ได้แค่สั่งให้ฉันไปเลือกพฤติกรรมเอง แต่เลือกมาให้แล้วเรียบร้อย มีทั้งหมด 3 ตัวเลือก คือ

ถ้าอยากออกกำลังกาย -> ให้สควอต 1 ครั้ง

ถ้าอยากดูแลฟัน -> ให้ใช้ไหมขัดฟัน 1 ซี่

ถ้าอยากจัดบ้าน -> ให้เก็บของวางที่เดิม 1 ชิ้น

ตรงตามหลักการในหนังสือเป๊ะๆ

วันที่ 2 มันแอบสอดแทรกเนื้อหาในหนังสือให้ฉันว่าวันนี้จะเป็นวันที่เราจะหา “สมอเรือ” โดยให้ลองหาพฤติกรรมที่ทำอยู่แล้วในชีวิตประจำวันมาเป็นจุดเริ่มต้น แล้วจับคู่พฤติกรรมจิ๋วเข้าไป

Gemini บอกให้ฉัน “กดเปิดสวิตช์เครื่องชงกาแฟ แล้วสควอต 1 ครั้ง” หรือ “วางโทรศัพท์ชาร์จก่อนนอน แล้วขอบคุณตัวเอง 1 เรื่อง”

อีก 5 วันที่เหลือก็เป็นการวางแผนคล้ายๆ กัน คือหยิบเอาหลักการจากแต่ละบทของหนังสือมาผสมผสานให้สอดคล้องกับสิ่งที่ทำเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว โดยให้ตัวอย่างที่ชัดเจนมาเลยว่าฉันจะต้องทำอะไรบ้าง

พร้อมกำชับฉันในตอนท้ายด้วยกฎทองของหนังสือว่า “ห้ามตำหนิตัวเองเด็ดขาด”

ในฐานะคนที่อ่านหนังสือเซลฟ์เฮลพ์มาหลายเล่ม ฉันก็คิดว่านี่น่าจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะทำให้เราสามารถหยิบเอาแก่นสารของหนังสือมาลองปรับใช้ในชีวิตได้จริงๆ สักที

ข้อดีของมันคือ AI ช่วยย่อยเนื้อหาที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องซิมเปิล และช่วยทำให้สิ่งที่ดูกำกวมเป็นรูปธรรมกลายเป็นแอ๊กชั่นที่เราสามารถทำตามได้เลยแบบไม่ต้องคิดตีความอะไรเพิ่มเติมมากนัก

ถ้าเป็น AI ที่เราใช้บ่อยๆ อยู่แล้ว ก็จะมีข้อมูลส่วนตัวของเรา พอจะรู้ตาราง รู้จักการทำงาน รู้จักเงื่อนไขต่างๆ ในชีวิตของเราดีพอที่จะออกแบบกิจวัตรแล้วใส่หลักการของหนังสือลงไปให้เราลองทำตามได้แบบเนียนๆ

หรือถ้ามีตรงไหนไม่เวิร์ก เราก็แค่บอกให้ปรับให้ใหม่ จนกว่าจะเจอจุดที่เราพอใจจริงๆ

ถ้าคุณผู้อ่านเจอปัญหาแบบเดียวกันคืออ่านหนังสือมาหลายเล่มแต่ยังไม่สามารถเอามาลองใช้ในชีวิตจริงได้สักที

หรือมีจุดไหนในชีวิตที่อยากจะปรับเปลี่ยน อยากปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยใช้หลักการของหนังสือเล่มดังๆ เข้ามาจับ (แนะนำให้ลองใช้หนังสือ The Let Them Theory ลองให้มันออกแบบการทำงานในออฟฟิศให้เราสามารถปล่อยวางการควบคุมเพื่อรักษาพลังงานทางอารมณ์ของเราไว้ ฉันว่ามันก็ทำได้ดีเลยแหละ)

ก็ลองใช้งานกันได้ตามอัธยาศัยเลยค่ะ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตัวช่วยสร้างนิสัยยุคใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...