“อินโดนีเซีย” เกินดุลการค้าเกินคาด แม้ส่งออกสะดุด แต่เสี่ยงโดนน้ำมัน-สงครามกดดัน
"อินโดนีเซีย" เกินดุลการค้าเกินคาด ดุลการค้าเดือนมีนาคมแตะ 3.32 พันล้านดอลลาร์ หนุนจากนำเข้าที่ต่ำกว่าคาด แต่เสี่ยงโดนน้ำมัน-สงครามกดดัน
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.52 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เศรษฐกิจของ Indonesia ยังแสดงความแข็งแกร่งในภาคการค้าระหว่างประเทศ หลังตัวเลขเกินดุลการค้าเดือนมีนาคมอยู่ที่ 3.32 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.41 พันล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นจาก 1.28 พันล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า
แม้การส่งออกจะหดตัว แต่การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ดุลการค้าขยายตัว โดยมีปัจจัยกดดันจากค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่า และช่วงเทศกาลอีดิลฟิตรี
โดยมูลค่าการส่งออกเดือนมีนาคมอยู่ที่ 2.253 หมื่นนล้านดอลลาร์ ลดลง 3.1% เมื่อเทียบรายปี สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น การหดตัวเกิดจากการส่งออกสินค้าเหมืองแร่ เช่น ทองแดงและถ่านหิน รวมถึงสินค้าเกษตรอย่างโกโก้ กาแฟ และชา ที่ปรับลดลง
นักเศรษฐศาสตร์ ชี้ว่า ปัจจัยหนึ่งมาจากการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐ ในปีก่อน รวมถึงอุปสงค์โลกที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะจากจีน
ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าทำสถิติต่ำสุดที่ 17,385 ต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลต่อสงครามใน Iran นักวิเคราะห์เตือนว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจกระทบการค้าโลก ทำให้อุปสงค์ลดลง พร้อมดันราคาพลังงานสูงขึ้น และเพิ่มต้นทุนการนำเข้า
ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 1.51% อยู่ที่ 19.21 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 10%
นักเศรษฐศาสตร์ ระบุว่า ตัวเลขเดือนมีนาคมสะท้อนภาวะกลับสู่ปกติ หลังธุรกิจเร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้าในช่วงก่อนเทศกาล และก่อนความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน อย่างไรก็ตามคาดว่าการนำเข้าเดือนเมษายนจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเชื้อเพลิง หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ดุลการค้าแคบลง
อัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนชะลอลงมาอยู่ที่ 2.42% จาก 3.48% ในเดือนมีนาคม และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.44% สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่เริ่มผ่อนคลาย แม้ราคาพลังงานโลกจะเพิ่มขึ้นจากสงคราม แต่รัฐบาลอินโดนีเซียได้เพิ่มการอุดหนุนพลังงาน เพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภค
ธนาคารกลางอินโดนีเซียคาดว่าจะสามารถคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.75% ได้ หากรัฐบาลยังคงตรึงราคาพลังงานผ่านเงินอุดหนุน ธนาคารกลางยังประเมินว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบเป้าหมาย 1.5-3.5% ไปจนถึงปี 2570
แม้ตัวเลขล่าสุดจะสะท้อนเสถียรภาพในระยะสั้น แต่ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันดุลการค้าและเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในระยะถัดไป
อ้างอิง : www.reuters.com