โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พลังงานงัดมาตรการเข้มคุมสต็อกน้ำมัน ม.7 รายวัน ยันสำรองพุ่ง 104 วัน รับมือดีมานด์พุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 07.06 น.

กรมธุรกิจพลังงานเผยยอดสำรองน้ำมันรวมทะลุ 1.2 หมื่นล้านลิตร มั่นใจมีใช้เพียงพอแม้สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด บังคับผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 รายงานยอดคงเหลือและราคาหน้าคลังทุกวันก่อนเที่ยง พร้อมผ่อนผันรถบรรทุกน้ำมันวิ่งได้ 24 ชั่วโมงทั่วประเทศระดมพลังงานจังหวัดผนึกกำลังมหาดไทย-พาณิชย์ ปูพรมตรวจเข้มสกัดการกักตุน หลังพบผู้ค้ารายย่อยผิดระเบียบขนส่ง

20 มีนาคม 2569— กระทรวงพลังงาน ยกระดับมาตรการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคธุรกิจและประชาชน ท่ามกลางภาวะความต้องการใช้พลังงานที่ผันผวนจากสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศ โดยยืนยันสถานะความมั่นคงทางพลังงานของไทยยังอยู่ในระดับสูงและเพียงพอต่อการบริโภคในระยะยาว

นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยตัวเลขสถานการณ์น้ำมันสำรองล่าสุด ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569 พบว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองคงคลังรวมทั้งสิ้น 5,060 ล้านลิตร (ประมาณ 41 วัน) และเมื่อรวมกับปริมาณน้ำมันระหว่างทรานสิทรวมถึงยอดนำเข้าที่ได้รับการยืนยันแล้วอีก 7,396 ล้านลิตร (ประมาณ 63 วัน) ส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวมสำหรับใช้งานได้สูงถึง 104 วัน

ขณะที่พฤติกรรมการบริโภคในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งมียอดจำหน่ายสูงผิดปกติ เริ่มส่งสัญญาณกลับเข้าสู่ภาวะใกล้เคียงช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยข้อมูล ณ วันที่ 18 มีนาคม 2569 ยอดจำหน่ายน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 54.79 ล้านลิตรต่อวัน และกลุ่มเบนซินอยู่ที่ 29.98 ล้านลิตรต่อวัน

สั่งผู้ค้า ม.7 รายงานสต็อกรายวัน-แก้คอขวดขนส่ง

เพื่อให้การบริหารจัดการข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงพลังงานได้ใช้อำนาจตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 เตรียมออกประกาศกระทรวงฯ บังคับให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ทุกราย ต้องแสดงราคาจำหน่ายและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ ณ หน้าโรงกลั่นและหน้าคลังน้ำมันทุกแห่ง พร้อมทั้งรายงานข้อมูลดังกล่าวต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทุกวันภายในเวลา 12.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของปริมาณน้ำมันในระบบได้อย่างเรียลไทม์

ด้านมาตรการกระจายน้ำมันสู่สถานีบริการ กรมธุรกิจพลังงานได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ออกข้อบังคับผ่อนผันให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถเดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่อเร่งแก้ปัญหา "คอขวด" ในการขนส่งที่ทำให้บางพื้นที่เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนชั่วคราว แม้คลังน้ำมันหลักจะเร่งจ่ายน้ำมันสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึง 20% แล้วก็ตาม

"สถานการณ์น้ำมันสำรองรวมอยู่ที่ประมาณ 104 วัน ยืนยันว่าการจัดหาน้ำมันดิบจากต่างประเทศยังเป็นไปตามปกติ ขอให้ประชาชนมั่นใจและช่วยกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ" — นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน

คุมเข้มกักตุน-เชือดผู้ค้ารายย่อยผิดระเบียบ

จากการตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน กรมธุรกิจพลังงานได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและพาณิชย์จังหวัด เข้าตรวจตราสถานีบริการและสถานที่เก็บน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจากการลงพื้นที่ของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ในจังหวัดอ่างทอง พบผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 รายหนึ่ง มีการสต็อกน้ำมันรวม 3.3 แสนลิตร โดยไม่พบใบกำกับการขนส่ง ซึ่งถือเป็นความผิดตามมาตรา 30 และมาตรา 56 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงฯ เนื่องจากไม่สามารถระบุที่มาและปลายทางของการขนส่งได้

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังได้รับข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี ให้เร่งส่งเสริมการจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ B20 และพิจารณาผ่อนปรนเกณฑ์การสำรองน้ำมันตามกฎหมายในระยะสั้น เพื่อเพิ่มสภาพคล่องของปริมาณน้ำมันในระบบ รองรับความต้องการส่วนเกิน (Excess Demand) ที่อาจเกิดขึ้นจากความกังวลของประชาชน ส่วนกรณีปัญหาโควตาน้ำมันในพื้นที่ภาคใต้ที่ส่งผลให้บางสถานีบริการต้องหยุดจำหน่ายชั่วคราวนั้น กรมฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึกร่วมกับพลังงานจังหวัดเพื่อให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...