ตำรวจทางหลวงรวบหนุ่มขี้ขโมย แค้นเจ้าของสวนปาล์มที่แจ้งความดำเนินคดีเลยมาดักซุ่มยิง
ตำรวจทางหลวงรวบหนุ่มขี้ขโมย แค้นเจ้าของสวนปาล์มที่แจ้งความดำเนินคดีเลยมาดักซุ่มยิง
โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง โดย พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.3 กก.7 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา นายสิน (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง ลงวันที่ 18 ธ.ค. 2568 โดยกล่าวหาว่า พยายามฆ่า มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เละพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร
สถานที่จับกุม บริเวณ สถานีรถไฟยะลา ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีอุกฉกรรจ์ได้สำเร็จ หลังหลบหนีการจับกุมจากคดีใช้อาวุธปืนซุ่มยิงเจ้าของสวนปาล์มได้รับบาดเจ็บสาหัส สืบเนื่องจากความโกรธแค้นจากกรณีลักทรัพย์ผลปาล์มในสวนของผู้เสียหาย ก่อนถูกเจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสว่ากำลังจะหลบหนีโดยสารรถไฟ จนนำไปสู่การวางแผนเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด จากการสอบถามพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีและผู้ถูกจับ ให้การสอดคล้องกันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีชนวนเหตุมาจากกรณีลักทรัพย์ผลปาล์มน้ำมัน
โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อต้นปี พ.ศ. 2568 ผู้ถูกจับได้ลักลอบเข้าไปขโมยผลปาล์มน้ำมันภายในสวนของผู้เสียหาย แต่ถูกเจ้าของสวนพบเห็นและจับได้คาหนังคาเขา ทำให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาเมื่อผู้ถูกจับทราบว่าถูกแจ้งความดำเนินคดี จึงเกิดความโกรธแค้นและอาฆาตพยาบาท กระทั่งในเวลาต่อมาได้ใช้อาวุธปืนมาซุ่มยิงผู้เสียหายภายในบริเวณสวนปาล์ม ส่งผลให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน พยายามฆ่าผู้อื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหารายดังกล่าว ต่อมา ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปกปิดนาม) ว่าผู้ต้องหาตามหมายจับรายนี้กำลังจะเดินทางโดยสารรถไฟ ขบวนที่ 172 ซึ่งมีต้นทางจากอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส และปลายทางที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
เมื่อได้รับข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนวางแผนเข้าตรวจสอบบริเวณสถานีรถไฟในพื้นที่เป้าหมายตามวันและเวลาที่ได้รับแจ้ง กระทั่งเมื่อเดินทางไปถึงบริเวณสถานที่ดังกล่าว ได้พบบุคคลลักษณะตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลตามหมายจับยืนอยู่ภายในบริเวณสถานี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานของรัฐ พร้อมแสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบเอกสารประจำตัวบุคคลดังกล่าว ปรากฏว่าบุคคลนั้นคือผู้ต้องหาตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาตรวจดู เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้งแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาตามกฎหมายให้ทราบจนเข้าใจโดยชัดแจ้ง ก่อนควบคุมตัวมาจัดทำบันทึกการจับกุม จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนและศาลที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป