โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ผบ.ตร." กำชับติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง -มาตรการด้านพลังงาน ป้องกันกักตุน ส่งออกน้ำมัน

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่. 23 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช. และผู้บัญชาการทุกหน่วยทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการประชุมทางไกลผ่านระบบจอภาพ และได้มีข้อสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานในสังกัด ยึดถือปฏิบัติตามมาตรการและแนวทาง ดังต่อไปนี้

1. การติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางและมาตรการด้านพลังงาน

รัฐบาลได้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้มีมาตรการรองรับ ดังนี้

มาตรการด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ทุกหน่วยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมาย ตรวจสอบ ป้องกันการกักตุน และลักลอบนำเข้า-ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงตามแนวชายแดน โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมั้นเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กรมธุรกิจพลังงาน สรรพสามิต ศุลกากร บังคับใช้กฎหมายตามอำนาจและหน้าที่

การป้องกันการกักตุนสินค้า ให้ตำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบราคาและการกักตุนสินค้าในพื้นที่ และป้องกันปราบปรามการนำเข้าและส่งออก

การผ่อนปรนการเดินรถ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกข้อบังคับฯ ยกเว้นการห้ามเดินรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง โดยไม่ติดเวลาห้ามเดินรถจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569

มาตรการประหยัดพลังงาน ให้ทุกหน่วยลดการใช้วัสดุสิ้นเปลือง โดยให้พิจารณาเน้นการประชุม สัมมนา อบรม หรือติดต่อราชการแบบออนไลน์

2. การพัฒนางานสอบสวน

คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้อนุมัติกำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวน จึงมอบหมายให้ พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมคณะ ชี้แจง ทำความเข้าใจกับข้าราชการตำรวจ พร้อมกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ให้เป็นไปตามกรอบระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

3. การป้องกันปราบปรามและการบริหารเหตุวิกฤต

กำชับการฝึกยุทธวิธีในการเผชิญเหตุและระงับเหตุ เน้นหลักความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และการใช้กำลังตามความจำเป็น เหมาะสม ได้สัดส่วนกับสถานการณ์ โดยการบริหารเหตุวิกฤตให้ถือปฏิบัติตาม “แผนกรกฎ/67” หัวหน้าหน่วยต้องบริหารเหตุวิกฤตไม่ให้ลุกลามขยายวง จำกัดพื้นที่ นำยุทธวิธีมาปรับใช้ในการแก้ไขสถานการณ์ รวมทั้งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 ถอดบทเรียนกรณีศึกษาจากการปฏิบัติงานในกรณีต่าง ๆ ที่สำคัญ ในการเผชิญเหตุ การแก้ไขสถานการณ์ ติดตามผู้ต้องสงสัย และการสังเกตอาการ ลักษณะ ท่าทาง สิ่งบอกเหตุ สัญลักษณ์จากทางร่างกาย สัญญาณมือ หรือเครื่องหมายต่าง ๆ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP/Best Practice) ต่อไป

นอกจากนี้ได้กำชับให้ทุกหน่วยสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลข้าราชการตำรวจที่ทุพพลภาพ ได้รับบาดเจ็บ หรือครอบครัวที่กำลังเดือดร้อน โดยให้ผู้บังคับบัญชาร่วมกับสมาคมแม่บ้านตำรวจ และชมรมแม่บ้านตำรวจในสังกัด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ช่วยเหลือ ตลอดจนวางแผนพัฒนาความเป็นอยู่และสร้างรายได้ในระยะยาว อันเป็นการขับเคลื่อนโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” อย่างต่อเนื่อง เป็นรูปธรรม และยั่งยืน

ผบ.ตร.กล่าวขอบคุณข้าราชการตำรวจที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการในเดือนเมษายน 2569 ย้ำว่าการปฏิบัติหน้าที่ของทุกท่านตลอดมาถือเป็นคุณประโยชน์อย่างยิ่งต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับข้าราชการตำรวจรุ่นหลังสืบไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...