ไม่รอด! ครูพละหื่น โดนแฉพฤติกรรมฉาวโฉ่ จับเด็ก ม.3 ทำอนาจาร
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.ลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เตรียมดำเนินการออกหมายจับครูพละชายวัย 54 ปี หลังถูกผู้ปกครองเข้าแจ้งความร้องทุกข์กรณีล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนหญิงชั้น ม.3 โรงเรียนมัธยมชื่อดังในพื้นที่ โดยเตรียมประสานทีมสหวิชาชีพเข้าสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ โดยอ้างว่าติดภารกิจสำคัญ
เหตุอื้อฉาวครั้งนี้ถูกเปิดเผยโดย นายสันต์ และ น.ส.บี พ่อและแม่ของผู้เสียหายที่นำหลักฐานคลิปวิดีโอและข้อความสนทนาทางแชตมาแฉพฤติกรรมสุดทราม ซึ่ง น.ส.เอ ผู้เสียหายวัย 15 ปี เล่าทั้งน้ำตาว่าถูกลวนลามหลายครั้ง ล่าสุดถึงขั้นถูกคุกคามเดินเข้ามานั่งเบียดและจับหน้าอกกลางโรงอาหารในช่วงพักกลางวันต่อหน้ากลุ่มเพื่อนที่หวาดกลัวจนต้องก้มหน้าฟุบโต๊ะ โดยที่ผ่านมาครูรายนี้ใช้ช่องว่างทางอำนาจข่มขู่เด็กว่าหากไม่ยอมทำตามจะให้ติด ร หรือติด 0 และหากต้องการแก้เกรดให้ผ่านจะต้องไปพบในที่ลับตาคนเพียงลำพัง จนทำให้นักเรียนจำนวนมากที่รักศักดิ์ศรีต้องยอมเรียนไม่จบและลาออกกลางคัน
นายสันต์ผู้เป็นพ่อยังให้ข้อมูลเชิงลึกว่า พฤติกรรมของครูรายนี้เข้าขั้นเป็นภัยสังคมและกระทำเช่นนี้มานานกว่า 20 ปี คาดว่ามีเหยื่อที่ถูกกระทำไม่ต่ำกว่า 100 คน แต่ที่ผ่านมาสามารถลอยนวลอยู่ได้เพราะใช้เงินเคลียร์คดีและมีเส้นสายที่กว้างขวางจนไม่มีใครกล้าทำอะไร ขณะที่ น.ส.บี ผู้เป็นแม่ระบุว่าลูกสาวหวาดกลัวจนไม่กล้าไปเรียนในคาบวิชาพละและมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ จนกระทั่งความแตกเมื่อเห็นข้อความในแชตไลน์ที่ครูส่งมาคุกคามในเชิงชู้สาว ซึ่งเหยื่อเคยแจ้งเรื่องนี้กับครูท่านอื่นไปตั้งแต่ตอนอยู่ชั้น ม.2 แล้วทว่าเรื่องกลับเงียบหายไปอย่างเป็นปริศนา
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีหลักฐานชัดเจนและชาวบ้านในพื้นที่ต่างทราบพฤติกรรมอันเลวร้ายนี้มานานนับสิบปี แต่ผู้บริหารโรงเรียนกลับมีท่าทีเพิกเฉยและไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย จนกระทั่งครูประจำชั้นที่ทนเห็นการกระทำของเพื่อนร่วมวิชาชีพไม่ได้ ตัดสินใจเป็นคนพาผู้ปกครองและนักเรียนเข้าแจ้งความด้วยตนเอง ขณะที่กลุ่มศิษย์เก่าหลายรุ่นต่างออกมาประสานเสียงว่ารอคอยวันนี้มาเกือบ 20 ปีเพื่อให้ครูคนดังกล่าวได้รับผลกรรมที่ก่อไว้ โดยกลุ่มผู้ปกครองยืนยันจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุดเพื่อให้คนผิดถูกไล่ออกและรับโทษทัณฑ์ตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้กลับมาสร้างตราบาปในสถานศึกษาได้อีกต่อไป
เรียบเรียงโดย มุมข่าว