สุดแท้แต่กรรมเวร!
เดี๋ยวนะ..
คิดดีๆ อีกที..เงินตั้ง 1,300 ล้านบาทเชียวนา ที่ ครม.มีมติอนุมัติให้ กสทช.ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 น่ะ!
ผมไม่ได้จะค้าน แค่ตั้งข้อสังเกต ฟุตบอลโลกที่จะเตะกันที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม 2569 นี้นั้น..
ด้วยเวลาของ 3 ประเทศที่ห่างไทยตั้ง 11-15 ชั่วโมง ทำให้การแข่งขันเริ่มกันในตอนดึกไปยันสว่าง-เช้า แล้วจะมีคนไทยสักกี่มากน้อยเล่าที่จะยอมทนอดหลับ-อดนอนรอดู?
หรือ..หากมีเอกชนใจบุญ-ใจดีจะร่วมลงขันกันเพื่อให้คนไทย (กลุ่มหนึ่ง) ได้ดูฟุตบอลโลก ก็ต้องขอขอบคุณ แต่หากรัฐบาลลงทุน ผมว่าอย่าเลย..
ให้พวกเขาหาช่องทางดูกันเองเหอะ จะได้ไม่โดนด่า!
เอ้า..แต่นั่นไม่ด่าก็เหมือนด่า และแม้คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก จะยอมรับสภาพ บอก.. “ตัวไอซ์ยินดีรับคำวิจารณ์ คำติชม คำก่นด่า จากทุกคน ทั้งในและนอกพรรคฮะ”..
กรณีโพสต์วิจารณ์ THACCA (Thailand Creative Content Agency) ที่ให้การสนับสนุนงบผลิตละครเรื่อง “สอดสร้อยมาลา” โดยมองว่าเป็นการด้อยค่า “คณะราษฎร”!
กระนั้น..ดูเหมือนเสียงวิจารณ์ คำติชม คำก่นด่าจะยังไม่ซา ขนาด “ต้องเต-ธิติ ศรีนวล” ผู้กำกับ “สัปเหร่อ” ก็อดรนทนไม่ได้ ถึงกับโพสต์..
“การวิจารณ์ THACCA ว่าให้งบสนับสนุนเฉพาะงานศิลปะฝั่งขวา ดูไม่แฟร์กับทั้ง THACCA และทีมงานผู้สร้างเลยครับ
เพราะงานศิลปะไม่ควรถูกตัดสินผ่านอุดมการณ์ทางการเมืองเพียงด้านเดียว ผมว่าสิ่งที่อุตสาหกรรมพยายามร่วมกันผลักดันมันมาตลอดคือ 'เสรีภาพ' และ 'ความหลากหลาย' ในการเล่าเรื่อง
ผมเองในฐานะผู้ได้รับงบสนับสนุนจาก THACCA ผมอยากเล่าจากประสบการณ์ตรงว่า วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการผลักดันหนังไทยไปสู่ตลาดสากล
คณะกรรมการย้ำกับทีมงานเสมอว่าอยากเห็นหนังไทยมีคุณภาพมากพอที่จะแข่งขันในระดับนานาชาติ เปิดตลาดใหม่ และสร้างโอกาสให้คนทำงานสร้างสรรค์ไทย
สิ่งที่เราได้รับไม่ใช่ “คำสั่งทางการเมือง” แต่คือ “โอกาส” ที่ทำให้ผู้สร้างมีความหวังและความกล้ามากขึ้นในการพัฒนางานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องต้นทุนจนเกินไป
และตลอดกระบวนการ THACCA กับกรมส่งเสริมวัฒนธรรมก็ให้อิสระในการทำงานเต็มที่ แบบที่คนทำงานสร้างสรรค์ต้องการเลยครับ ไม่มีการกำหนดว่าต้องเล่าเรื่องไปในทิศทางไหน
ผมไม่ได้ออกมาเพื่ออวยฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ผมแค่ออกมาแสดงความคิดเห็นของมุมมองของคนทำงานที่ได้รับการซัพพอร์ตจาก THACCA จริงๆ
เราวิจารณ์งานศิลปะกันได้ เห็นต่างกันได้ แต่ถ้าเริ่มใช้อุดมการณ์ทางการเมืองเป็นเกณฑ์ตัดสินว่างานแบบไหนควรหรือไม่ควรได้รับการสนับสนุน
สุดท้ายสิ่งที่เสียหายที่สุดอาจไม่ใช่ฝ่ายการเมืองใดฝ่ายหนึ่ง แต่อาจเป็นทั้งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ที่กำลังพยายามเติบโตไปข้างหน้าร่วมกัน”
ครับ..ก็ไม่อยากแสดงความคิดเห็นอะไรต่อ เพราะเมื่อคนทำหนัง-ผู้กำกับหนังโผล่มาชี้แจงให้เป็นที่กระจ่าง-เข้าใจอย่างนี้แล้ว..
ก็หวังว่าคุณไอซ์จะได้คิด-ได้ทบทวนบทบาทตัวเองขึ้นมาได้บ้าง หรือถ้าคิดว่า “ฉันไม่แคร์” ก็สุดแท้แต่เวรแต่กรรม!
เออ..แล้วนั่น จะถือเป็นเวร-เป็นกรรมใครดีล่ะ ก็ที่ “สวนดุสิตโพล” ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ โน่นไง!
ซึ่งพบว่า..สิ่งที่คนกรุงเทพฯ อยากเห็น “กรุงเทพมหานคร” มากที่สุดคือ เมืองที่รถไม่ติด ขนส่งมวลชนดี ค่าโดยสารไม่แพง ร้อยละ 28.82
รองลงมาคือ เมืองสะอาด ทางเท้าเป็นระเบียบ เดินง่าย ร้อยละ 23.86 สำหรับผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไปที่อยากให้เป็น คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 56.70…
เนี่ย..สรุปว่า ที่ผ่านมา 4 ปี คุณชัชชาติทำงานๆๆๆๆ เข้าตาคนกรุงเทพฯ จนอยากเลือกกลับมาทำงานต่อ ซึ่งก็ต้องขอแสดงความยินดี (ล่วงหน้า) ด้วย..
แม่งง..เวรกรรมกรูเองนี่แหละ!.
สันต์ สะตอแมน