โรม ขู่ฟ้อง 157 รมว.ยุติธรรม ไม่ดำเนินคดี‘ฮุนโต’ ปมฮุ่ยวันเพย์ ยธ.ชี้เขมรไม่ร่วมมือ
โรม ขู่ฟ้อง ม.157 รมว.ยุติธรรม รู้ว่าฮุนโต เป็นเจ้าของฮุ่ยวันเพย์แต่ไม่ดำเนินการ ‘รุทธพล’แจงกัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือ ต้องมีข้อมูลรองรับถึงจะเปิดเผยในสภาได้ เผยประสานออกหมายแดงจับ ‘ยิม เลียก-เบน สมิธ’พร้อมภรรยาแล้ว
เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระกระทู้ถามทั่วไป โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ และการฟอกเงินของเครือข่ายบริษัทฮุ่ยวัน โดยพล.ต.ท.พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ที่มาตอบคำถามแทนนายกรัฐมนตรี
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จากผังของตำรวจสอบสวนกลางเกี่ยวกับการสืบสวน ผังการฟอกเงิน หรือ สกายฟอล โดยบริษัท ฮุ่ยวัน เพย์ (Huione Pay) มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับทุนเทาในกองทุน CAI สิ่งที่ตนอยากได้คำตอบ คือ ความคืบหน้าของคดีความนายเบน สมิธ มีการออกหมายแดง หรือขอ Silver Notice เพื่อจะนำไปสู่การสืบต่อไปจากอินเตอร์โพลหรือไม่
และจะขยายผลไปถึงนักการเมือง เครือข่ายทางการเมืองที่อยู่ในไทย ซึ่งมีอดีตรัฐมนตรี ปัจจุบันเป็นสส. บางคนเป็นอดีตนายกฯจะมีการขยายผลในคดีนี้ต่อไปอย่างไร
พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า ความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับเครือข่ายนายเบนสมิธ และ ฮุ่ยวัน เพย์ คดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับนายยิม เลียก มีพยานหลักฐานยืนยันว่าเป็นเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งการปราบปรามสแกมเมอร์ มี 2 ส่วน คือ คดีอาญาและการยึดทรัพย์
การดำเนินคดีอาญามี 3 คดี คือ 1.มีการออกหมายจับเครือข่ายนายยิม เลียก และ ภรรยา พร้อมพวก 42 คน จับกุมผู้ต้องหา 30 คน คดีนี้ได้ส่งฟ้องต่ออัยการพิเศษ แต่นายยิม เลียก และภรรยาหลบหนี ขณะเดียวกันได้ประสานอินเตอร์โพลออกหมายแดงต่อ
2.คดีนายเบน สมิธ และภรรยา คดีฉ้อโกง หลอกลวงลงทุน 900 ล้านบาท ปอศ. ออกหมายจับและประสานอินเตอร์โพล เพื่อออกหมายเลขประกาศจับกุมต่อไป
3.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร้องทุกข์ 5 คน มี นายยิม เลียก -นางวิรินยา ยิมจ์-นายเบน สมิธ-น.ส.แคทธารียา บีเวอร์ -นางสุภารัตน์ สง่าเมือง ในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน โดยได้พยานหลักฐานค่อนข้างมาก จึงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน เพื่อส่งฟ้องสำนวนไปยังอัยการและศาล
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวต่อว่า การยึดอายัดทรัพย์ที่กระทำผิดมูลฐาน 2 ครั้ง ครั้งแรก ปปง. มีคำสั่งยึดทรัพย์สินของนายยิม เลียก และภรรยา นายเบน สมิธ และภรรยา พร้อมพวก 68 รายการเป็นจำนวนเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท
ครั้งที่สองศาลได้สั่งยึดอายัดไว้34 รายการมูลค่า 8.2 พันล้านบาท โดยปปง.ได้ดำเนินการยึดทรัพย์ทั้งสิ้น 103 รายการเป็นเงิน 2 หมื่นล้านบาทเสร็จแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาแต่ละขั้นตอน หากเสร็จสิ้นจะประกาศในราชกิจจาเพื่อให้ผู้เสียหายยื่นคำร้อง ขอคุ้มครองสิทธิ์ต่อไป
รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า การดำเนินการกับบริษัทอุ่ยวันเพย์ เป็นการดำเนินการของ ปอท. มี 3 หน่วยงานร่วมดำเนินการ ข้อมูลจะต้องมีการรวบรวมจากกองปราบปราม-ปอศ.-ปอท. แต่เห็นว่าในคดีที่ประชาชนให้ความสนใจควรดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ เพราะการติดตามผลคืบหน้าจะได้มีความชัดเจน และขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง
โดยคดีของ ฮุ่ยวันเพย์ มีการจับกุม หลังจากผู้เสียหายอายุ 75 ปี ได้แจ้งความต่อ ปอท. เบื้องต้นได้ยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหา จำนวน 46 ล้านบาท ปัจจุบันพนักงานสืบสวนมีความเห็นสมควรส่งฟ้องได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการแล้ว คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา
“ข้อจำกัดในคดีนี้คือกัมพูชา ไม่ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลรายละเอียดผู้ถือหุ้นของฮุ่ยวันเพย์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ให้กับทางปอท.จึงเป็นเหตุไม่สามารถติดตามในรายละเอียดได้เท่าที่ควร เราสามารถดำเนินการได้เท่าที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย” พล.ต.ท.รุทธพล กล่าว
นายรังสิมันต์ ถามว่า ผ่านไปแล้ว9 เดือนยังไม่มีความคืบหน้า ตอนนี้มีรายงานข่าวออกมาแล้วว่าฮุ่ยวันเพย์ ที่ตั้งอยู่ในกัมพูชา ปิดตัวแล้ว ทรัพย์สินมีการแยกย้ายถ่ายโอนแล้ว ถ้าเรายังทำงานช้าแบบนี้จะเอาเงินมาคืนให้กับประชาชนได้อย่างไร ข้อมูลที่ชี้แจงมาไม่มีอะไรใหม่เลย
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนหมายแดงอินเตอร์โพล์จับนายยิม เลียก และภรรยา กับนายเบน สมิธ และภรรยา เคยได้รับคำตอบตั้งแต่ก่อนยุบสภา จนถึงปัจจุบันนี้ยังเป็นคำตอบเดิม สิ่งที่สภาฯต้องการฟังคือไม่ใช่แค่การประสานงาน แต่ออกหมายแดงได้แล้วหรือยัง และต้องการทราบกรณี ฮุ่ยวันเพย์ ใครเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มนี้
“การอ้างว่านายฮุน โต หลานสมเด็จฮุนเซน ออกมายอมรับว่าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทนี้ จนถึงวันนี้มีการออกหมายจับหรือดำเนินคดีหรือไม่ จะมีการออกหมายจับ นายฮุน โต และออกหมายแดงจับด้วยหรือไม่ หรือการทำลายเครือข่ายสีเทา หรือนักการเมืองสีเทาที่บางคนยังอยู่ในสภาแห่งนี้ บางคนอยู่นอกสภา”นายรังสิมันต์ กล่าว
พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า เรื่องการดำเนินการกับแพลตฟอร์มฮุ่ยวันเพย์ สอท.ได้ตรวจพบบริษัทที่ทำธุรกรรมกับฮุ่ยวันเพย์ถูกแจ้งความดำเนินคดีกว่า 70 คดี ซึ่งมีความเสียหาย 193 ล้านบาท และได้ตรวจค้น 5 จุดในจ.สมุทรปราการจับผู้ต้องหาได้ 1 คน และจะได้สืบสวนต่อไป การดำเนินการต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ให้ชัดเจนก่อนนำขึ้นสู่ศาล ไม่สามารถนำมาจากแชท GTP ได้
“นายฮุน โต ที่เป็นผู้ถือหุ้น โดยหลักฐานรายละเอียดที่จะนำมาพูดในสภาฯได้ ต้องมีข้อมูลที่ยืนยันรองรับได้ และการทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องหรือนักการเมืองไทย” พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจง
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลโดยนายกฯ ได้ตั้งคณะกรรมการ เรื่องการปราบปรามในเรื่องนี้ และตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุดขึ้นมาดำเนินการ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาขอข้อมูลจากสมาชิก เพื่อผลประโยชน์ของชาติต่อไปและจะติดตามหมายอินเตอร์โพล
ทั้งนี้นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า พร้อมให้ข้อมูล หรือพรุ่งนี้(15 พ.ค.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาที่รัฐสภา ตนพร้อมนำข้อมูลพยานหลักฐานมาให้ ยืนยันไม่กั๊กข้อมูล พร้อมให้ความร่วมมือ และกังวลว่ารัฐมนตรีรับทราบว่านายฮุน โต เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฮุ่ยวันเพย์ แต่ไม่เอาผิด จะกลายเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากรัฐมนตรีรู้แต่ไม่ทำ ตนก็พร้อมเอาจริงกับเรื่องนี้แน่นอน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรม ขู่ฟ้อง 157 รมว.ยุติธรรม ไม่ดำเนินคดี‘ฮุนโต’ ปมฮุ่ยวันเพย์ ยธ.ชี้เขมรไม่ร่วมมือ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th