นครพนมหอมฟุ้ง! 'กันเกรา-ลีลาวดี' แข่งกันส่งกลิ่นหอมทั่วเมือง ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ แม้ดอกคูนสีเหลืองอร่ามริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เทศบาลเมืองนครพนม ที่เคยบานสะพรั่งช่วงหน้าร้อนจะเริ่มร่วงโรยไปตามกาลเวลา แต่กลับมีดอกไม้ชนิดอื่นขึ้นมาทำหน้าที่ส่งกลิ่นหอมแทนที่ นั่นคือดอกกันเกรา หรือที่คนอีสานเรียกว่าดอกมันปลา ซึ่งเป็นไม้มงคลพระราชทานและต้นไม้ประจำจังหวัดนครพนม
คำว่า 'กันเกรา' หมายถึงการป้องกันสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายไม่ให้มาทำอันตรายใดๆ เป็นต้นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15–25 เมตร ขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณชื้น และตามที่ต่ำที่ชื้นแฉะใกล้น้ำ พบได้ทั่วทุกภาคของไทย โดยจะออกดอกในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน
ด้วยความที่เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครพนม จึงพบเห็นต้นกันเกราหรือมันปลาปลูกอยู่ในสถานที่ราชการทุกแห่งในจังหวัด ขึ้นเรียงรายริมถนนหนทาง ไม่เว้นแม้แต่ในบ้านพักอาศัย รวมถึงวัดวาอาราม และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ อาทิ ศาลหลักเมือง และลานพญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์กชื่อดังของจังหวัด
เสน่ห์ของดอกมันปลาคือการส่งกลิ่นหอมจรุงอ่อนๆ ที่ไม่เหมือนใคร ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยจะทำหน้าที่ส่งความหอมกระจายไปทั่วบริเวณต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมิถุนายน
ในเดือนเดียวกันนี้ ดอกลีลาวดีที่เทศบาลเมืองนครพนมนำมาปลูกแซมบนฟุตบาทริมแม่น้ำโขงก็เบ่งบานเพิ่มความหอมหวนสมทบ ทำให้ช่วงนี้ทั้งเมืองนครพนมตลอดวันตลอดคืน จะมีกลิ่นหอมของดอกไม้ 2 สายพันธุ์
ผู้สื่อข่าวแนะนำนักท่องเที่ยวที่ขับรถยนต์มา หรือโดยสารรถตู้ท่องเที่ยว ควรลดกระจกลง เพื่อสูดกลิ่นหอมของดอกไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนกลางคืน เมื่อนั่งชมทัศนียภาพสองฟากฝั่งไทย-ลาวริมแม่น้ำโขง ความหอมจะยิ่งฟุ้งกระจายมาก สมกับคำว่า 'Restination' เมืองแห่งการพักผ่อน ด้วยวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ ที่จุดประกายขึ้นจากแนวคิดของหอการค้าจังหวัดนครพนม ก่อนจะส่งต่อให้รัฐบาลพิจารณาตามลำดับ
ดร.อนุชิต สิงห์สุวรรณ นักวิชาการด้านอีสานศึกษา คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม เปิดเผยว่า พรรณไม้บ่งบอกถึงฤดูกาล โดยดอกกันเกราหรือดอกมันปลาจะบานช่วงหลังสงกรานต์ เช่นเดียวกับดอกลีลาวดีหรือดอกจำปาลาว ทั้งสองชนิดเป็นพรรณไม้ที่ขึ้นในป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ นอกจากบ่งบอกถึงฤดูกาลแล้ว ยังเชื่อมโยงอัตลักษณ์ชุมชนท้องถิ่น เนื่องจากดอกมันปลามีมากในจังหวัดนครพนม และได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้เป็นดอกไม้และต้นไม้ประจำจังหวัดนครพนม
ในส่วนของดอกลีลาวดีนั้น ดร.อนุชิตกล่าวว่าเป็นหนึ่งในดอกไม้ป่าที่นิยมนำมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น ในพิธีฟ้อนผี หมอเหยา รวมถึงการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธศาสนา โดยจารีตประเพณีวัฒนธรรมอีสานจะนิยมใช้ดอกไม้ป่าในการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนเดินทางในช่วงฤดูฝนนี้ นครพนมยังคงน่าเที่ยว เพราะมีเรื่องของอาหารป่า เช่น เห็ด และปลาแม่น้ำโขง ซึ่งจะชุกมากในช่วงเวลานี้ ฤดูฝนถือเป็นการเริ่มต้นของความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงพืชพันธุ์ธัญญาหาร อีสานมีความชุ่มชื้นเต็มไปด้วยของกิน และได้ของแถมคือความหอมของดอกไม้ 2 สายพันธุ์นี้
ทั้งนี้ ดอกกันเกราหรือดอกมันปลา มีความสวยงามและกลิ่นหอมไม่เหมือนใคร ทั้งยังเป็นไม้มงคล 1 ใน 9 ชนิด เช่นเดียวกับราชพฤกษ์ ขนุน ชัยพฤกษ์ ทองหลาง ไผ่สีสุก ทรงบาดาล สัก และพะยูง ที่คนนิยมนำมาใช้ในพิธีกรรมเมื่อเวลาก่อสร้างบ้านเรือนเพื่อความเป็นสิริมงคล
ส่วนดอกลีลาวดี หรือที่เคยเรียกว่าลั่นทม ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติลาว โดยเรียกว่าดอกจำปา ปัจจุบันนิยมปลูกตามรีสอร์ท โรงแรม หรือสวนสาธารณะ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย โดยจะบานระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เดิมมีความเชื่อว่าไม่ควรปลูกต้นลั่นทมในบ้าน เพราะพ้องกับคำว่า 'ระทม' ภายหลังสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานนามใหม่ว่า 'ลีลาวดี' ซึ่งแปลตามความหมายตามอักษรแล้ว คือต้นดอกไม้ที่มีท่วงท่าสวยงามอ่อนช้อย ปัจจุบันมีการปลูกทั้งในบ้าน หน้าบริษัท สำนักงาน ริมถนน และกระจายไปทั่วทั้งจังหวัดนครพนม
การมาเยือนนครพนมในช่วงนี้จึงมีของแถมที่จังหวัดอื่นไม่มี คือความหอมของดอกไม้ 2 สายพันธุ์ ซึ่งหนึ่งปีมีให้ชื่นชมดมกลิ่นได้เพียง 3-4 เดือนเท่านั้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม