AP ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6%
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #AP ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6%
บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) AP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% YoY จาก 864 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 9,547 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.0% YoY จากการเติบโตของทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมใหม่ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้
รายได้หลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จำนวน 9,286 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% YoY ส่วนรายได้ค่าบริการและค่าบริหารจัดการอยู่ที่ 261 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.6% YoY
ธุรกิจแนวราบยังเป็นรายได้หลักของบริษัท โดยมีรายได้ 8,493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% YoY จากการทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีอยู่ตั้งแต่ต้นไตรมาส รวมถึงการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ “Pleno ฟิวเจอร์ รังสิต” และ “Pleno Town ธรรมศาสตร์-รังสิต” ซึ่งสร้างรายได้รวม 249 ล้านบาทในไตรมาสนี้
ด้านธุรกิจคอนโดมิเนียมมีรายได้ 672 ล้านบาท เพิ่มขึ้นโดดเด่น 1,657.1% YoY จากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ ได้แก่ “Aspire อิสรภาพ สเตชั่น” ซึ่งเริ่มโอนช่วงปลายเดือนมีนาคม และมียอดโอนสะสมแล้ว 29.6% รวมถึง “Good Day สุขุมวิท 93” ที่เริ่มโอนเร็วกว่ากำหนดเดิมในไตรมาส 2/2569 โดยมียอดโอนสะสมอยู่ที่ 15.2%
แม้รายได้จะเติบโตแข็งแกร่ง แต่อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/2569 ลดลงมาอยู่ที่ 29.6% จากแรงกดดันด้านการแข่งขันและภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 28.1% ส่วนธุรกิจบริการอยู่ที่ 72.3%
อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสัดส่วน SG&A ต่อรายได้ลดลงเหลือ 16.8% จากปีก่อน และหากรวมรายได้จากโครงการร่วมทุนในสัดส่วน 51% จะทำให้อัตราส่วน SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 16.3% ลดลง 2.7% YoY
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าอยู่ที่ 48 ล้านบาท ลดลง 66.5% YoY จากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการร่วมทุนที่อยู่ระหว่างการขาย โดยเฉพาะโครงการ “Life พระราม 4–อโศก” ซึ่งมียอดโอนสะสมอยู่ที่ 73.3% เพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อน ขณะที่โครงการอื่นยังคงทยอยโอนต่อเนื่อง
บริษัทระบุว่าฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) อยู่ที่ 0.64 เท่า สะท้อนความสามารถในการบริหารสภาพคล่องและรองรับการขยายโครงการใหม่ในอนาคต
โดยรวมผลประกอบการไตรมาสแรกสะท้อนการฟื้นตัวของรายได้จากการโอนโครงการใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียม ขณะที่ธุรกิจแนวราบยังคงเป็นฐานรายได้สำคัญ แม้อัตรากำไรจะถูกกดดันจากภาวะตลาดและการแข่งขันที่สูงขึ้นก็ตาม