สถานการณ์โรคไข้กาฬหลังแอ่น ประเทศไทย ปี 2569 พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 5 ราย เสียชีวิต 3 ราย
กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์ โรคไข้กาฬหลังแอ่น ประเทศไทย ปี 2569
ไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรง เกิดจากเชื้อ Neisseria meningitidis ติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน
สถานการณ์โรคไข้กาฬหลังแอ่นของประเทศไทยในปี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 18 มีนาคม 2569) พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 5 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 0.008 ต่อประชากรแสนคน โดยมีผู้เสียชีวิต 3 ราย (อัตราป่วยตายร้อยละ 60)
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเฝ้าระวัง
ยังไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ผู้ป่วยมีลักษณะเป็น การเกิดแบบประปราย (sporadic cases) และกระจายในหลายพื้นที่ ได้แก่ น่าน ยะลา นนทบุรี นครศรีธรรมราช และอุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย
พบผู้ป่วยสูงสุดในกลุ่มเด็กอายุ 0–4 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 40–49 ปี และ 20–29 ปี ตามลำดับ
ภาพรวมแนวโน้ม
ข้อมูลย้อนหลัง 10 ปีแสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้ป่วยโรคไข้กาฬหลังแอ่นในประเทศไทยส่วนใหญ่พบปีละประมาณ 20–30 ราย ปัจจุบัน ไทยยังไม่พบการระบาดของไข้กาฬหลังแอ่น ผู้ป่วยอยู่ในระดับต่ำและเป็นรายประปราย
แต่โรคมีความรุนแรงสูง จึงต้องเน้น ‘รู้เร็ว รักษาเร็ว ควบคุมเร็ว’
ประเด็นสำคัญเชิงระบาดวิทยา
แม้จำนวนผู้ป่วยในประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ำ และไม่พบการระบาดเป็นวงกว้าง แต่โรคไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง และสามารถดำเนินโรคอย่างรวดเร็ว รวมทั้งอัตราป่วยตายที่ยังอยู่ในระดับสูง
ประเทศไทย ยังไม่อยู่ในสถานการณ์การระบาด แต่จำเป็นต้อง คงความเข้มข้นของระบบเฝ้าระวังและตอบโต้โรคอย่างรวดเร็ว โดยมีมาตรการสำคัญ ได้แก่
• การเฝ้าระวังและค้นหาผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว
• การวินิจฉัยและให้ยาปฏิชีวนะโดยเร็ว
• การติดตามผู้สัมผัสและให้ยาป้องกัน
• การสื่อสารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อลดความตื่นตระหนก
ข้อแนะนำสำหรับประชาชน
• ผู้ที่มีอาการ ไข้สูงร่วมกับคอแข็ง ซึม หรือมีผื่นจ้ำเลือด ควรรีบพบแพทย์ทันที
• ผู้ที่มีแผนเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนรวมกันจำนวนมาก เช่น หอพัก สถานศึกษา มหาวิทยาลัย การเข้าค่ายต่าง ๆ เป็นต้น
ควรพิจารณารับวัคซีนป้องกันก่อนเดินทางอย่างน้อย 10 วันล่วงหน้าก่อนการเดินทาง
#doe