ไม่สนโลกเดือดร้อน! "อิสราเอล" ส่งทัพอากาศโจมตี “เซาท์ พาร์ส”แหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ พร้อมโรงกลั่นน้ำมันอิหร่าน
เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 19 ของปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯกับอิสราเอลต่ออิหร่าน กองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตี “เซาท์ พาร์ส” แหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดบูเชห์ร ทางตอนใต้ของอิหร่าน และรายงานจากสื่ออิหร่าน ระบุว่า ยังมีการโจมตีที่เมือง อา-ซา-ลูเยห์ ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานปิโตรเคมีอีกหนึ่งแห่งด้วย ถือเป็นครั้งแรกที่อิสราเอลโจมตีโรงงานก๊าซธรรมชาติแและแหล่งผลิตน้ำมันในอิหร่าน นับจากเริ่มสงคราม
อิหร่าน เตือนทันทีว่า จะตอบโต้ด้วยการโจมตีแหล่งพลังงานทั่วซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ซึ่งแหล่งก๊าซนอร์ทฟีลด์ของกาตาร์เชื่อมต่ออยู่กับ เซาท์ พาร์ส ผลกระทบจากการโจมตีเกิดขึ้นทันที ทั้งในภูมิภาคและนอกภูมิภาค ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งสูงขึ้นเกือบ 6% ไปอยู่ที่เกือบ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างมากแล้ว เนื่องจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ประเทศผู้บริโภคต่างหวังว่า การหยุดชะงักนี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ตราบใดที่โครงสร้างพื้นฐานการผลิตไม่ได้รับความเสียหาย แต่เวลานี้สถานการณ์เปลี่ยนไป แหล่งก๊าซธรรมชาติ เซาท์ พาร์ส ของอิหร่าน ซึ่งอยู่นอกชายฝั่ง ผลิตก๊าซได้ 276 พันล้านลูกบาศก์เมตร ในปี 2567 แต่ด้วยมาตรการคว่ำบาตรและข้อจำกัดทางเทคนิค ทำให้ก๊าซส่วนใหญ่ที่อิหร่านผลิตจากเซาท์พาร์ส ใช้ภายในประเทศเป็นหลัก มีเพียงบางส่วนส่งออกไปยังอิรัก ซึ่งอิรักพึ่งพาก๊าซนี้เป็นอย่างมาก ความต้องการก๊าซและไฟฟ้าของอิรักมาจากอิหร่าน 30-40% ทางการอิรักคาดว่า จะเกิดผลกระทบต่อเนื่องต่อการจัดหาพลังงานในประเทศ
กาตาร์ ประณามการโจมตีแหล่งพลังงานในอิหร่านว่า เป็นการกระทำที่อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านพลังงานของโลก รวมถึงประชาชนในภูมิภาคและสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เตือนว่า การโจมตีพุ่งเป้าโรงงานพลังงาน “ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรงและเป็นอันตรายต่อพลเรือนโดยตรง” ไทมส์ ออฟ อิสราเอล อ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐฯได้รับการประสานและทราบถึงการโจมตีล่วงหน้า แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตี ด้านช่อง 12 สื่ออิสราเอลอีกสำนัก อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ที่ไม่เปิดเผยชื่อรายหนึ่งว่า เป้าหมายของการโจมตีครั้งนี้คือการสื่อสารกับอิหร่านว่า ยิ่งอิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซนานเท่าไร ก็ยิ่งส่งผลเสียต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านมากขึ้นเท่านั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกคน บอกกับ วายเน็ต ว่า การโจมตีครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มแรงกดดันภายในประเทศต่อระบอบการปกครอง โดยปลุกปั่นความโกรธแค้นต่อรัฐบาล จากไฟฟ้าดับและก๊าซขาดแคลน